📍 พิกัดสั่งซื้อ
ซื้อหนังสือ & ข้อสอบ (เล่ม/มีคำอธิบาย): Attorney285 | Sheet and Book
ซื้อหนังสือ: ประมวลกฎหมายอาญาและประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

เพิ่มเติม
1. วิชา LAW (ทั้งหมด)
2. วิชา LAW3109
3. มาตราที่ใช้ตอบ LAW3109


ข้อ 1: นายพิธามีบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย 2 คน คือ นายพิบูลย์และนายพิทักษ์ นายพิธาทำสัญญาจะขายที่ดินโฉนดเลขที่ 888 ให้แก่นายธราธร และยังให้นายปิยบุตรเช่าบ้าน (โฉนดที่ดินเลขที่ 999) เป็นเวลา 3 ปี ต่อมานายพิธาทำพินัยกรรมตามแบบของกฎหมาย ระบุยกที่ดินโฉนดเลขที่ 888 ให้นายพิบูลย์ และยกบ้านพร้อมที่ดินโฉนดเลขที่ 999 ให้นายพิทักษ์ หลังจากทำพินัยกรรมฉบับดังกล่าวได้เพียง 6 เดือน นายพิธาเดินทางไปต่างจังหวัดและประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต

ดังนี้

  1. นายพิบูลย์จะต้องขายที่ดินโฉนดเลขที่ 888 ให้แก่นายธราธรหรือไม่ เพราะเหตุใด
  2. นายปิยบุตรจะสามารถอยู่ในบ้าน (โฉนดที่ดินเลขที่ 999) ที่เช่าจนกว่าจะครบกำหนดตามสัญญาได้หรือไม่ เพราะเหตุใด

มาตรา 1600 – ภายใต้บังคับของบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ กองมรดกของผู้ตายได้แก่ทรัพย์สินทุกชนิดของผู้ตาย ตลอดทั้งสิทธิหน้าที่และความรับผิดต่าง ๆ เว้นแต่ตามกฎหมายหรือว่าโดยสภาพแล้ว เป็นการเฉพาะตัวของผู้ตายโดยแท้

คำวินิจฉัย: ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1600 ได้บัญญัติไว้ว่า มรดกซึ่งจะตกทอดแก่ผู้เป็นทายาทเมื่อเจ้ามรดกตายนั้น ได้แก่ ทรัพย์สินทุกชนิดของผู้ตายตลอดทั้งสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดต่าง ๆ ของผู้ตาย เว้นแต่สิทธิหน้าที่และความรับผิดซึ่งตามกฎหมายหรือว่าโดยสภาพแล้วเป็นการเฉพาะตัวของผู้ตายโดยแท้ จะไม่ตกทอดไปยังทายาท

กรณีตามอุทาหรณ์ การที่นายพิธาซึ่งมีบุตรชอบด้วยกฎหมาย 2 คน คือ นายพิบูลย์และนายพิทักษ์ ได้ทำสัญญาจะขายที่ดินโฉนดเลขที่ 838 แก่นายธราธร และทำสัญญาให้นายปิยบุตรเช่าบ้าน (โฉนดที่ดินเลขที่ 999) เป็นเวลา 3 ปี ต่อมานายพิธาทำพินัยกรรมยกที่ดินโฉนดเลขที่ 888 ให้นายพิบูลย์ และยกบ้านพร้อมที่ดินโฉนดเลขที่ 999 ให้นายพิทักษ์ หลังจากทำพินัยกรรมได้ 6 เดือน นายพิธาถึงแก่ความตาย ดังนี้ นายพิบูลย์ จะต้องขายที่ดินโฉนดเลขที่ 888 ให้นายธราธร และนายปิยบุตรจะสามารถอยู่ในบ้าน (โฉนดที่ดินเลขที่ 999) จนครบกำหนดสัญญาได้หรือไม่นั้น แยกวินิจฉัยดังนี้

