📍 พิกัดสั่งซื้อ
ซื้อหนังสือ & ข้อสอบ (เล่ม/มีคำอธิบาย): Sheet and Book
ซื้อหนังสือ: รวมกฎหมายปกครอง

เพิ่มเติม
1. วิชา LAW (ทั้งหมด)
2. วิชา LAW3112


คำตอบ: “รัฐวิสาหกิจ” คือ นิติบุคคลที่รัฐได้จัดตั้งขึ้นมาเพื่อรับกับการกระจายอำนาจทางบริการและเป็นการบริการสาธารณะทางด้านอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรม และนิติบุคคลที่รับเอาการบริการสาธารณะด้านอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรมไปทำเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียว ได้แก่ การรถไฟแห่งประเทศไทย การไฟฟ้าฝ่ายผลิต การประปา เป็นต้น

มาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2502 ได้บัญญัติให้คำนิยามของรัฐวิสาหกิจไว้ว่า “รัฐวิสาหกิจ” หมายความว่า

  • (ก) องค์การของรัฐบาลหรือหน่วยงานธุรกิจที่รัฐบาลเป็นเจ้าของ
  • (ข) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ส่วนราชการมีทุนรวมอยู่ด้วยเกินกว่าร้อยละห้าสิบ
  • (ค) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ส่วนราชการ และ/หรือ รัฐวิสาหกิจตาม (ก) และ/หรือ (ข) มีทุนรวมอยู่ด้วยเกินกว่าร้อยละห้าสิบ
  • (ง) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ส่วนราชการ และ/หรือ รัฐวิสาหกิจตาม (ค) และ/หรือ (ก) และ/หรือ (ข) มีทุนรวมอยู่ด้วยเกินกว่าร้อยละห้าสิบ
  • (จ) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ส่วนราชการ และ/หรือ รัฐวิสาหกิจตาม (ง) และ/หรือ (ก) และ/หรือ (ข) และ/หรือ (ค) มีทุนรวมอยู่ด้วยเกินกว่าร้อยละห้าสิบ

การแบ่งประเภทตามที่มาทางกฎหมาย

ถ้าแบ่งประเภทของรัฐวิสาหกิจตามที่มาทางกฎหมาย อาจแ บ่งไ

  1. รัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งขึ้นโดยกฎหมายมหาชน ซึ่งยังแยกออกเป็น 2 ประเภทย่อย คือ

    (ก) รัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติเฉพาะหรือกฎหมายที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีระดับเดียวกับพระราชบัญญัติ (พระราชกำหนดประกาศของคณะปฏิวัติ) เช่น การรถไฟแห่งประเทศไทย การท่าเรือแห่งประเทศไทย ซึ่งรัฐวิสาหกิจประเภทนี้จะได้รับมอบหมายให้มีอำนาจมหาชนในการดำเนินการใด ๆ ต่อทรัพย์สินหรือสิทธิของบุคคล เช่น เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ วางท่อ ปักเสาไฟฟ้าในที่ดินของเอกชน

    (ข) รัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งขึ้นโดยพระราชกฤษฏีกา ออกตามความในพระราชบัญญัติว่าด้วย การจัดตั้งองค์การของรัฐบาล พ.ศ. 2496 เช่น องค์การคลังสินค้า องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ เช่น บริษัท การบินไทย จำกัด
  2. รัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งขึ้นโดยกฎหมายเอกชน ซึ่งยังแยกออกเป็นประเภทย่อย คือ

    (ก) รัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งขึ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เช่น บริษัท ขนส่ง จำกัด (บ.ข.ส.)

    (ข) รัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 เช่น บริษัท การบินไทย จำกัด
  3. รัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งขึ้นในส่วนราชการโดยมติคณะรัฐมนตรีและไม่มีสภาพเป็นนิติบุคคล เช่น โรงงานยาสูบ กระทรวงการคลัง โรงงานไพ่กรมสรรพสามิต


ข้อ 2:
ก. ในการสรรหาคณบดีคณะวิทยาการจัดการของมหาวิทยาลัยของรัฐแห่งหนึ่ง ได้มีการดำเนินการสรรหาเพื่อเสนอสภามหาวิทยาลัยพิจารณาเลือกและแต่งตั้งนายแดงเป็นคณบดีไปแล้ว ต่อมา ปรากฎว่าสภามหาวิทยาลัยดังกล่าวได้มีมติให้ดำเนินการสรรหาบุคคลผู้มีความเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งคณะบดีคณะวิทยาการจัดการใหม่อีกครั้งหนึ่ง

