LAW3110 (LAW3010)
📍 พิกัดสั่งซื้อ
ซื้อหนังสือ & ข้อสอบ (เล่ม/มีคำอธิบาย): นิติสาส์นลุงชาวใต้ | Sheet and Book
ซื้อหนังสือ: กฎหมายล้มละลาย
เพิ่มเติม
1. วิชา LAW (ทั้งหมด)
2. วิชา LAW3110
3. มาตราที่ใช้ตอบ LAW3110
แนวข้อสอบนี้จัดทำเพื่อเป็นแนวทางในการอ่านหนังสือ กรณีต้องการคำอธิบาย/วินิจฉัยรูปแบบเต็ม สามารถสั่งซื้อได้จากลิงก์ด้านบนหรือคลิกด้านล่าง
ข้อ 1: ในคดีล้มละลายเรื่องหนึ่ง ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ลูกหนี้เด็ดขาด ลูกหนี้ยื่นคำขอประนอมหนี้ก่อนล้มละลายว่าจะชำระหนี้ให้เจ้าหนี้ทุกคนเป็นจำนวนร้อยละ 60 ของมูลหนี้ และหากลูกหนี้ผิดนัดไม่ชำระหนี้จะยอมให้เจ้าหนี้บังคับเอากับที่ดินของลูกหนี้ได้ที่ประชุมเจ้าหนี้มีมติพิเศษยอมรับและศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแล้ว ต่อมาลูกหนี้ผิดนัดไม่ชำระหนี้ เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์จึงฟ้องลูกหนี้เพื่อบังคับตามคำขอประนอมหนี้ที่ลูกหนี้ได้ยื่นไว้ ลูกหนี้ยื่นคำให้การยอมรับตามคำฟ้องของเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์
ดังนี้ ถ้าท่านเป็นศาล ท่านจะมีคำสั่งเกี่ยวกับคำให้การของจำเลยว่าอย่างไร เพราะเหตุใด
หลักกฎหมาย ตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483
มาตรา 22 – เมื่อศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้แล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวมีอำนาจดังต่อไปนี้
(1) จัดการและจำหน่ายทรัพย์สินของลูกหนี้ หรือกระทำการที่จำเป็นเพื่อให้กิจการของลูกหนี้ที่ค้างอยู่เสร็จสิ้นไป
(2) เก็บรวบรวมและรับเงินหรือทรัพย์สินซึ่งจะตกได้แก่ลูกหนี้ หรือซึ่งลูกหนี้มีสิทธิจะได้รับจากผู้อื่น
(3) ประนีประนอมยอมความ หรือฟ้องร้อง หรือต่อสู้คดีใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้
มาตรา 25 – ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เข้าว่าคดีแพ่งทั้งปวงอันเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ ซึ่งค้างพิจารณาอยู่ในศาลในขณะที่มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ และเมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำขอโดยทำเป็นคำร้อง ศาลมีอำนาจงดการพิจารณาคดีแพ่งนั้นไว้ หรือจะสั่งประการใดตามที่เห็นสมควรก็ได้
คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)
สรุป: ถ้าข้าพเจ้าเป็นศาล จะมีคำสั่งให้รับคำให้การของจำเลย
ข้อ 2: นายแตงโมเป็นกรรมการบริษัท ผลไม้ไทยแปรรูป จำกัด ต่อมาภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของ Covid-19 บริษัทฯ ประสบภาวะขาดทุนและมีหนี้สินล้นพ้นตัว ในวันที่ 10 มกราคม 2565 บริษัทฯ จึงถูกนายมั่นคงเจ้าหนี้รายหนึ่งฟ้องคดีล้มละลาย นายแตงโมต้องการจะพยุงฐานะของบริษัทฯ ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2565 นายแตงโมจึงได้ทำสัญญาให้บริษัทฯ กู้เงินส่วนตัวจำนวน 2,000,000 บาท กำหนดชำระคืนภายใน 1 ปีนับจากวันทำสัญญาเพื่อนำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจการและชำระค่าจ้างพนักงาน ต่อมาในวันที่ 14 มีนาคม 2565 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ดำเนินการโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดตามกฎหมายในวันที่ 25 มีนาคม 2565 และประกาศให้เจ้าหนี้ทั้งหลายมายื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลาย ข้อเท็จจริงปรากฎว่าในขณะที่มีการโฆษณาคำสั่งฯ นายแตงโมเดินทางไปเจรจาธุรกิจที่ประเทศญี่ปุ่น
ดังนี้ ให้วินิจฉัยว่า นายแตงโมจะมีสิทธิได้รับชำระหนี้เงินกู้คืนหรือไม่ ภายในกำหนดระยะเวลาเท่าใด จงอธิบายพร้อมยกหลักกฎหมายประกอบ
หลักกฎหมาย ตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483
มาตรา 91 – เจ้าหนี้ซึ่งจะขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายจะเป็นเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์หรือไม่ก็ตาม ต้องยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในกำหนดเวลาสองเดือนนับแต่วันโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด แต่ถ้าเจ้าหนี้อยู่นอกราชอาณาจักร เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะขยายกำหนดเวลาให้อีกได้ไม่เกินสองเดือน
