LAW3109 (LAW3009)
📍 พิกัดสั่งซื้อ
ซื้อหนังสือ & ข้อสอบ (เล่ม/มีคำอธิบาย): Attorney285 | Sheet and Book
ซื้อหนังสือ: ประมวลกฎหมายอาญาและประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
เพิ่มเติม
1. วิชา LAW (ทั้งหมด)
2. วิชา LAW3109
3. มาตราที่ใช้ตอบ LAW3109
แนวข้อสอบนี้จัดทำเพื่อเป็นแนวทางในการอ่านหนังสือ กรณีต้องการคำอธิบาย/วินิจฉัยรูปแบบเต็ม สามารถสั่งซื้อได้จากลิงก์ด้านบนหรือคลิกด้านล่าง
ข้อ 1: นายขาวอยู่กินกันฉันสามีภริยากับนางสาวชมพู โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส จนนางสาวชมพูมีบุตรที่เกิดกับนายขาวคนหนึ่ง คือ เด็กหญิงเทา นายขาวได้ให้การเลี้ยงดูส่งเสียเล่าเรียนและให้เด็กหญิงเทาใช้นามสกุลของตน จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ที่นายแดงได้ขี่รถจักรยานยนต์โดยประมาทชนนายขาวถึงแก่ความตาย เด็กหญิงเทาได้ฟ้องนายแดงต่อศาลเรียกให้นายแดงชดใช้เงินจำนวนหนึ่งแก่ตนเป็นค่าสินไหมทดแทนเพื่อการละเมิด
ดังนี้
(1) ค่าปลงศพของนายขาวผู้เป็นบิดา และ
(2) ค่าขาดไร้อุปการะตามกฎหมาย เนื่องจากเหตุที่นายขาวตายลงนั้นทำให้เด็กหญิงเทาต้องขาดไร้อุปการะจากนายขาว
ให้นักศึกษาวินิจฉัยว่า เด็กหญิงเทาควรมีสิทธิตามฟ้องหรือไม่ เพียงใด จงอธิบายโดยละเอียด
มาตรา 443 – ในกรณีทำให้เขาถึงตายนั้น ค่าสินไหมทดแทนได้แก่ค่าปลงศพรวมทั้งค่าใช้จ่ายอันจำเป็นอย่างอื่น ๆ อีกด้วย
ถ้ามิได้ตายในทันที ค่าสินไหมทดแทนได้แก่ค่ารักษาพยาบาลรวมทั้งค่าเสียหายที่ต้องขาดประโยชน์ทำมาหาได้เพราะไม่สามารถประกอบการงานนั้นด้วย
ถ้าว่าเหตุที่ตายลงนั้นทำให้บุคคลหนึ่งคนใดต้องขาดไร้อุปการะตามกฎหมายไปด้วยไซร้ ท่านว่าบุคคลคนนั้นชอบที่จะได้รับค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
มาตรา 1564 – บิดามารดาจำต้องอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาตามสมควรแก่บุตรในระหว่างที่เป็นผู้เยาว์
บิดามารดาจำต้องอุปการะเลี้ยงดูบุตรซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้วแต่เฉพาะผู้ทุพพลภาพและหาเลี้ยงตนเองมิได้
มาตรา 1627 – บุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้วและบุตรบุญธรรมนั้นให้ถือว่าเป็นผู้สืบสันดาน เหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย ตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายนี้
มาตรา 1629 – ทายาทโดยธรรมมีหกลำดับเท่านั้น และภายใต้บังคับแห่งมาตรา 1630 วรรค 2 แต่ละลำดับมีสิทธิได้รับมรดกก่อนหลังดังต่อไปนี้ คือ
(1) ผู้สืบสันดาน
(2) บิดามารดา
(3) พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน
(4) พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน
(5) ปู่ ย่า ตา ยาย
(6) ลุง ป้า น้า อา
คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นก็เป็นทายาทโดยธรรม ภายใต้บังคับของบทบัญญัติพิเศษแห่งมาตรา 1635
คำวินิจฉัย: กรณีตามอุทาหรณ์ การที่นายขาวอยู่กินกันฉันสามีภริยากับนางสาวชมพูโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส จนนางสาวชมพูมีบุตรที่เกิดกับนายขาวคนหนึ่งคือเด็กหญิงเทานั้น เด็กหญิงเทาย่อมเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของนางสาวชมพู แต่เป็นบุตรนอกกฎหมายของนายขาว การที่นายขาวได้ให้การเลี้ยงดู ส่งเสียค่าเล่าเรียน และให้เด็กหญิงเทาใช้นามสกุลของตนนั้น ถือว่านายขาวได้รับรองโดยพฤตินัยว่าเด็กหญิงเทาเป็นบุตรของตน จึงมีผลทำให้เด็กหญิงเทามีฐานะเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย และมีสิทธิรับมรดกของนายขาว ในฐานะผู้สืบสันดานตาม มาตรา 1629 (1) ประกอบ มาตรา 1627
การที่นายแดงได้ขี่รถจักรยานยนต์โดยประมาทชนนายขาวถึงแก่ความตาย เด็กหญิงเทาจะมีสิทธิฟ้องนายแดงต่อศาลเรียกให้นายแดงชดใช้เงินจำนวนหนึ่งแก่ตนเป็นค่าสินไหมทดแทนเพื่อการละเมิดได้หรือไม่ เพียงใด แยกวินิจฉัยได้ดังนี้
(1) กรณีค่าปลงศพ สิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนตาม มาตรา 443 วรรคหนึ่ง ได้แก่ค่าปลงศพ รวมทั้งค่าใช้จ่ายอันจำเป็นอย่างอื่นนั้น ผู้มีสิทธิในการเรียกค่าสินไหมทดแทนดังกล่าวจะต้องเป็นทายาทของผู้ตาย และเป็นผู้มีสิทธิรับมรดกของผู้ตายด้วย ดังนั้น เมื่อเด็กหญิงเทาเป็นทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกของนายขาวผู้ตาย เด็กหญิงเทาจึงมีสิทธิฟ้องเรียกให้นายแดงชดใช้เงินค่าปลงศพของนายขาวผู้เป็นบิดาได้
(2) กรณีค่าขาดไร้อุปการะตามกฎหมาย สิทธิในการเรียกค่าขาดไร้อุปการะตามกฎหมาย ตาม มาตรา 443 วรรคสามนั้น ผู้มีสิทธิในการเรียกค่าสินไหมทดแทนดังกล่าวจะต้องเป็นผู้ขาดไร้อุปการะตามกฎหมายครอบครัวเท่านั้น ดังนั้น เมื่อนายขาวมิใช่บิดาที่ชอบด้วยกฎหมายของเด็กหญิงเทา นายขาวจึงไม่มีหน้าที่ต้องอุปการะเลี้ยงดูเด็กหญิงเทาในระหว่างที่เป็นผู้เยาว์ตาม มาตรา 1564 วรรคหนึ่ง เด็กหญิงเทาจึงไม่สามารถฟ้องให้นายแดงชดใช้เงินค่าขาดไร้อุปการะได้ เนื่องจากการที่นายขาวตายนั้น ไม่ทำให้เด็กหญิงเทาต้องขาดไร้อุปการะจากนายขาวแต่อย่างใด
สรุป: เด็กหญิงเทาสามารถฟ้องให้นายแดงชดใช้เงินค่าปลงศพได้ แต่จะฟ้องค่าขาดไร้อุปการะไม่ได้
ข้อ 2: นายเมฆจดทะเบียนสมรสกับนางฝนมีบุตรด้วยกัน 1 คน คือ นายลม นายลมมีนางสาวเดือนเป็นบุตรนอกกฎหมายที่นายลมให้ใช้นามสกุล ส่วนนางสาวเดือนจดทะเบียนรับเด็กหญิงฟ้ามาเป็นบุตรบุญธรรม นางสาวเดือนเดินทางไปต่างจังหวัดประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต นายเมฆเดินทางไปรับศพของนางสาวเดือน แล้วได้เจอกับนางสาวเนปจูน นายเมฆมีความสัมพันธ์กับนางสาวเนปจูน จนมีบุตรด้วยกัน 1 คน คือ เด็กชายพายุ ซึ่งนายเมฆให้เด็กชายพายุใช้นามสกุล พอนางฝนทราบข่าว จึงเกิดความโมโหเอาปืนมายิงนายเมฆถึงแก่ความตาย พอนายลมทราบข่าวก็เสียใจมากจึงล้มป่วย และถึงแก่ความตาย นายลมมีมรดกเป็นเงินสดในธนาคารจำนวน 3,000,000 บาท จงแบ่งมรดกของนายลม
