LAW4105
📍 พิกัดสั่งซื้อ
ซื้อหนังสือ & ข้อสอบ (เล่ม/มีคำอธิบาย): Sheet and Book
ซื้อหนังสือ: หนังสือกฎหมายแรงงานและประกันสังคม
เพิ่มเติม
1. วิชา LAW (ทั้งหมด)
2. วิชา LAW4105
แนวข้อสอบนี้จัดทำเพื่อเป็นแนวทางในการอ่านหนังสือ กรณีต้องการคำอธิบาย/วินิจฉัยรูปแบบเต็ม สามารถสั่งซื้อได้จากลิงก์ด้านบนหรือคลิกด้านล่าง
ข้อ 1 Aristotle แยกชนิดของความยุติธรรมไว้กี่ชนิด อะไรบ้าง จงอธิบายรายละเอียด
แนวคำตอบ
ความยุติธรรมทางจัดสรร (Distributive Justice)
คือบุคคลที่เท่าเทียมกันควรได้รับการจัดสรรทรัพยากร ผลประโยชน์ เกียรติยศ สิทธิและหน้าที่อย่างเท่าเทียมกัน เช่น คนงานในโรงงานทำงานเท่ากัน คุณวุฒิ คุณสมบัติเท่ากัน ก็ควรได้รับค่าตอบแทนเท่ากัน แต่ถ้ามีคนหนึ่งทำงานดีกว่า ขยันกว่า มีสติปัญญาในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า อาจจะทำให้ได้เงินเดือนมากกว่า หลักที่ว่าบุคคลที่เท่าเทียมกันควรได้รับการจัดสรรผลประโยชน์หรือได้รับค่าตอบแทนอย่างเท่าเทียมกัน มีปัญหาอยู่บ้างในกรณีการเปรียบเทียบระหว่างบุคคลต่างกลุ่ม เช่น ชาวนาควรได้รับการจัดสรรผลประโยชน์จากแรงงานที่ได้ลงแรงผลิตขึ้นมา ในขณะเดียวกันพ่อค้าที่ขนสินค้าไปขายควรได้รับการจัดสรรผลประโยชน์จากการลงทุน พ่อค้าคนกลางกับผู้ผลิตมีหน้าที่ไม่เหมือนกัน การจัดสรรผลประโยชน์จึงแตกต่างกันบ้าง อาจจะเกิดปัญหาว่า ฝ่ายหนึ่งอาจจะได้รับผลประโยชน์มากกว่าอีกฝ่ายหนึ่ง เป็นการควรไม่ควร
ความยุติธรรมทางชัดเชย (Reificatory Justice)
คำว่า “ชดเชย” หมายความว่า ทดแทนสิ่งที่สูญเสีญไปให้กลับคืนเหมือนเดิม ตัวอย่างเช่น มีคนขับรถยนต์มาชนรถยนต์ของท่านบุบเสียหาย คนชนต้องชดเชยกลับทำให้รถยนต์ของท่านเหมือนเดิมโดยจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมรถยนต์ เป็นต้น
ข้อ 2 นายป้อมเป็นทนายความได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวกับนักข่าวว่า “สำนักงานทนายความป้อมเป็นสำนักงานทนายความที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับคดีฉ้อโกงประชาชนมากที่สุดในประเทศไทย โดยทนายความของเราสามารถหาภาพและคลิปเสียง ซึ่งเป็นข้อมูลเชิงลึกที่ไม่มีสำนักงานทนายความใดในประเทศที่สามารถหาข้อมูลมาได้” เมื่อนายแดงซึ่งเป็นจำเลยในคดีฉ้อโกงประชาชนเห็นการแถลงข่าวในโทรทัศน์จึงตกลงให้นายป้อมเป็นทนายความของตน ก่อนวันสืบพยาน นายป้อมได้เรียกนายแดงและพยานมาพร้อมกัน แล้วให้คำแนะนำแก่พยานในการเบิกความ โดยมีการตั้งคำถามให้พยานตอบ โดยให้พยานระลึกถึงข้อเท็จจริงในวันสืบพยาน พยานจึงเบิกความตามข้อเท็จจริงที่เตรียมมา เมื่อถึงวันฟังคำพิพากษา นายป้อมไม่ได้ไปศาลโดยอ้างว่ามีธุระด่วน ต้องไปงานศพญาติที่ต่างจังหวัด และไม่ได้ถามนายแดงเกี่ยวกับผลของคำพิพากษา จนทำให้พ้นระยะเวลาอุทธรณ์ นายแดงจึงไม่สามารถยื่นอุทธรณ์ได้
