LAW4103
📍 พิกัดสั่งซื้อ
ซื้อหนังสือ & ข้อสอบ (เล่ม/มีคำอธิบาย): Sheet and Book
ซื้อหนังสือ: หนังสือกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีเมือง
เพิ่มเติม
1. วิชา LAW (ทั้งหมด)
2. วิชา LAW4103
แนวข้อสอบนี้จัดทำเพื่อเป็นแนวทางในการอ่านหนังสือ กรณีต้องการคำอธิบาย/วินิจฉัยรูปแบบเต็ม สามารถสั่งซื้อได้จากลิงก์ด้านบนหรือคลิกด้านล่าง
ข้อ 1: ในคดี Barcelona Traction (1970) ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศหรือศาลโลก (ICJ) ชี้ให้เห็นว่า “รัฐหนึ่ง ๆ มีพันธกรณีต่อประชาคมโลกโดยส่วนรวม (erga omnes obligations) ซึ่งรัฐทั้งหลายย่อมมีส่วนได้เสียตามกฎหมายและมีข้อกังวลของตนได้ เพื่อให้ได้รับความคุ้มครอง เช่น มิให้ถูกรุกราน ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ค้าทาส เลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ ซึ่งแตกต่างจากพันธกรณีปกติที่มีเฉพาะต่อรัฐคู่กรณีเท่านั้น (obligations vis-à-vis another state)” ดังที่ได้ตกลงกันไว้อันสอดคล้องกับหลัก pacta sunt servanda ถ้อยคำที่ปรากฎดังกล่าวข้างต้นได้กล่าวถึงกฎหมายระหว่างประเทศที่เป็น Hard Law สาม (3) ประเภท อยากทราบว่าได้แก่ประเภทใดบ้าง และมีลักษณะทางกฎหมายอย่างไร จงอธิบายให้ชัดเจน
คำตอบ: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)
ข้อ 2: ในการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 42 เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม ค.ศ. 2023 โดยมีประเทศสาธารณรัฐอินโดนีเซียเป็นประธาน รัฐสมาชิกทั้งหลายของอาเซียนได้ยอมรับปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยการบรรจุเข้าทำงานและการคุ้มครองแรงงานประมงข้ามชาติ ค.ศ. 2023 (The 2023 Asean Declaration on the Placement and Protection of Migrant Fishers) ที่มุ่งให้รัฐสมาชิกรับไปดำเนินการตามความสมัครใจให้สอดคล้องกับทางนโยบายกฎหมายและกฎระเบียบของตน โดยเพิ่มการคุ้มครองสิทธิแรงงานและสิทธิมนุษยชนของแรงงานประมงข้ามชาติที่ทำงานในเรือประมงเชิงพาณิชย์ ซึ่งมักจะเผชิญอันตราย ถูกละเมิดสิทธิ และถูกแสวงประโยชน์ในหลากหลายรูปแบบ ปฏิญญานี้ยังได้ระบุถึงปฏิญญาหลายฉบับที่เกี่ยวข้องโดยตรงซึ่งมีเจตนารมณ์และแนวทางปฏิบัติที่เป็นไปในทำนองเดียวกัน โดยที่มีเนื้อหาที่ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายต่อรัฐสมาชิกอาเซียน เช่น ปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษย์ชน หลักการและแนวปฏิบัติแนะนำที่ระบุไว้ในปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยการคุ้มครองและการส่งเสริมสิทธิของแรงงานข้ามชาติ (ปฏิญญาเซบู) เป็นต้น ปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยการบรรจุเข้าทำงานและการคุ้มครองแรงงานประมงข้ามชาติ ค.ศ. 2023 มีลักษณะเข้าข่ายเป็นสนธิสัญญาตามกฎหมายระหว่างประเทศหรือไม่ เพราะเหตุใด จงอธิบายเหตุผลให้ชัดเจน
คำตอบ: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)
