📍 พิกัดสั่งซื้อ
ซื้อหนังสือ & ข้อสอบ (เล่ม/มีคำอธิบาย): Sheet and Book
ซื้อหนังสือ: หนังสือว่าความและการถามพยานและการจัดทำเอกสารทางกฎหมาย

เพิ่มเติม
1. วิชา LAW (ทั้งหมด)
2. วิชา LAW4102


ข้อสอบนี้เป็นอัตนัยล้วน มีทั้งหมด 3 ข้อ

มาตรา 326 – ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ธงคำตอบ

  • ข้อ 1 หนังสือบอกกล่าวทวงถาม
    ทำที่สำนักทนายความธงยุติธรรม
    เลขที่ 120 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก
    เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร

    วันที่ 15 มกราคม 2566
    เรื่อง ขอให้ชำระหนี้
    เรียน นายพิธาน สวัสดี
    อ้างถึง สัญญากู้ยืมเงิน ฉบับลงวันที่ 9 มกราคม 2562 และ สัญญาจำนำฉบับลงวันที่ 9 มกราคม 2562

    ตามที่เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2562 ท่านได้ทำสัญญากู้ยืมเงินจากนางสาวอุ๊งอิ๊ง สุขมาล้น ผู้ให้กู้ จำนวน 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) ดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี กำหนดเวลาชำระหนี้ภายใน 3 ปี โดยท่านได้นำแหวนเพชรประจำตระกูลมาวางประกันหนี้เอาไว้กับนางสาวอุ๊งอิ๊ง โดยทำสัญญากันไว้คนละฉบับ ซึ่งท่านทราบดีอยู่แล้วนั้น

    เนื่องจากวันที่ 9 มกราคม 2565 ท่านไม่คืนเงินต้นและดอกเบี้ยให้กับนางสาวอุ๊งอิ๊ง แต่มาหานางสาวอุ๊งอิ๊งและเจรจาต่อรองขอคืนเงินดอกเบี้ย จำนวน 450,000 บาท (สี่แสนห้าหมื่นบาทถ้วน) แต่ต้นเงินขอเลื่อนไปอีก 1 ปี และขอคืนแหวนเพชรที่วางประกันไว้เพื่อนำไปขอแฟนแต่งงานแต่นางสาวอุ๊งอิ๊งไม่ยินยอม จนกระทั่งวันที่ 9 มกราคม 2566 ครบกำหนดชำระหนี้ แต่ท่านกลับนิ่งเฉย จึงถือว่าท่านได้ผิดสัญญากู้ยืมเงิน ตามที่ได้ตกลงกันไว้ทำให้นางสาวอุ๊งอิ๊งได้รับความเสียหาย

    โดยหนังสือฉบับนี้ ข้าพเจ้าในฐานะทนายความผู้รับมอบอำนาจจากนางสาวอุ๊งอิ๊ง สุขมาล้น ผู้ให้กู้ ขอบอกกล่าวมายังท่าน ขอให้ท่านนำเงินจำนวน 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,150,000 บาท (หนึ่งล้วนหนึ่งแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) ไปชำระหนี้ให้แก่นางสาวอุ๊งอิ๊ง สุขมาล้น หรือข้าพเจ้าภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ท่านได้รับหนังสือบอกกล่าวทวงถามฉบับนี้ หากท่านไม่ดำเนินการ ข้าพเจ้ามีความจำเป็นจะต้องยึดแหวนดังกล่าว และดำเนินคดีตามกฎหมายกับท่านต่อไป

    ขอแสดงความนับถือ
    ลงชื่อ
    ……………………………..
    (________________)
    ทนายความผู้รับมอบอำนาจ
  • ข้อ 2 คำฟ้องคดีแพ่งและคำขอท้ายฟ้อง

ข้อ 1 เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2562 จำเลยได้ทำสัญญากู้ยืมเงินกับโจทก์จำนวน 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) ดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี กำหนดชำระหนี้ภายใน 3 ปี โดยจำเลยได้นำแหวนเพชรประจำตระกูลมาวางประกันหนี้เอาไว้กับโจทก์ โดยทำสัญญากันไว้คนละฉบับ รายละเอียดปรากฏตามสำเนาสัญญากู้ยืมเงินฉบับลงวันที่ 9 มกราคม 2562 เอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข 1