ขอให้ท่านวินิจฉัยว่า นายป้อมประพฤติผิดมรรยาททนายความหรือไม่ เพราะเหตุใด
หลักกฎหมาย ข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยมรรยาททนายความ พ.ศ. 2529
- ข้อ 8 “สมรู้เป็นใจโดยทางตรงหรือทางอ้อม เพื่อทำพยานหลักฐานเท็จ หรือเสี้ยมสอนพยานให้เบิกความเท็จ หรือโดยปกปิดซ่อนจำอำพรางพยานหลักฐานใด ๆ ซึ่งควรนำมายื่นต่อศาลหรือสัญญาจะให้สินบนแก่เจ้าพนักงาน หรือสมรู้เป็นใจในการให้สินบนแก่เจ้าพนักงาน”
- ข้อ 12 กระทำการบางอย่างใดอย่างหนึ่งดังกล่าวต่อไปนี้ อันอาจทำให้เสื่อมเสียประโยชน์ของลูกความ
(1) จงใจขาดนัดหรือทอดทิ้งคดี
(2) จงใจละเว้นหน้าที่ที่ควรกระทำอันเกี่ยวแก่การดำเนินคดีแห่งลูกความของตน หรือปิดบังข้อความที่ควรแจ้งให้ลูกความทราบ - ข้อ 17 ประกาศโฆษณาหรือยอมให้ผู้อื่นประกาศโฆษณาใด ๆ ดังต่อไปนี้
(1) อัตราค่าจ้างว่าความหรือแจ้งว่าไม่เรียกร้องค่าจ้างว่าความ
(2) ชื่อ คุณวุฒิ ตำแหน่ง ถิ่นที่อยู่ หรือสำนักงาน อันเป็นไปในทางโอ้อวดหรือเชิงชักชวนให้ผู้มีอรรถคดีมาหาเพื่อเป็นทนายความว่าต่างหรือแก้ต่างให้ เว้นแต่การแสดงชื่อ คุณวุฒิ หรืออื่น ๆ ดังกล่าวตามสมควรโดยสุภาพ
คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)
สรุป: การกระทำของนายป้อมเป็นการประพฤติผิดข้อบังคับมรรยาททนายความข้อ 12 และข้อ 17 แต่ไม่มีความผิดข้อ 8
ข้อ 3 ณ ศาลจังหวัดแห่งหนึ่ง นายแก้วและนายก้อนเป็นผู้พิพากษาจังหวัดดังกล่าว ปรากฎว่านายแก้วยังเป็นกรรมการผู้จัดการในบริษัท ทิพย์พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ จำกัด ซึ่งเป็นธุรกิจภายในครอบครัวของนายแก้ว ส่วนนายก้อนนั้นมีนายก้านเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดในจังหวัดเดียวกับที่นายก้อนรับราชการอยู่ ซึ่งนายก้อนและนายก้านเป็นเพื่อนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงปีที่ 6 นายก้านได้มาพูดจาชักชวนให้นายก้อนให้ช่วยนายก้านหาเสียงในการที่นายก้านจะสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดที่เดิมอีกสมัยหนึ่ง ในการเลือกตั้งสมัยหน้าที่จะมีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดในช่วงเดือนธันวาคม 2566 ต่อมาวันที่ 12 ตุลาคม 2566 นายก้อนรับแผ่นพับประวัติและนโยบายของนายก้านที่จัดทำขึ้นเพื่อใช้ในการหาเสียงในครั้งนี้นำมาใช้แจกจ่ายในขณะที่นายก้านเดินหาเสียงอยู่ในโรงอาหารของศาลจังหวัดดังกล่าวให้แก่ประชาชนที่มาติดต่อราชการภายในศาลจังหวัด
ให้วินิจฉัยว่า นายแก้วและนายก้อนประพฤติผิดประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการหรือไม่ จงอธิบาย
หลักกฎหมาย ข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยมรรยาททนายความ พ.ศ. 2529