ขอให้ท่านวินิจฉัยว่า มติของสภามหาวิทยาลัยดังกล่าวเป็นคำสั่งทางปกครองหรือไม่ เพราะเหตุใด ขอให้อธิบายพร้อมยกหลักกฎหมายประกอบ

ข. นางสาวตุ๊กตาได้ศึกษาและจบปริญญาตรีพยาบาลศาสตร์บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ได้สอบแข่งขันและได้รับการบรรจุเข้าทำงานราชการในโรงพยาบาลของรัฐแห่งหนึ่ง ความปรากฎในภายหลังว่าปริญญาตรีพยาบาลศาสตร์บัณฑิตของมหาวิทยาลัยที่นางสาวตุ๊กตาจบมานั้น ก.พ. ไม่รับรอง

ขอให้ท่านวินิจฉัยว่า ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา 57 จะดำเนินการตามกฎหมายกับนางสาวตุ๊กตาได้หรือไม่ อย่างไร ขอให้อธิบายพร้อมยกหลักกฎหมายประกอบ

คำตอบ: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)


ข้อ 3: การจัดองค์กรของรัฐในรูปแบบที่ไม่ใช่ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ เช่น องค์การมหาชน มีเหตุผลและความจำเป็นที่ไม่เหมาะกับรูปแบบของส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจอย่างไร จงอธิบาย หลักการจัดองค์กรแต่ละรูปแบบพร้อมเหตุผลมาโดยละเอียด

คำตอบ: โดยทั่วไปองค์กรที่จัดทำบริการสาธารณะนั้น จะแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ คือ

  1. บริการสาธารณะที่จัดทำโดยรัฐ ซึ่งถ้าเป็นระบบราชการ ได้แก่ ราชการบริหารส่วนกลาง ราชการบริหารส่วนภูมิภาค ราชการบริหารส่วนท้องถิ่น และที่ไม่อยู่ในระบบราชการ ได้แก่ รัฐวิสาหกิจ

    ในการจัดทำบริการสาธารณะโดยองค์กรในระบบราชการนั้น จะมีระเบียบบุคลากรที่อยู่ภายใต้บังคับบัญชา หรือการกำกับดูแล ทำให้การจัดทำบริการสาธารณะไม่เกิดความคล่องตัว จึงทำให้มีการจัดตั้งองค์กรเพื่อการจัดทำบริการสาธารณะที่มีความคล่องตัวเกิดขึ้นที่เรียกกันว่า รัฐวิสาหกิจ แต่การดำเนินกิจการของรัฐวิสาหกิจก็มีวัตถุประสงค์เพื่อการแสวงหาผลกำไรเป็นสำคัญ
  2. บริการสาธารณะที่จัดทำโดยหน่วยงานของรัฐที่ไม่ใช่ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ โดยหน่วยงานดังกล่าวได้แก่ องค์การมหาชนนั้นเอง ซึ่งในการจัดตั้งหน่วยงานของรัฐที่เรียกว่าองค์การมหาชนนั้น ก็เพื่อให้หน่วยงานดังกล่าวมีสภาพเป็นนิติบุคคล เพื่อดำเนินการจัดทำบริการสาธารณะโดยไม่แสวงหาผลกำไร ดังเช่น รัฐวิสาหกิจ แต่เน้นความคล่องตัว และมีประสิทธิภาพสูง มีความเป็นอิสระในการตัดสินใจของผู้บริหาร องค์กร อีกทั้งเป็นการเหมาะกับกิจการลักษณะที่มีความสำคัญสูง และมีเทคนิควิธีการเฉพาะซึ่งตจ้องการความรวดเร็วในการตัดสินใจ และประสิทธิภาพของการปฏิบัติการอย่างทันท่วงที จึงไม่เหมาะกับองค์กรในรูปแบบของส่วนราาชการที่มีระเบียบบุคลากรที่อยู่ภายใต้บังคับบัญชาหรือรัฐวิสาหกิจที่มุ่งเน้นการดำเนินกิจการเพื่อแสวงหาผลกำไรเป็นหลัก
  3. บริการสาธารณะที่จัดทำโดยเอกชน คือ เอกชนเป็นผู้จัดตั้งองค์กรขึ้นมา แล้วรัฐจะมอบอำนาจในการจัดทำบริการสาธารณะให้แก่องค์กรดังกล่าว เช่น การมอบอำนาจให้แก่องค์กรวิชาชีพ หรือ การให้สัมปทานแก่บริษัทเอกชน เป็นต้น