  1. การที่นายพิบูลย์ได้รับมรดก คือ ที่ดินโฉนดเลขที่ 888 ตามพินัยกรรมนั้น เมื่อสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาจะขายที่ดินซึ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์ ตามกฏหมายไม่ถือว่าเป็นการเฉพาะตัวของผู้ตายโดยแท้ ดังนั้น เมื่อนายพิธาตาย หน้าที่ที่จะขายบ้านให้แก่นายธราธรตามสัญญาจะขายจึงเป็นมรดกตกทอดแก่นายพิบูลย์ นายพิบูลย์จึงต้องขายที่ดินโฉนดเลขที่ 888 ให้แก่นายธราธร
  2. การที่นายพิทักษ์ได้รับมรดก คือ บ้านพร้อมที่ดินโฉนดเลขที่ 999 ตามพินัยกรรม ซึ่งบ้านหลังดังกล่าวนายพิธาได้ทำสัญญาให้นายปิยบุตรเช่าเป็นเวลา 3 ปีนั้น เมื่อตามกฎหมายสิทธิและหน้าที่ของผู้เช่าเท่านั้นที่เป็นการเฉพาะตัวของผู้เช่า แต่ไม่เป็นการเฉพาะตัวของผู้ให้เช่า ดังนั้น เมื่อนายพิธาผู้ให้เช่าตาย สิทธิและหน้าที่ตามสัญญาเช่าจึงเป็นมรดกตกทอดแก่นายพิทักษ์ซึ่งเป็นทายาท นายพิทักษ์จึงต้องให้นายปิยบุตรอยู่ในบ้านหลังดังกล่าวต่อไปจนครบกำหนดสัญญาเช่า

สรุป:

  1. นายไพบูลย์จะต้องขายที่ดินโฉนดเลขที่ 888 ให้แก่นายธราธร
  2. นายปิยบุตรสามารถที่จะอยู่ในบ้าน (โฉนดที่ดินเลขที่ 999) ที่เช่าจนกว่าจะครบกำหนดตามสัญญาเช่าได้

ข้อ 2: นางบีมีบุตร 2 คน คือ นายหนึ่งและนายสอง นางบีมีน้องชายร่วมบิดามารดาเดียวกันชื่อนายซี นายหนึ่งมีภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายชื่อนางสวย มีบุตรด้วยกัน 1 คน คือ นายใหญ่ นางบีทำพินัยกรรมตามแบบของกฎหมาย ระบุยกเงินสด 300,000 บาทให้กับนายหนึ่ง และยกที่ดินโฉนดเลขที่ 123 ราคา 500,000 บาทให้กับนายสอง ต่อมานายหนึ่งถึงแก่ความตาย นางบีเสียใจเป็นอย่างมากและตรอมใจตายในที่สุด นางบีมีทรัพย์มรดก คือ เงินสด 300,000 บาท และที่ดินโฉนดเลขที่ 123 ราคา 500,000 บาท ตามพินัยกรรม นายสองได้ยักย้ายเงินมรดกไปเป็นของตนเองโดยทุจริต จำนวน 200,000 บาท

ให้แบ่งมรดกของนางบี

มาตรา 1605 – ทายาทคนใดยักย้าย หรือปิดบังทรัพย์มรดกเท่าส่วนที่ตนจะได้หรือมากกว่านั้นโดยฉ้อฉลหรือรู้อยู่ว่า ตนทำให้เสื่อมประโยชน์ของทายาทคนอื่น ทายาทคนนั้นต้องถูกกำจัดมิให้ได้มรดกเลย แต่ถ้าได้ยักย้ายหรือปิดบังทรัพย์มรดกน้อยกว่าส่วนที่ตนจะได้ ทายาทคนนั้นต้องถูกกำจัดมิให้ได้มรดกเฉพาะส่วนที่ได้ยักย้ายหรือปิดบังไว้นั้น
               มาตรานี้มิให้ใช้บังคับแก่ผู้รับพินัยกรรม ซึ่งผู้ตายได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินให้เฉพาะสิ่งเฉพาะอย่าง ในอันที่จะได้รับทรัพย์สินนั้น

มาตรา 1629 – ทายาทโดยธรรมมีหกลำดับเท่านั้น และภายใต้บังคับแห่งมาตรา 1630 วรรค 2 แต่ละลำดับมีสิทธิได้รับมรดกก่อนหลังดังต่อไปนี้ คือ
               (1) ผู้สืบสันดาน
               (2) บิดามารดา
               (3) พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน
               (4) พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน
               (5) ปู่ ย่า ตา ยาย
               (6) ลุง ป้า น้า อา
               คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นก็เป็นทายาทโดยธรรม ภายใต้บังคับของบทบัญญัติพิเศษแห่งมาตรา 1635

