📍 พิกัดสั่งซื้อ
ซื้อหนังสือ & ข้อสอบ (เล่ม/มีคำอธิบาย): Sheet and Book
ซื้อหนังสือ: หนังสือกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีเมือง

เพิ่มเติม
1. วิชา LAW (ทั้งหมด)
2. วิชา LAW4103


คำตอบ: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)


คำตอบ: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)


ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ องค์กรที่จะถือว่าเป็น “องค์การระหว่างประเทศ” (International Organization) และจะเป็นผู้ทรงอิทธิพลอันมีสภาพเป็นบุคคลตามกฎหมายระหว่างประเทศนั้น จะต้องมีองค์ประกอบ ดังต่อไปนี้ คือ

  1. จะต้องเป็นองค์การระหว่างประเทศในระดับรัฐบาล กล่าวคือ บุคคลที่สามารถแสดงเจตนาเข้าไปเป็นสมาชิกขององค์การระหว่างประเทศแทนรัฐได้นั้น จะต้องเป็นผู้แทนของรัฐบาลเท่านั้น
  2. จะต้องมีการก่อตั้งองค์การระหว่างประเทศขึ้นโดยสนธิสัญญาหรือตราสารจัดตั้งอื่น
  3. จะต้องเป็นองค์การที่มีลักษณะถาวร เช่น มีการจัดตั้งสำนักงานใหญ่เพื่อประชุมดำเนินกิจการ เป็นต้น
  4. จะต้องเป็นองค์ที่มีความเป็นอิสระ มีอำนาจในการตัดสินใจแทนรัฐสมาชิก มีสิทธิหน้าที่และความรับผิดชอบเป็นของตนเอง โดยได้รับการรับรองสถานะเป็นนิติบุคคลจากรัฐสมาชิก

ตัวอย่างขององค์การระหว่างประเทศ ได้แก่ สหประชาชาติและองค์กรต่าง ๆ ของสหประชาชาติ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ องค์การอนามัยดลก หรือ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ เป็นต้น

กรณีตามปัญหา สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) เป็นองค์กรที่ก่อตั้งขึ้นโดยสมาคมฟุตบอลของ 7 รัฐ ซึ่งมิใช่รัฐหรือผู้แทนของรัฐ แต่ก่อตั้งขึ้นตามกฎหมายภายในของรัฐ 7 รัฐดังกล่าว รวมถึงธรรมนูญ ของ FIFA และกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องนั้น ได้ร่วมกันจัดทำขึ้นโดยสมาชิกที่เป็นสมาคมและสโมสรฟุตบอลของรัฐ จึงไม่เข้าลักษณะของความเป็นสนธิสัญญาตามอนุสัญญากรุงเวียนนา (VCLT) ที่จะก่อให้เกิดพันธกรณีต่อรัฐ และองค์การระหว่างประเทศ มีลักษณะเป็นเพียงสหพันธ์ที่เป็นองค์กรระหว่างประเทศที่มีโครงสร้างการรวมกลุ่มหรือเครือข่ายเฉพาะด้านที่มีกลไกการบริหารเป็นของตนเองเท่านั้น

ดังนั้น สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) จึงไม่เป็นองค์การระหว่างประเทศที่เป็นผู้ทรงสิทธิอันมีสภาพบุคคลตามกฎหมายระหว่างประเทศแต่อย่างใด


(1) การที่ประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) ได้ผูกพันในพิธีสารอาเซียนว่าด้วยกลไกการระงับข้อพิพาทที่เพิ่มขึ้น ค.ศ. 2019 โดยร่วมกันตกลงไว้ในข้อ 4 ว่า หากสมาชิกมีข้อพิพาทกันเมื่อใดก็ตาม รัฐสมาชิกตกลงให้ใช้คนกลางที่น่าเชื่อถือ (Good Office) การประนีประนอม (Conciliation) หรือการไกล่เกลี่ย (Mediation) และตกลงให้เลขาธิการอาเซียนมีความสามารถโดยตำแหน่งในการเสนอให้ใช้วิธีการดังกล่าวข้างต้นเพื่อมุ่งหมายช่วยเหลือให้รัฐสมาชิกระงับข้อพิพาทกันได้นั้น วิธีการระงับข้อพิพาทดังกล่าวข้างต้นถือว่าสอดคล้องกับกฎบัตรสหประชาชาติ บทที่ 6 ว่าด้วยการระงับข้อพิพาทโดยสันติวิธี และข้อที่ 33 (1) ซึ่งกำหนดว่า ผู้เป็นฝ่ายในกรณีพิพาทใด ๆ ซึ่งหากดำเนินอยู่ต่อไปน่าจะเป็นอันตรายแก่การธำรงไว้ซึ่งสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ ก่อนอื่นจักต้องแสวงหาการแก้ไขข้อพิพาทโดยการเจรจาการไต่สวน การไกล่เกลี่ย การประนีประนอม ฯลฯ เป็นการกำหนดให้ใช้วิธีการระงับข้อพิพาทโดยสันติวิธี ซึ่งเป็นทางเลือกในการระงับข้อพิพาทนั้น และเป็นวิธีทางการทูตในระดับภูมิภาคมิให้รัฐคู่พิพาทใช้กำลังต่อกัน

(2) วิธีใช้คนกลางที่น่าเชื่อถือ (Good Office) เป็นกรณีที่รัฐที่สามจะเป็นสื่อกลางให้รัฐคู่กรณีเข้าเจรจากันโดยตรง โดยปล่อยให้รัฐคู่กรณีพูดคุยเจรจากันเอง คนกลางดังกล่าวไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือไม่ได้มีส่วนร่วมแข็งขันแต่อย่างใด การเข้ามาเป็นคนกลางของรัฐที่สามนี้อาจเข้ามาเพราะคู่กรณีฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายร้องขอ หรืออาจจะเข้ามาเองโดยสมัครใจก็ได้ ซึ่งวิธีนี้นั้นไม่สามารถแน่ใจได้ว่าคู่กรณีจะยุติข้อพิพาทกันได้หรือไม่ ซึ่งจะแตกต่างจากวิธีการไกล่เกลี่ย (Mediation) ซึ่งรัฐที่สามซึ่งเป็นคนกลางจะเข้าไปมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันโดยร่วมพูดคุยและถกเถียงร่วมกันกับคู่กรณีในประเด็นข้อพิพาท โน้มน้าวให้ยอมลดความรุนแรงและฟังเหตุผลของคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่ง แต่ไม่สามารถไปโน้มน้าวเลือกใช้ทางออกตามที่ตนชี้หรือเสนอแนะไปได้ ซึ่งจะยุติข้อพิพาทสำเร็จหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคู่กรณี


สั่งซื้อแนวข้อสอบพร้อมคำอธิบาย, คำวินิจฉัย, หนังสือ

ใส่ความเห็น