มาตรา 5 – ในพระราชบัญญัตินี้
               “วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง” หมายความว่า การเตรียมการและการดำเนินการของเจ้าหน้าที่เพื่อจัดให้มีคำสั่งทางปกครองหรือกฎ และรวมถึงการดำเนินการใด ๆ ในทางปกครองตามพระราชบัญญัตินี้
               “การพิจารณาทางปกครอง” หมายความว่า การเตรียมการและการดำเนินการของเจ้าหน้าที่เพื่อจัดให้มีคำสั่งทางปกครอง
               “คำสั่งทางปกครอง” หมายความว่า
               (1) การใช้อำนาจตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่ที่มีผลเป็นการสร้างนิติสัมพันธ์ขึ้นระหว่างบุคคลในอันที่จะก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน ระงับ หรือมีผลกระทบต่อสถานภาพของสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคล ไม่ว่าจะเป็นการถาวรหรือชั่วคราว เช่น การสั่งการ การอนุญาต การอนุมัติ การวินิจฉัยอุทธรณ์ การรับรอง และการรับจดทะเบียน แต่ไม่หมายความรวมถึงการออกกฎ
               (2) การอื่นที่กำหนดในกฎกระทรวง
               “กฎ” หมายความว่า พระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ประกาศกระทรวง ข้อบัญญัติท้องถิ่น ระเบียบ ข้อบังคับ หรือบทบัญญัติอื่นที่มีผลบังคับเป็นการทั่วไป โดยไม่มุ่งหมายให้ใช้บังคับแก่กรณีใดหรือบุคคลใดเป็นการเฉพาะ
               “คณะกรรมการวินิจฉัยข้อพิพาท” หมายความว่า คณะกรรมการที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายที่มีการจัดองค์กรและวิธีพิจารณาสำหรับการวินิจฉัยชี้ขาดสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย
               “เจ้าหน้าที่” หมายความว่า บุคคล คณะบุคคล หรือนิติบุคคล ซึ่งใช้อำนาจหรือได้รับมอบให้ใช้อำนาจทางปกครองของรัฐในการดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งขึ้นในระบบราชการ รัฐวิสาหกิจหรือกิจการอื่นของรัฐหรือไม่ก็ตาม
               “คู่กรณี” หมายความว่า ผู้ยื่นคำขอหรือผู้คัดค้านคำขอ ผู้อยู่ในบังคับหรือจะอยู่ในบังคับของคำสั่งทางปกครอง และผู้ซึ่งได้เข้ามาในกระบวนการพิจารณาทางปกครองเนื่องจากสิทธิของผู้นั้นจะถูกกระทบกระเทือนจากผลของคำสั่งทางปกครอง

มาตรา 30 – ในกรณีที่คำสั่งทางปกครองอาจกระทบถึงสิทธิของคู่กรณี เจ้าหน้าที่ต้องให้คู่กรณีมีโอกาสที่จะได้ทราบข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอและมีโอกาสได้โต้แย้งและแสดงพยานหลักฐานของตน
               ความในวรรคหนึ่งมิให้นำมาใช้บังคับในกรณีดังต่อไปนี้ เว้นแต่เจ้าหน้าที่จะเห็นสมควรปฏิบัติเป็นอย่างอื่น
               (1) เมื่อมีความจำเป็นรีบด่วนหากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือจะกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
               (2) เมื่อจะมีผลทำให้ระยะเวลาที่กฎหมายหรือกฎกำหนดไว้ในการทำคำสั่งทางปกครองต้องล่าช้าออกไป
               (3) เมื่อเป็นข้อเท็จจริงที่คู่กรณีนั้นเองได้ให้ไว้ในคำขอ คำให้การหรือคำแถลง
               (4) เมื่อโดยสภาพเห็นได้ชัดในตัวว่าการให้โอกาสดังกล่าวไม่อาจกระทำได้
               (5) เมื่อเป็นมาตรการบังคับทางปกครอง
               (6) กรณีอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
               ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ให้โอกาสตามวรรคหนึ่ง ถ้าจะก่อให้เกิดผลเสียหายอย่างร้ายแรงต่อประโยชน์สาธารณะ

คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)

สรุป: คำสั่งของเจ้าหน้าที่ดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย


สั่งซื้อแนวข้อสอบพร้อมคำอธิบาย, คำวินิจฉัย, หนังสือ

ใส่ความเห็น

114,159 views