มาตรา 1630 – ตราบใดที่มีทายาทซึ่งยังมีชีวิตอยู่ หรือมีผู้รับมรดกแทนที่ยังไม่ขาดสาย แล้วแต่กรณี ในลำดับหนึ่ง ๆ ที่ระบุไว้ในมาตรา 1629 ทายาทผู้ที่อยู่ในลำดับถัดลงไปไม่มีสิทธิในทรัพย์มรดกของผู้ตายเลย
               แต่ความในวรรคก่อนนี้มิให้ใช้บังคับในกรณีเฉพาะที่มีผู้สืบสันดานคนใดยังมีชีวิตอยู่ หรือมีผู้รับมรดกแทนที่กัน แล้วแต่กรณี และมีบิดามารดายังมีชีวิตอยู่ ในกรณีเช่นนั้นให้บิดามาดาได้ส่วนแบ่งเสมือนหนึ่งว่าเป็นทายาทชั้นบุตร

มาตรา 1639 – ถ้าบุคคลใดซึ่งจะเป็นทายาทตามมาตรา 1629 (1) (3) (4) หรือ (6) ถึงแก่ความตาย หรือถูกกำจัดมิให้รับมรดกก่อนเจ้ามรดกตาย ถ้าบุคคลนั้นมีผู้สืบสันดานก็ให้ผู้สืบสันดานรับมรดกแทนที่ ถ้าผู้สืบสันดานคนใดของบุคคลนั้นถึงแก่ความตายหรือถูกกำจัดมิให้รับมรดกเช่นเดียวกัน ก็ให้ผู้สืบสันดานของผู้สืบสันดานนั้นรับมรดกแทนที่ และให้มีการรับมรดกแทนที่กันเฉพาะส่วนแบ่งของบุคคลเป็นราย ๆ สืบต่อกันเช่นนี้ไปจนหมดสาย

มาตรา 1642 – การรับมรดกแทนที่กันนั้น ให้ใช้บังคับแต่ในระหว่างทายาทโดยธรรม

มาตรา 1643 – สิทธิที่จะรับมรดกแทนที่กันนั้นได้เฉพาะแก่ผู้สืบสันดานโดยตรง ผู้บุพการีหามีสิทธิดังนั้นไม่

มาตรา 1698 – ข้อกำหนดพินัยกรรมนั้น ย่อมตกไป
               (1) เมื่อผู้รับพินัยกรรมตายก่อนผู้ทำพินัยกรรม
               (2) เมื่อข้อกำหนดพินัยกรรมเป็นผลใช้ได้ต่อเมื่อเงื่อนไขอย่างใดอย่างหนึ่งสำเร็จลง และผู้รับพินัยกรรมตายเสียก่อนเงื่อนไขสำเร็จ หรือปรากฏเป็นที่แน่นอนอยู่แล้วว่าเงื่อนไขนั้นไม่อาจจะสำเร็จได้
               (3) เมื่อผู้รับพินัยกรรมบอกสละพินัยกรรม
               (4) เมื่อทรัพย์สินทั้งหมดที่ยกให้สูญหาย หรือถูกทำลายโดยผู้ทำพินัยกรรมมิได้ตั้งใจในระหว่างที่ผู้ทำพินัยกรรมยังมีชีวิตอยู่ และผู้ทำพินัยกรรมมิได้ได้มาซึ่งของแทน หรือซึ่งสิทธิที่จะเรียกค่าทดแทนในการที่ทรัพย์สินนั้นสูญหายไป

มาตรา 1699 – ถ้าพินัยกรรม หรือข้อกำหนดในพินัยกรรม เกี่ยวกับทรัพย์สินรายใดเป็นอันไร้ผลด้วยประการใด ๆ ทรัพย์สินรายนั้นตกทอดแก่ทายาทโดยธรรมหรือได้แก่แผ่นดิน แล้วแต่กรณี

คำวินิจฉัย: กรณีตามอุทาหรณ์ เมื่อนางบีเจ้ามรดกถึงแก่ความตาย มรดกตามที่ระบุไว้ในพินัยกรรมย่อมตกได้แก่ทายาทผู้รับพินัยกรรม กล่าวคือ เงินสด 300,000 บาท ตกได้กับนายหนึ่ง ส่วนที่ดินโฉนดเลขที่ 123 ราคา 500,000 บาท ตกได้แก่นายสอง แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อข้อเท็จจริงปรากฎว่านายหนึ่งผู้รับพินัยกรรมได้ตายก่อน นางบีผู้ที่ทำพินัยกรรม ข้อกำหนดในพินัยกรรมที่ยกเงินสด 300,000 ให้นายหนึ่งจึงตกไปตาม มาตรา 1698 (1) จึงต้องนำเงินสดจำนวน 300,000 บาท มาแบ่งให้แก่ทายาทโดยธรรมต่อไป ซึ่งในกรณีนี้จะไม่มีการรับมรดกแทนที่กัน เพราะการรับมรดกแทนที่กันนั้น จะใช้บังคับกันเฉพาะในกรณีที่เป็นเรื่องทายาทโดยธรรมเท่านั้น ตาม มาตรา 1642 และทายาทโดยธรรมที่มีสิทธิรับมรดกดังกล่าวได้แก่นายหนึ่งและนายสองซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมตาม มาตรา 1629 (1) โดยทั้งสองจะได้รับมรดกเป็นเงินสดคนละ 150,000 บาท ส่วนนายซีซึ่งเป็นน้องชายร่วมบิดามารดาเดียวกันกับนางบีนั้น ไม่มีสิทธิได้รับมรดกในส่วนของเงินสดจำนวน 300,000 บาทนั้น ทั้งนี้เพราะนายซีเป็นทายาทโดยธรรมในลำดับที่ 3 ตาม มาตรา 1629 (3) ซึ่งเมื่อผู้ตายมีทายาทในลำดับก่อนและยังมีชีวิตอยู่ หรือ มีผู้รับมรดกแทนที่แล้ว ทายาทผู้อยู่ในลำดับถัดลงไปจะไม่มีสิทธิในทรัพย์มรดกของผู้ตายเลยตาม มาตรา 1630 วรรคหนึ่ง