ข้อ 3: เนื่องในโอกาสที่สหพันธุ์ฟุตบอลนานาชาติ (Fédération Internationale de Football Association (FIFA)) จัดการประชุมใหญ่ (FIFA Congress) ครั้งที่ 74 ที่ กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 13-17 พฤษภาคม 2567 โดยมี 211 สมาชิกเข้าร่วมประชุมใหญ่ในครั้งนี้ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติถูกก่อตั้งขึ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งแห่งสวิตเซอร์แลนด์โดยสมาคมฟุตบอลแห่งชาติของ 7 รัฐ ได้แก่ ฝรั่งเศส เบลเยียม เดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ สเปน สวีเดน และสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 1904 มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองซูริค สวิตเซอร์แลนด์ ต่อมาสมาคมฟุตบอลของรัฐและตัวตนที่ไม่ใช่รัฐทุกภูมิภาคของโลกเข้ามาเป็นสมาชิกเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยปัจจุบัน การดำเนินงานอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ FIFA (FIFA Statutes) ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ค.ศ. 2022 ซึ่งกำหนดวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ฉันท์มิตรระหว่างสมาคมและสหพันธ์ของกีฬานี้ สนับสนุนการจัดแข่งขันฟุตบอลในทุกระดับในทุกภูมิภาคของโลกผ่านโครงการต่าง ๆ กำหนด กฎเกณฎ์การเล่นกำกับดูแลการโอนย้ายผู้เล่นระหว่างประเทศมาตรฐานของกรรมการผู้ฝึกสอบ และเวชภัณฑ์ทางกีฬา ฯลฯ จากข้อเท็จจริงดังกล่าวข้างต้น สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) เป็นองค์การระหว่างประเทศ (IGO) ที่เป็นผู้ทรงสิทธิอันมีสภาพบุคคลตามกฎหมายระหว่างประเทศหรือไม่ เพราะเหตุใด จงอธิบายให้ชัดเจน
ธงคำตอบ
ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ องค์กรที่จะถือว่าเป็น “องค์การระหว่างประเทศ” (International Organization) และจะเป็นผู้ทรงอิทธิพลอันมีสภาพเป็นบุคคลตามกฎหมายระหว่างประเทศนั้น จะต้องมีองค์ประกอบ ดังต่อไปนี้ คือ
- จะต้องเป็นองค์การระหว่างประเทศในระดับรัฐบาล กล่าวคือ บุคคลที่สามารถแสดงเจตนาเข้าไปเป็นสมาชิกขององค์การระหว่างประเทศแทนรัฐได้นั้น จะต้องเป็นผู้แทนของรัฐบาลเท่านั้น
- จะต้องมีการก่อตั้งองค์การระหว่างประเทศขึ้นโดยสนธิสัญญาหรือตราสารจัดตั้งอื่น
- จะต้องเป็นองค์การที่มีลักษณะถาวร เช่น มีการจัดตั้งสำนักงานใหญ่เพื่อประชุมดำเนินกิจการ เป็นต้น
- จะต้องเป็นองค์ที่มีความเป็นอิสระ มีอำนาจในการตัดสินใจแทนรัฐสมาชิก มีสิทธิหน้าที่และความรับผิดชอบเป็นของตนเอง โดยได้รับการรับรองสถานะเป็นนิติบุคคลจากรัฐสมาชิก
ตัวอย่างขององค์การระหว่างประเทศ ได้แก่ สหประชาชาติและองค์กรต่าง ๆ ของสหประชาชาติ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ องค์การอนามัยดลก หรือ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ เป็นต้น
กรณีตามปัญหา สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) เป็นองค์กรที่ก่อตั้งขึ้นโดยสมาคมฟุตบอลของ 7 รัฐ ซึ่งมิใช่รัฐหรือผู้แทนของรัฐ แต่ก่อตั้งขึ้นตามกฎหมายภายในของรัฐ 7 รัฐดังกล่าว รวมถึงธรรมนูญ ของ FIFA และกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องนั้น ได้ร่วมกันจัดทำขึ้นโดยสมาชิกที่เป็นสมาคมและสโมสรฟุตบอลของรัฐ จึงไม่เข้าลักษณะของความเป็นสนธิสัญญาตามอนุสัญญากรุงเวียนนา (VCLT) ที่จะก่อให้เกิดพันธกรณีต่อรัฐ และองค์การระหว่างประเทศ มีลักษณะเป็นเพียงสหพันธ์ที่เป็นองค์กรระหว่างประเทศที่มีโครงสร้างการรวมกลุ่มหรือเครือข่ายเฉพาะด้านที่มีกลไกการบริหารเป็นของตนเองเท่านั้น
ดังนั้น สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) จึงไม่เป็นองค์การระหว่างประเทศที่เป็นผู้ทรงสิทธิอันมีสภาพบุคคลตามกฎหมายระหว่างประเทศแต่อย่างใด