ข้อ 2 ต่อมาเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2565 จำเลยไม่คืนเงินต้นและดอกเบี้ยกับโจทก์ แต่มาหาโจทก์และเจรจาต่อรองขอคืนเงินดอกเบี้ยจำนวน 450,000 บาท (สี่แสนห้าหมื่นบาทถ้วน) แต่ต้นเงินขอเลื่อนไปอีก 1 ปี และขอคืนแหวนเพชรที่วางประกันไว้เพื่อนำไปขอแฟนแต่งงาน โจทก์ไม่ยินยอม แต่นำสัญญาฉบับเดิมมาเขียนเพิ่มเติมว่า “คืนเงินดอกเบี้ยจำนวน 450,000 บาทแล้ว แต่ต้นเงินยังไม่คืน โดยขอเลื่อนกำหนดคืนออกไปเป็นวันที่ 9 มกราคม 2566” และลงลายมือชื่อกำกับข้อความในสัญญาดังกล่าวทั้งสองฝ่าย จนกระทั่งถึงวันที่ 9 มกราคม 2566 ครบกำหนดชำระหนี้จำนวน 1,150,000 บาท (หนึ่งล้านหนึ่งแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) ที่จำเลยต้องชำระหนี้คืนให้แก่โจทก์ แต่จำเลยกลับนิ่งเฉย โดยก่อนฟ้องคดีนี้โจทก์ได้มอบหมายให้ทนายความมีหนังสือบอกกล่าวทวงถามไปยังจำเลยโดยไปรษณีย์แบบตอบรับ ซึ่งจำเลยได้รับแล้วแต่เพิกเฉยไม่ชำระหนี้ให้แก่โจทก์ รายละเอียดปรากฎตามสำเนาหนังสือบอกกล่าวทวงถามและใบตอบรับไปรษณีย์ เอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข 2 และ 3

การกระทำของจำเลยทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้จำเลยชำระต้นเงินจำนวน 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,150,000 บาท (หนึ่งล้านหนึ่งแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) แก่โจทก์

โจทก์ไม่มีทางอื่นใดที่จะบังคับเอาแก่จำเลยได้ จึงต้องนำคดีฟ้องต่อศาลเพื่อขอบารมีศาลเป็นที่พึ่งเพื่อที่จะบังคับเอากับจำเลยต่อไป

ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด

คำขอท้ายฟ้อง

  1. ขอให้จำเลยชำระเงินต้นและดอกเบี้ยที่ค้างชำระรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,150,000 (หนึ่งล้านหนึ่งแสนห้าหมื่นบาทถ้วน)
  2. ขอให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีของเงินต้น 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจำเลยจะชำระหนี้แก่โจทก์เสร็จสิ้น
  3. ขอให้จำเลยชำระค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความแทนโจทก์
  • ข้อ 3 คำฟ้องคดีอาญา

ข้อ 1 เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2565 เวลากลางคืนหลังเที่ยง จำเลยบังอาจกระทำความผิดกฎหมายต่อโจทก์ กล่าวคือ จำเลยได้ใส่ความโจทก์ โดยจำเลยได้พิมพ์ข้อความลงบน Facebook ส่วนตัว แต่เปิดเป็นสาธารณะ และแท็กชื่อโจทก์ว่า “เจ้าแม่เงินกู้หน้าเลือด ดอกเบี้ยก็ให้ตามสัญญา แต่ขอแหวนเพชรประจำตระกูลคืนจะเอามาแต่งงาน แต่ใจดำไม่ให้ ไม่คิดถึงใจคนอื่น ทำมาหากินบนหลังคน คนบาป ตายไปขอให้ตกนรก” กล่าวคือ จำเลยกล่าวหาว่าโจทก์เป็นคนเห็นแก่ตัว เป็นคนไม่มีน้ำใจ เอาเปรียบคนอื่น ทำให้โจทกเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง

เหตุเกิดที่แขวงหัวหมาก บางกะปิ กรุงเทพมหานคร

ข้อ 2 การกระทำของจำเลยตามฟ้องข้อ 1 ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์ไม่อาจบังคับกับจำเลยได้ จึงนำคดีมาฟ้องต่อศาล ขอให้ศาลออกหมายเรียกจำเลยมาศาลเพื่อไต่สวนมูลฟ้องและพิจารณาพิพากษาลงโทษจำเลยต่อไป

อนึ่ง โจทก์ ไม่ได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เนื่องจากประสงค์จะดำเนินคดีเอง


    สั่งซื้อแนวข้อสอบพร้อมคำอธิบาย, คำวินิจฉัย, หนังสือ

    ใส่ความเห็น