และเมื่อนายหนึ่งซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมตาม มาตรา 1629 (1) ได้ถึงแก่ความตายก่อนเจ้ามรดกตาย และนายหนึ่งมีผู้สืบสันดานโดยตรง คือ นายใหญ่ ดังนั้น นายใหญ่จึงสามารถเข้ามารับมรดกแทนที่นายหนึ่งในการรับมรดกของนางบีได้ตาม มาตรา 1639 และ มาตรา 1643 โดยนายใหญ่และนายสองจะได้รับมรดกในส่วนที่เป็นเงินสดของนางบีคนละ 150,000 บาท

แต่อย่างไรก็ดี เมื่อข้อเท็จจริงปรากฎว่านายสองได้ยักย้ายเงินมรดกไปเป็นของตนโดยทุจริต จำนวน 200,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นการยักย้ายทรัพย์มรดกมากกว่าส่วนที่ตนจะได้ ดังนั้น นายสองจึงถูกกำจัดมิให้ได้มรดกเลย ตาม มาตรา 1605 วรรคหนึ่ง มรดกของนางบีที่เป็นเงินสดจำนวน 300,000 บาท จึงตกได้แก่นายใหญ่ ซึ่งเข้ามารับมรดกแทนที่นายหนึ่งแต่เพียงผู้เดียว ส่วนที่ดินโฉนดเลขที่ 123 ราคา 500,000 บาทนั้น ถือเป็นทรัพย์เฉพาะสิ่งเฉพาะอย่างที่นางบีทำพินัยกรรมยกให้กับนายสองโดยเฉพาะ จึงเข้าข้อยกเว้นตาม มาตรา 1605 วรรคสอง กล่าวคือ ที่ดินแปลงดังกล่าวยังคงตกได้แก่นายสองในฐานะผู้รับพินัยกรรม โดยนายสองจะไม่ถูกกำจัดไม่ให้รับมรดกในส่วนนี้

สรุป: มรดกของนางบีในส่วนที่เป็นเงินสดจำนวน 300,000 บาท ตกได้แก่นายใหญ่แต่เพียงผู้เดียว ส่วนที่ดินโฉนดเลขที่ 123 ราคา 500,000 บาท ตกได้แก่นายสองตามพินัยกรรม


ข้อ 3: นายดำและนางแดงเป็นสามีภริยากันตามกฎหมาย มีบุตรด้วยกัน 2 คน คือ นายหนึ่งและนายสอง นางแดงล้มป่วยลงและถึงแก่ความตาย นายดำจดทะเบียนสมรสใหม่กับนางส้ม มีบุตรด้วยกัน 2 คน คือ นายเอกและนายโท นายโทมีภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายชื่อนางทอง มีบุตรด้วยกัน 1 คน คือ ด.ช. ทิว นายดำและนายโทนั่งรถไปต่างจังหวัดและประสบอุบัติเหตุ ถึงแก่ความตายทั้งสองคน ต่อมานายเอกได้ทะเลาะกับนายหนึ่งอย่างรุนแรงเรื่องมรดกของนายดำ นายเอกเอาปืนมายิงนายหนึ่งถึงแก่ความตาย ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่านายเอกฆ่านายหนึ่งตายโดยเจตนา ต่อมานายสองถึงแก่ความตาย มีมรดกทั้งสิน 800,000 บาท