คำขอรับชำระหนี้นั้นต้องทำตามแบบพิมพ์ โดยมีบัญชีแสดงรายละเอียดแห่งหนี้สินและข้อความระบุถึงหลักฐานประกอบหนี้และทรัพย์สินอย่างหนึ่งอย่างใดของลูกหนี้ที่ยึดไว้เป็นหลักประกัน หรือตกอยู่ในความครอบครองของเจ้าหนี้ ทั้งนี้ ให้แนบเอกสารที่เกี่ยวกับหนี้ที่ยื่นขอรับชำระหนี้มาด้วย1
มาตรา 94 – เจ้าหนี้ไม่มีประกันอาจขอรับชำระหนี้ได้ ถ้ามูลแห่งหนี้ได้เกิดขึ้นก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ แม้ว่าหนี้นั้นยังไม่ถึงกำหนดชำระหรือมีเงื่อนไขก็ตาม เว้นแต่
(1) หนี้ที่เกิดขึ้นโดยฝ่าฝืนข้อห้ามตามกฎหมาย หรือศีลธรรมอันดี หรือหนี้ที่จะฟ้องร้องให้บังคับคดีไม่ได้
(2)3 หนี้ที่เจ้าหนี้ยอมให้ลูกหนี้กระทำขึ้นเมื่อเจ้าหนี้ได้รู้ถึงการที่ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว แต่ไม่รวมถึงหนี้ที่เจ้าหนี้ยอมให้กระทำขึ้นเพื่อให้กิจการของลูกหนี้ดำเนินต่อไปได้
คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)
สรุป: นายแตงโมมีสิทธิได้รับชำระหนี้เงินกู้คืน โดยต้องยื่นขอรับชำระหนี้ภายในวันที่ 25 กรกฎาคม 2565
ข้อ 3: ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของบริษัท อ้อยหวาน จำกัด ซึ่งประกอบกิจการโรงงานน้ำตาล และตั้งผู้ทำแผน ต่อมาผู้ทำแผนได้ซื้อ้อยจากนายเค็มมาผลิตน้ำตาลเป็นเงิน 200,000 บาท ตกลงชำระราคาภายใน 60 วัน โดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาลล้มละลายกลาง ครั้งถึงกำหนดผู้ทำแผนไม่ชำระหนี้ นายเค็มทวงถามให้ผู้ทำแผนชำระหนี้ ผู้ทำแผนโต้แย้งว่าสัญญาซื้อขายอ้อยตกเป็นโมฆะ
ให้วินิจฉัยว่า ข้อโต้แย้งของผู้ทำแผนฟังขึ้นหรือไม่
หลักกฎหมาย ตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483
มาตรา 90/12 – ภายใต้บังคับของมาตรา 90/13 และมาตรา 90/14 นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งรับคำร้องขอไว้เพื่อพิจารณาจนถึงวันครบกำหนดระยะเวลาดำเนินการตามแผน หรือวันที่ดำเนินการเป็นผลสำเร็จตามแผนหรือวันที่ศาลมีคำสั่งยกคำร้องขอ หรือจำหน่ายคดีหรือยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการหรือยกเลิกการฟื้นฟูกิจการหรือพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดตามความในหมวดนี้
(9) ห้ามมิให้ลูกหนี้จำหน่าย จ่าย โอน ให้เช่า ชำระหนี้ ก่อหนี้ หรือกระทำการใด ๆ ที่ก่อให้เกิดภาระในทรัพย์สิน นอกจากเป็นการกระทำที่จำเป็นเพื่อให้การดำเนินการค้าตามปกติของลูกหนี้สามารถดำเนินต่อไปได้ เว้นแต่ศาลที่รับคำร้องขอจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
มาตรา 90/25 – ภายใต้บังคับมาตรา 90/24 และมาตรา 90/64 เมื่อศาลมีคำสั่งตั้งผู้ทำแผนแล้ว ให้อำนาจหน้าที่ในการจัดการกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ และบรรดาสิทธิตามกฎหมายของผู้ถือหุ้นของลูกหนี้ ยกเว้นสิทธิที่จะได้รับเงินปันผลตกแก่ผู้ทำแผน และให้นำบทบัญญัติมาตรา 90/12 (9) มาใช้บังคับแก่ผู้ทำแผนโดยอนุโลม
คำวินิจฉัย: กรณีตามอุทาหรณ์ การที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของ บริษัท อ้อยหวาน จำกัด ซึ่งประกอบกิจการโรงงานน้ำตาล และตั้งผู้ทำแผน ต่อมาผู้ทำแผนได้ซื้ออ้อยจากนายเค็มมาผลิตน้ำตาลเป็นเงิน 200,000 บาท ตกลงชำระราคาภายใน 60 วัน โดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาลล้มละลายกลางนั้น ผู้ทำแผนย่อมสามารถทำนิติกรรมซื้อขายดังกล่าวได้โดยไม่ต้องได้รับอนุญาตจากศาลล้มละลายกลางแต่อย่างใด เนื่องจากเป็นการกระทำที่จำเป็นเพื่อให้การดำเนินการค้าตามปกติของลูกหนี้สามารถดำเนินต่อไปได้ตาม มาตรา 90/25 ประกอบ มาตรา 90/12 (9) และมีผลทำให้นิติกรรมซื้อขายดังกล่าวมีผลสมบูรณ์
ดังนั้น เมื่อหนี้ถึงกำหนดชำระ แต่ผู้ทำแผนไม่ชำระหนี้ และเมื่อนายเค็มเจ้าหนี้ทวงถามให้ผู้ทำแผนชำระหนี้ ผู้ทำแผนกลับโต้แย้งว่าสัญญาซื้อขายอ้อยตกเป็นโมฆะนั้น ข้อโต้แย้งของผู้ทำแผนจึงฟังไม่ขึ้น
สรุป: ข้อโต้แย้งของผู้ทำแผนฟังไม่ขึ้น






ใส่ความเห็น