- ข้อ 26 (วรรคหนึ่ง) “ผู้พิพากษาจักต้องไม่เป็นกรรมการ ผู้จัดการ ที่ปรึกษา หรือดำรงตำแหน่งอื่นใดในห้างหุ้นส่วนบริษัท ห้างร้านหรือธุรกิจของเอกชน เว้นแต่จะเป็นกิจการที่มิได้แสวงหากำไร”
- ข้อ 34 “ผู้พิพากษาจักต้องไม่เป็นกรรมการ สมาชิก หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมือง และจักต้องไม่เข้าเป็นตัวกระทำการ ร่วมกระทำการ สนับสนุนในการโฆษณาหรือชักชวนใด ๆ ในการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาหรือผู้แทนทางการเมืองอื่นใด ทั้งไม่พึงกระทำการใด ๆ อันเป็นฝักใฝ่พรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมืองใด นอกจากการใช้สิทธิเลือกตั้ง”
คำวินิจฉัย: กรณีตามอุทาหรณ์ นายแก้วและนายก้อนประพฤติผิดประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการหรือไม่ แยกวินิจฉัยได้ดังนี้
กรณีของนายแก้ว
การที่นายแก้วเป็นผู้พิพากษาศาลจังหวัด ปรากฎว่านายแก้วยังเป็นกรรมการผู้จัดการในบริษัท ทิพย์พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ จำกัด ถือได้ว่านายแก้วเป็นกรรมการในบริษัทของเอกชน แม้จะเป็นธุรกิจภายในครอบครัวของนายแก้วก็ตาม แต่เมื่อธุรกิจนั้นเป็นกิจการที่มีวัตถุประสงค์ในการแสวงหากำไร ย่อมเป็นการต้องห้ามตามประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ พ.ศ. 2529 ข้อ 26 วรรคหนึ่ง ดังนั้นย่อมถือว่านายแก้วประพฤติผิดประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลากรในข้อ 26
กรณีของนายก้อน
การที่นายก้อนผู้พิพากษาศาลจังหวัด และเป็นเพื่อนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงปีที่ 6 กับนายก้านซึ่งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดในจังหวัดเดียวกับที่นายก้อนรับราชการอยู่ โดยนายก้อนได้รับแผ่นพับประวัติและนโยบายของนายก้านที่จัดทำขึ้นเพื่อใช้ในการหาเสียงในการที่นายก้านจะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดที่เดิมอีกสมัยหนึ่ง นำมาใช้แจกจ่ายในขณะที่นายก้านเดินหาเสียงอยู่ในโรงอาหารของศาลจังหวัดดังกล่าวให้แก่ประชาชนที่มาติดต่อราชการภายในศาลจังหวัดนั้น การกระทำของนายก้อนถือว่าเป็นการสนับสนุนในการโฆษณาหรือชักชวนใด ๆ ในการเลือกตั้งผู้แทนทางการเมือง และเป็นการกระทำในลักษณะฝักใฝ่พรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมืองใดแล้ว ซึ่งเป็นการกระทำที่ต้องห้ามตามประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ พ.ศ. 2529 ข้อ 34 ดังนั้น จึงถือว่านายก้อนประพฤติผิดประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการในข้อ 34
สรุป: นายแก้วประพฤติผิดประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการข้อ 26 ส่วนนายก้อนประพฤติผิดประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการข้อ 34



ใส่ความเห็น