ดังนี้ ให้ท่านแบ่งมรดกของนายสอง

มาตรา 1604 – บุคคลธรรมดาจะเป็นทายาทได้ก็ต่อเมื่อมีสภาพบุคคลหรือสามารถมีสิทธิได้ตามมาตรา 15 แห่งประมวลกฎหมายนี้ ในเวลาที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย
               เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ให้ถือว่าเด็กที่เกิดมารอดอยู่ภายในสามร้อยสิบวันนับแต่เวลาที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตายนั้น เป็นทารกในครรภ์มารดาอยู่ในเวลาที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย

มาตรา 1606 – บุคคลดังต่อไปนี้ต้องถูกกำจัดมิให้รับมรดกฐานเป็นผู้ไม่สมควร คือ
               (1) ผู้ที่ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าได้เจตนากระทำ หรือพยายามกระทำให้เจ้ามรดกหรือผู้มีสิทธิได้รับมรดกก่อนตนถึงแก่ความตายโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
               (2) ผู้ที่ได้ฟ้องเจ้ามรดกหาว่าทำความผิดโทษประหารชีวิตและตนเองกลับต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่า มีความผิดฐานฟ้องเท็จหรือทำพยานเท็จ
               (3)1 ผู้ที่รู้แล้วว่า เจ้ามรดกถูกฆ่าโดยเจตนา แต่มิได้นำข้อความนั้นขึ้นร้องเรียนเพื่อเป็นทางที่จะเอาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ แต่ข้อนี้มิให้ใช้บังคับถ้าบุคคลนั้นมีอายุยังไม่ครบสิบหกปีบริบูรณ์ หรือเป็นคนวิกลจริตไม่สามารถรู้ผิดชอบ หรือถ้าผู้ที่ฆ่านั้นเป็นคู่สมรสหรือผู้บุพการีหรือผู้สืบสันดานของตนโดยตรง
               (4) ผู้ที่ฉ้อฉลหรือข่มขู่ให้เจ้ามรดกทำ หรือเพิกถอน หรือเปลี่ยนแปลงพินัยกรรมแต่บางส่วนหรือทั้งหมดซึ่งเกี่ยวกับทรัพย์มรดก หรือไม่ให้กระทำการดังกล่าวนั้น
               (5) ผู้ที่ปลอม ทำลาย หรือปิดบังพินัยกรรมแต่บางส่วนหรือทั้งหมด
               เจ้ามรดกอาจถอนข้อกำจัดฐานเป็นผู้ไม่สมควรเสียก็ได้โดยให้อภัยไว้เป็นลายลักษณ์อักษร

มาตรา 1629 – ทายาทโดยธรรมมีหกลำดับเท่านั้น และภายใต้บังคับแห่งมาตรา 1630 วรรค 2 แต่ละลำดับมีสิทธิได้รับมรดกก่อนหลังดังต่อไปนี้ คือ
               (1) ผู้สืบสันดาน
               (2) บิดามารดา
               (3) พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน
               (4) พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน
               (5) ปู่ ย่า ตา ยาย
               (6) ลุง ป้า น้า อา
               คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นก็เป็นทายาทโดยธรรม ภายใต้บังคับของบทบัญญัติพิเศษแห่งมาตรา 1635

มาตรา 1639 – ถ้าบุคคลใดซึ่งจะเป็นทายาทตามมาตรา 1629 (1) (3) (4) หรือ (6) ถึงแก่ความตาย หรือถูกกำจัดมิให้รับมรดกก่อนเจ้ามรดกตาย ถ้าบุคคลนั้นมีผู้สืบสันดานก็ให้ผู้สืบสันดานรับมรดกแทนที่ ถ้าผู้สืบสันดานคนใดของบุคคลนั้นถึงแก่ความตายหรือถูกกำจัดมิให้รับมรดกเช่นเดียวกัน ก็ให้ผู้สืบสันดานของผู้สืบสันดานนั้นรับมรดกแทนที่ และให้มีการรับมรดกแทนที่กันเฉพาะส่วนแบ่งของบุคคลเป็นราย ๆ สืบต่อกันเช่นนี้ไปจนหมดสาย

มาตรา 1643 – สิทธิที่จะรับมรดกแทนที่กันนั้นได้เฉพาะแก่ผู้สืบสันดานโดยตรง ผู้บุพการีหามีสิทธิดังนั้นไม่

คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)

สรุป: มรดกของนายสองจำนวน 800,000 บาท ตกได้แก่ ด.ช.ทิว


สั่งซื้อแนวข้อสอบพร้อมคำอธิบาย, คำวินิจฉัย, หนังสือ

ใส่ความเห็น

109,647 views