LAW4102
📍 พิกัดสั่งซื้อ
ซื้อหนังสือ & ข้อสอบ (เล่ม/มีคำอธิบาย): Sheet and Book
ซื้อหนังสือ: หนังสือว่าความและการถามพยานและการจัดทำเอกสารทางกฎหมาย
เพิ่มเติม
1. วิชา LAW (ทั้งหมด)
2. วิชา LAW4102
แนวข้อสอบนี้จัดทำเพื่อเป็นแนวทางในการอ่านหนังสือ กรณีต้องการคำอธิบาย/วินิจฉัยรูปแบบเต็ม สามารถสั่งซื้อได้จากลิงก์ด้านบนหรือคลิกด้านล่าง
ข้อสอบนี้เป็นอัตนัยล้วน มีทั้งหมด 3 ข้อ
เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2562 นายพิธาน สวัสดี ได้ทำสัญญากู้ยืมเงินนางสาวอุ๊งอิ๊ง สุขมาล้น จำนวน 1,000,000 บาท ดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี กำหนดเวลาชำระหนี้ภายใน 3 ปี โดยนายพิธาน สวัสดี นำแหวนเพชรประจำตระกูลมาวางประกันหนี้เอาไว้กับนางสาวอุ๊งอิ๊ง สุขมาล้น โดยทำสัญญาไว้คนละฉบับ
วันที่ 9 มกราคม 2565 นายพิธาน สวัสดี ไม่คืนเงินต้นและดอกเบี้ยให้กับนางสาวอุ๊งอิ๊ง สุขมาล้น แต่มาหานางสาวอุ๊งอิ๊ง และเจรจาต่อรองขอคืนเงินดอกเบี้ยจำนวน 450,000 บาทก่อน แต่ต้นเงินขอเลื่อนไปอีก 1 ปี และขอคืนแหวนเพชรที่วางประกันจำนำไปขอแฟนแต่งงาน นางสาวอุ๊งอิ๊งไม่ยินยอม แต่นำสัญญาฉบับเดิมมาเขียนเพิ่มเติมว่า “คืนเงินดอกเบี้ยจำนวน 450,000 บาทแล้ว แต่ต้นเงินยังไม่คืน โดยขอเลื่อนกำหนดคืนออกไปเป็นวันที่ 9 มกราคม 2566” และลงลายมือชื่อกำกับข้อความในสัญญาดังกล่าวทั้งสองฝ่าย
นายพิธาน โมโหมากแต่ต้องจำยอม เวลา 20.30 น. ของวันที่ 9 มกราคม 2565 นายพิธาน ดื่มเบียร์แล้วเมา จึงได้พิมพ์ข้อความบน Facebook ส่วนตัว แต่เปิดเป็นสาธารณะ และแท็กชื่อนางสาวอุ๊งอิ๊งว่า “เจ้าแม่เงินกู้หน้าเลือด ดอกเบี้ยก็ให้ตามสัญญา แต่ขอแหวนเพชรประจำตระกูลคืนจะเอามาแต่งงาน แต่ใจดำไม่ให้ ไม่คิดถึงใจคนอื่น ทำมาหากินบนหลังคน คนบาป ตายไปขอให้ตกนรก“
นางสาวอุ๊งอิ๊ง ขณะนั้นอยู่บ้านเลขที่ 99 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ได้อ่านข้อความแล้วโกรธมาก จึงตัดสินใจติดต่อทนายความคือท่าน เพื่อดำเนินคดีอาญาข้อหาหมิ่นประมาท โดยไม่แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน
จนกระทั่งวันที่ 9 มกราคม 2566 ครบกำหนดชำระหนี้หนี้จำนวน 1,150,000 บาท ที่นายพิธาน ต้องชำระคืนนางสาวอุ๊งอิ๊ง แต่กลับนิ่งเฉย
นางสาวอุ๊งอิ๊ง ได้มาพบท่านที่สำนักทนายความธงยุติธรรม ตั้งอยู่เลขที่ 120 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร เพื่อปรึกษาดำเนินคดีแพ่งผิดสัญญากู้กับนายพิธาน และท่านได้ส่งหนังสือทวงถามลงทะเบียนไปรษณีย์ตอบรับแจ้งแก่นายพิธาน ว่าขอให้นำเงินมาชำระตามสัญญาดังกล่าวภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือทวงถามที่ทนายความหรือนางสาวอุ๊งอิ๊ง แต่หากไม่คืนก็จะยึดแหวนเพชรประจำตระกูลดังกล่าวและดำเนินคดีกับนายพิธานต่อไป แต่เมื่อได้รับหนังสือทวงถามและไปรษณีย์ตอบรับ นายพิธาน กลับเพิกเฉย นางสาวอุ๊งอิ๊ง จึงให้ทนายความฟ้องร้องดำเนินคดีแพ่งกับนายพิธาน