ข้อ 4: หลังจากเมื่อสิ้นปี ค.ศ. 2015 ที่ได้ก่อตั้งเป็นประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) สมาชิก อาเซียนทั้ง 10 รัฐ ได้ผูกพันในพิธีสารอาเซียนว่าด้วยกลไกการระงับข้อพิพาทที่เพิ่มขึ้น ค.ศ. 2019 (The 2019 ASEAN Protocol on Enhanced Dispute Mechanism) โดยร่วมกันตกลงไว้ใน ข้อ 4 ว่า หากรัฐสมาชิกมีข้อพิพาทกันเมื่อใดก็ตาม รัฐสมาชิกตกลงให้ใช้คนกลางที่น่าเชื่อถือ (Good Office) การประนีประนอม (Conciliation) หรือการไกล่เกลี่ย (Mediation) และตกลงให้เลขาธิการอาเซียนมีความสามารถโดยตำแหน่งในการเสนอให้ใช้วิธีการดังกล่าวข้างต้นเพื่อมุ่งหมายช่วยเหลือให้รัฐสมาชิกระงับข้อพิพาทกันได้
นักศึกษา จงอธิบายเหตุผลให้ชัดเจนในคำถามดังต่อไปนี้
(1) วิธีการระงับข้อพิพาทดังกล่าวข้างต้นสอดคล้องกับกฎบัตรสหประชาชาติอย่างไร
(2) วิธีใช้คนกลางที่น่าเชื่อถือ (Good Office) แตกต่างจากวิธีการไกล่เกลี่ย (Mediation) อย่างไร
ธงคำตอบ
(1) การที่ประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) ได้ผูกพันในพิธีสารอาเซียนว่าด้วยกลไกการระงับข้อพิพาทที่เพิ่มขึ้น ค.ศ. 2019 โดยร่วมกันตกลงไว้ในข้อ 4 ว่า หากสมาชิกมีข้อพิพาทกันเมื่อใดก็ตาม รัฐสมาชิกตกลงให้ใช้คนกลางที่น่าเชื่อถือ (Good Office) การประนีประนอม (Conciliation) หรือการไกล่เกลี่ย (Mediation) และตกลงให้เลขาธิการอาเซียนมีความสามารถโดยตำแหน่งในการเสนอให้ใช้วิธีการดังกล่าวข้างต้นเพื่อมุ่งหมายช่วยเหลือให้รัฐสมาชิกระงับข้อพิพาทกันได้นั้น วิธีการระงับข้อพิพาทดังกล่าวข้างต้นถือว่าสอดคล้องกับกฎบัตรสหประชาชาติ บทที่ 6 ว่าด้วยการระงับข้อพิพาทโดยสันติวิธี และข้อที่ 33 (1) ซึ่งกำหนดว่า ผู้เป็นฝ่ายในกรณีพิพาทใด ๆ ซึ่งหากดำเนินอยู่ต่อไปน่าจะเป็นอันตรายแก่การธำรงไว้ซึ่งสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ ก่อนอื่นจักต้องแสวงหาการแก้ไขข้อพิพาทโดยการเจรจาการไต่สวน การไกล่เกลี่ย การประนีประนอม ฯลฯ เป็นการกำหนดให้ใช้วิธีการระงับข้อพิพาทโดยสันติวิธี ซึ่งเป็นทางเลือกในการระงับข้อพิพาทนั้น และเป็นวิธีทางการทูตในระดับภูมิภาคมิให้รัฐคู่พิพาทใช้กำลังต่อกัน
(2) วิธีใช้คนกลางที่น่าเชื่อถือ (Good Office) เป็นกรณีที่รัฐที่สามจะเป็นสื่อกลางให้รัฐคู่กรณีเข้าเจรจากันโดยตรง โดยปล่อยให้รัฐคู่กรณีพูดคุยเจรจากันเอง คนกลางดังกล่าวไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือไม่ได้มีส่วนร่วมแข็งขันแต่อย่างใด การเข้ามาเป็นคนกลางของรัฐที่สามนี้อาจเข้ามาเพราะคู่กรณีฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายร้องขอ หรืออาจจะเข้ามาเองโดยสมัครใจก็ได้ ซึ่งวิธีนี้นั้นไม่สามารถแน่ใจได้ว่าคู่กรณีจะยุติข้อพิพาทกันได้หรือไม่ ซึ่งจะแตกต่างจากวิธีการไกล่เกลี่ย (Mediation) ซึ่งรัฐที่สามซึ่งเป็นคนกลางจะเข้าไปมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันโดยร่วมพูดคุยและถกเถียงร่วมกันกับคู่กรณีในประเด็นข้อพิพาท โน้มน้าวให้ยอมลดความรุนแรงและฟังเหตุผลของคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่ง แต่ไม่สามารถไปโน้มน้าวเลือกใช้ทางออกตามที่ตนชี้หรือเสนอแนะไปได้ ซึ่งจะยุติข้อพิพาทสำเร็จหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคู่กรณี






ใส่ความเห็น