ดังนี้ หากท่านเป็นทนายความ ให้ท่านจัดทำเอกสารทางกฎหมาย ดังต่อไปนี้
ข้อ 1: ร่างหนังสือบอกกล่าวทวงถาม (15 คะแนน)
ข้อ 2: ร่างคำฟ้องและคำขอท้ายฟ้องคดีแพ่งเรียกเงินต้นและดอกเบี้ย 1 ปี รวมเป็นเงิน 1,150,000 บาท โดยไม่คำนึงถึงแบบพิมพ์ศาล (35 คะแนน)
ข้อ 3: ฟ้องคดีอาญาในข้อหาความผิดฐานหมิ่นประมาทตามมาตรา 326 โดยให้ท่านร่างคำฟ้องโดยไม่ต้องทำคำขอท้ายฟ้องและไม่คำนึงถึงแบบพิมพ์ศาล (25 คะแนน)
ประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 326 – ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ธงคำตอบ
- ข้อ 1 หนังสือบอกกล่าวทวงถาม
ทำที่สำนักทนายความธงยุติธรรม
เลขที่ 120 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก
เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร
วันที่ 15 มกราคม 2566
เรื่อง ขอให้ชำระหนี้
เรียน นายพิธาน สวัสดี
อ้างถึง สัญญากู้ยืมเงิน ฉบับลงวันที่ 9 มกราคม 2562 และ สัญญาจำนำฉบับลงวันที่ 9 มกราคม 2562
ตามที่เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2562 ท่านได้ทำสัญญากู้ยืมเงินจากนางสาวอุ๊งอิ๊ง สุขมาล้น ผู้ให้กู้ จำนวน 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) ดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี กำหนดเวลาชำระหนี้ภายใน 3 ปี โดยท่านได้นำแหวนเพชรประจำตระกูลมาวางประกันหนี้เอาไว้กับนางสาวอุ๊งอิ๊ง โดยทำสัญญากันไว้คนละฉบับ ซึ่งท่านทราบดีอยู่แล้วนั้น
เนื่องจากวันที่ 9 มกราคม 2565 ท่านไม่คืนเงินต้นและดอกเบี้ยให้กับนางสาวอุ๊งอิ๊ง แต่มาหานางสาวอุ๊งอิ๊งและเจรจาต่อรองขอคืนเงินดอกเบี้ย จำนวน 450,000 บาท (สี่แสนห้าหมื่นบาทถ้วน) แต่ต้นเงินขอเลื่อนไปอีก 1 ปี และขอคืนแหวนเพชรที่วางประกันไว้เพื่อนำไปขอแฟนแต่งงานแต่นางสาวอุ๊งอิ๊งไม่ยินยอม จนกระทั่งวันที่ 9 มกราคม 2566 ครบกำหนดชำระหนี้ แต่ท่านกลับนิ่งเฉย จึงถือว่าท่านได้ผิดสัญญากู้ยืมเงิน ตามที่ได้ตกลงกันไว้ทำให้นางสาวอุ๊งอิ๊งได้รับความเสียหาย
โดยหนังสือฉบับนี้ ข้าพเจ้าในฐานะทนายความผู้รับมอบอำนาจจากนางสาวอุ๊งอิ๊ง สุขมาล้น ผู้ให้กู้ ขอบอกกล่าวมายังท่าน ขอให้ท่านนำเงินจำนวน 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,150,000 บาท (หนึ่งล้วนหนึ่งแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) ไปชำระหนี้ให้แก่นางสาวอุ๊งอิ๊ง สุขมาล้น หรือข้าพเจ้าภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ท่านได้รับหนังสือบอกกล่าวทวงถามฉบับนี้ หากท่านไม่ดำเนินการ ข้าพเจ้ามีความจำเป็นจะต้องยึดแหวนดังกล่าว และดำเนินคดีตามกฎหมายกับท่านต่อไป
ขอแสดงความนับถือ
ลงชื่อ
……………………………..
(________________)
ทนายความผู้รับมอบอำนาจ - ข้อ 2 คำฟ้องคดีแพ่งและคำขอท้ายฟ้อง
ข้อ 1 เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2562 จำเลยได้ทำสัญญากู้ยืมเงินกับโจทก์จำนวน 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) ดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี กำหนดชำระหนี้ภายใน 3 ปี โดยจำเลยได้นำแหวนเพชรประจำตระกูลมาวางประกันหนี้เอาไว้กับโจทก์ โดยทำสัญญากันไว้คนละฉบับ รายละเอียดปรากฏตามสำเนาสัญญากู้ยืมเงินฉบับลงวันที่ 9 มกราคม 2562 เอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข 1
ข้อ 2 ต่อมาเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2565 จำเลยไม่คืนเงินต้นและดอกเบี้ยกับโจทก์ แต่มาหาโจทก์และเจรจาต่อรองขอคืนเงินดอกเบี้ยจำนวน 450,000 บาท (สี่แสนห้าหมื่นบาทถ้วน) แต่ต้นเงินขอเลื่อนไปอีก 1 ปี และขอคืนแหวนเพชรที่วางประกันไว้เพื่อนำไปขอแฟนแต่งงาน โจทก์ไม่ยินยอม แต่นำสัญญาฉบับเดิมมาเขียนเพิ่มเติมว่า “คืนเงินดอกเบี้ยจำนวน 450,000 บาทแล้ว แต่ต้นเงินยังไม่คืน โดยขอเลื่อนกำหนดคืนออกไปเป็นวันที่ 9 มกราคม 2566” และลงลายมือชื่อกำกับข้อความในสัญญาดังกล่าวทั้งสองฝ่าย จนกระทั่งถึงวันที่ 9 มกราคม 2566 ครบกำหนดชำระหนี้จำนวน 1,150,000 บาท (หนึ่งล้านหนึ่งแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) ที่จำเลยต้องชำระหนี้คืนให้แก่โจทก์ แต่จำเลยกลับนิ่งเฉย โดยก่อนฟ้องคดีนี้โจทก์ได้มอบหมายให้ทนายความมีหนังสือบอกกล่าวทวงถามไปยังจำเลยโดยไปรษณีย์แบบตอบรับ ซึ่งจำเลยได้รับแล้วแต่เพิกเฉยไม่ชำระหนี้ให้แก่โจทก์ รายละเอียดปรากฎตามสำเนาหนังสือบอกกล่าวทวงถามและใบตอบรับไปรษณีย์ เอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข 2 และ 3
การกระทำของจำเลยทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้จำเลยชำระต้นเงินจำนวน 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,150,000 บาท (หนึ่งล้านหนึ่งแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) แก่โจทก์
โจทก์ไม่มีทางอื่นใดที่จะบังคับเอาแก่จำเลยได้ จึงต้องนำคดีฟ้องต่อศาลเพื่อขอบารมีศาลเป็นที่พึ่งเพื่อที่จะบังคับเอากับจำเลยต่อไป
ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด
คำขอท้ายฟ้อง
- ขอให้จำเลยชำระเงินต้นและดอกเบี้ยที่ค้างชำระรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,150,000 (หนึ่งล้านหนึ่งแสนห้าหมื่นบาทถ้วน)
- ขอให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีของเงินต้น 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจำเลยจะชำระหนี้แก่โจทก์เสร็จสิ้น
- ขอให้จำเลยชำระค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความแทนโจทก์
- ข้อ 3 คำฟ้องคดีอาญา
ข้อ 1 เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2565 เวลากลางคืนหลังเที่ยง จำเลยบังอาจกระทำความผิดกฎหมายต่อโจทก์ กล่าวคือ จำเลยได้ใส่ความโจทก์ โดยจำเลยได้พิมพ์ข้อความลงบน Facebook ส่วนตัว แต่เปิดเป็นสาธารณะ และแท็กชื่อโจทก์ว่า “เจ้าแม่เงินกู้หน้าเลือด ดอกเบี้ยก็ให้ตามสัญญา แต่ขอแหวนเพชรประจำตระกูลคืนจะเอามาแต่งงาน แต่ใจดำไม่ให้ ไม่คิดถึงใจคนอื่น ทำมาหากินบนหลังคน คนบาป ตายไปขอให้ตกนรก” กล่าวคือ จำเลยกล่าวหาว่าโจทก์เป็นคนเห็นแก่ตัว เป็นคนไม่มีน้ำใจ เอาเปรียบคนอื่น ทำให้โจทกเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง
เหตุเกิดที่แขวงหัวหมาก บางกะปิ กรุงเทพมหานคร
ข้อ 2 การกระทำของจำเลยตามฟ้องข้อ 1 ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์ไม่อาจบังคับกับจำเลยได้ จึงนำคดีมาฟ้องต่อศาล ขอให้ศาลออกหมายเรียกจำเลยมาศาลเพื่อไต่สวนมูลฟ้องและพิจารณาพิพากษาลงโทษจำเลยต่อไป
อนึ่ง โจทก์ ไม่ได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เนื่องจากประสงค์จะดำเนินคดีเอง






ใส่ความเห็น