มาตรา 1604 – บุคคลธรรมดาจะเป็นทายาทได้ก็ต่อเมื่อมีสภาพบุคคลหรือสามารถมีสิทธิได้ตามมาตรา 15 แห่งประมวลกฎหมายนี้ ในเวลาที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย
เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ให้ถือว่าเด็กที่เกิดมารอดอยู่ภายในสามร้อยสิบวันนับแต่เวลาที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตายนั้น เป็นทารกในครรภ์มารดาอยู่ในเวลาที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย
มาตรา 1606 – บุคคลดังต่อไปนี้ต้องถูกกำจัดมิให้รับมรดกฐานเป็นผู้ไม่สมควร คือ
(1) ผู้ที่ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าได้เจตนากระทำ หรือพยายามกระทำให้เจ้ามรดกหรือผู้มีสิทธิได้รับมรดกก่อนตนถึงแก่ความตายโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
(2) ผู้ที่ได้ฟ้องเจ้ามรดกหาว่าทำความผิดโทษประหารชีวิตและตนเองกลับต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่า มีความผิดฐานฟ้องเท็จหรือทำพยานเท็จ
(3)1 ผู้ที่รู้แล้วว่า เจ้ามรดกถูกฆ่าโดยเจตนา แต่มิได้นำข้อความนั้นขึ้นร้องเรียนเพื่อเป็นทางที่จะเอาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ แต่ข้อนี้มิให้ใช้บังคับถ้าบุคคลนั้นมีอายุยังไม่ครบสิบหกปีบริบูรณ์ หรือเป็นคนวิกลจริตไม่สามารถรู้ผิดชอบ หรือถ้าผู้ที่ฆ่านั้นเป็นคู่สมรสหรือผู้บุพการีหรือผู้สืบสันดานของตนโดยตรง
(4) ผู้ที่ฉ้อฉลหรือข่มขู่ให้เจ้ามรดกทำ หรือเพิกถอน หรือเปลี่ยนแปลงพินัยกรรมแต่บางส่วนหรือทั้งหมดซึ่งเกี่ยวกับทรัพย์มรดก หรือไม่ให้กระทำการดังกล่าวนั้น
(5) ผู้ที่ปลอม ทำลาย หรือปิดบังพินัยกรรมแต่บางส่วนหรือทั้งหมด
เจ้ามรดกอาจถอนข้อกำจัดฐานเป็นผู้ไม่สมควรเสียก็ได้โดยให้อภัยไว้เป็นลายลักษณ์อักษร
มาตรา 1627 – บุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้วและบุตรบุญธรรมนั้นให้ถือว่าเป็นผู้สืบสันดาน เหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย ตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายนี้
มาตรา 1629 – ทายาทโดยธรรมมีหกลำดับเท่านั้น และภายใต้บังคับแห่งมาตรา 1630 วรรค 2 แต่ละลำดับมีสิทธิได้รับมรดกก่อนหลังดังต่อไปนี้ คือ
(1) ผู้สืบสันดาน
(2) บิดามารดา
(3) พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน
(4) พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน
(5) ปู่ ย่า ตา ยาย
(6) ลุง ป้า น้า อา
คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นก็เป็นทายาทโดยธรรม ภายใต้บังคับของบทบัญญัติพิเศษแห่งมาตรา 1635
มาตรา 1630 – ตราบใดที่มีทายาทซึ่งยังมีชีวิตอยู่ หรือมีผู้รับมรดกแทนที่ยังไม่ขาดสาย แล้วแต่กรณี ในลำดับหนึ่ง ๆ ที่ระบุไว้ในมาตรา 1629 ทายาทผู้ที่อยู่ในลำดับถัดลงไปไม่มีสิทธิในทรัพย์มรดกของผู้ตายเลย
แต่ความในวรรคก่อนนี้มิให้ใช้บังคับในกรณีเฉพาะที่มีผู้สืบสันดานคนใดยังมีชีวิตอยู่ หรือมีผู้รับมรดกแทนที่กัน แล้วแต่กรณี และมีบิดามารดายังมีชีวิตอยู่ ในกรณีเช่นนั้นให้บิดามาดาได้ส่วนแบ่งเสมือนหนึ่งว่าเป็นทายาทชั้นบุตร
มาตรา 1633 – ทายาทโดยธรรมในลำดับเดียวกัน ในลำดับหนึ่ง ๆ ที่ระบุไว้ในมาตรา 1629 นั้น ชอบที่จะได้รับส่วนแบ่งเท่ากัน ถ้าในลำดับหนึ่งมีทายาทโดยธรรมคนเดียว ทายาทโดยธรรมคนนั้นมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งทั้งหมด
มาตรา 1639 – ถ้าบุคคลใดซึ่งจะเป็นทายาทตามมาตรา 1629 (1) (3) (4) หรือ (6) ถึงแก่ความตาย หรือถูกกำจัดมิให้รับมรดกก่อนเจ้ามรดกตาย ถ้าบุคคลนั้นมีผู้สืบสันดานก็ให้ผู้สืบสันดานรับมรดกแทนที่ ถ้าผู้สืบสันดานคนใดของบุคคลนั้นถึงแก่ความตายหรือถูกกำจัดมิให้รับมรดกเช่นเดียวกัน ก็ให้ผู้สืบสันดานของผู้สืบสันดานนั้นรับมรดกแทนที่ และให้มีการรับมรดกแทนที่กันเฉพาะส่วนแบ่งของบุคคลเป็นราย ๆ สืบต่อกันเช่นนี้ไปจนหมดสาย
มาตรา 1643 – สิทธิที่จะรับมรดกแทนที่กันนั้นได้เฉพาะแก่ผู้สืบสันดานโดยตรง ผู้บุพการีหามีสิทธิดังนั้นไม่
คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)
สรุป: มรดกของนายลมจำนวน 3,000,000 บาท ตกได้แก่นางฝนแต่เพียงผู้เดียว
ข้อ 3: นายแก้วกับนางกิ่งเป็นสามีภริยาชอบด้วยกฎหมายมีบุตรด้วยกัน 1 คน ชื่อนายนิด ต่อมานายแก้วจดทะเบียนรับนายหนุ่มเป็นบุตรบุญธรรมโดยชอบด้วยกฎหมาย นายหนุ่มจดทะเบียนสมรสกับนางสาวสวยมีบุตร 1 คน ชื่อนายแสง นายนิดมีนิสัยเกเร ลักทรัพย์ และทำร้ายบิดามารดาเป็นประจำ นายแก้วจึงทำหนังสือตัดมิให้นายนิดรับมรดกของตนและมอบไว้แก่ผู้อำนวยการเขตบางรัก หลังจากนั้นนายหนุ่มป่วยและถึงแก่ความตาย นายแก้วทำหนังสือมอบแก่ผู้อำนวยการเขตบางรักขอถอนหนังสือตัดมิให้นายนิดรับมรดก แต่นายนิดน้อยใจบิดาจึงทำหนังสือขอสละมรดกของนายแก้ว ให้ไว้แก่ผู้อำนวยการเขตบางรักเช่นเดียวกัน ต่อมาอีก 6 เดือน นายแก้วถึงแก่ความตายโดยมีทรัพย์มรดกเป็นเงิน 3,000,000 บาท นายแก้วมิได้ทำพินัยกรรมไว้ บิดามารดาถึงแก่ความตายไปก่อนแล้ว
ให้วินิจฉัยว่าทรัพย์มรดกของนายแก้วตกได้แก่ผู้ใด เพียงใด
มาตรา 1604 – บุคคลธรรมดาจะเป็นทายาทได้ก็ต่อเมื่อมีสภาพบุคคลหรือสามารถมีสิทธิได้ตามมาตรา 15 แห่งประมวลกฎหมายนี้ ในเวลาที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย
เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ให้ถือว่าเด็กที่เกิดมารอดอยู่ภายในสามร้อยสิบวันนับแต่เวลาที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตายนั้น เป็นทารกในครรภ์มารดาอยู่ในเวลาที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย
มาตรา 1608 – เจ้ามรดกจะตัดทายาทโดยธรรมของตนคนใดมิให้รับมรดกก็ได้แต่ด้วยแสดงเจตนาชัดแจ้ง
(1) โดยพินัยกรรม
(2) โดยทำเป็นหนังสือมอบไว้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่
ตัวทายาทผู้ถูกตัดมิให้รับมรดกนั้นต้องระบุไว้ให้ชัดเจน
แต่เมื่อบุคคลใดได้ทำพินัยกรรมจำหน่ายทรัพย์มรดกเสียทั้งหมดแล้ว ให้ถือว่าบรรดาทายาทโดยธรรมผู้ที่มิได้รับประโยชน์จากพินัยกรรม เป็นผู้ถูกตัดมิให้รับมรดก
มาตรา 1609 – การแสดงเจตนาตัดมิให้รับมรดกนั้นจะถอนเสียก็ได้
ถ้าการตัดมิให้รับมรดกนั้นได้ทำโดยพินัยกรรม จะถอนเสียได้ก็แต่โดยพินัยกรรมเท่านั้น แต่ถ้าการตัดมิให้รับมรดกได้ทำเป็นหนังสือมอบไว้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ การถอนจะทำตามแบบใดแบบหนึ่งดั่งบัญญัติไว้ในมาตรา 1608 (1) หรือ (2) ก็ได้
มาตรา 1612 – การสละมรดกนั้น ต้องแสดงเจตนาชัดแจ้งเป็นหนังสือมอบไว้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือทำเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ
มาตรา 1619 – ผู้ใดจะสละหรือจำหน่ายจ่ายโอนโดยประการใด ซึ่งสิทธิอันหากจะมีในภายหน้าในการสืบมรดกผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นไม่ได้
มาตรา 1620 – ถ้าผู้ใดตายโดยไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้หรือทำพินัยกรรมไว้แต่ไม่มีผลบังคับได้ ให้ปันทรัพย์มรดกทั้งหมดแก่ทายาทโดยธรรมของผู้ตายนั้นตามกฎหมาย
ถ้าผู้ใดตายโดยได้ทำพินัยกรรมไว้ แต่พินัยกรรมนั้นจำหน่ายทรัพย์หรือมีผลบังคับได้แต่เพียงบางส่วนแห่งทรัพย์มรดก ให้ปันส่วนที่มิได้จำหน่ายโดยพินัยกรรม หรือส่วนที่พินัยกรรมไม่มีผลบังคับให้แก่ทายาทโดยธรรมตามกฎหมาย
มาตรา 1627 – บุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้วและบุตรบุญธรรมนั้นให้ถือว่าเป็นผู้สืบสันดาน เหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย ตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายนี้
มาตรา 1629 – ทายาทโดยธรรมมีหกลำดับเท่านั้น และภายใต้บังคับแห่งมาตรา 1630 วรรค 2 แต่ละลำดับมีสิทธิได้รับมรดกก่อนหลังดังต่อไปนี้ คือ
(1) ผู้สืบสันดาน
(2) บิดามารดา
(3) พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน
(4) พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน
(5) ปู่ ย่า ตา ยาย
(6) ลุง ป้า น้า อา
คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นก็เป็นทายาทโดยธรรม ภายใต้บังคับของบทบัญญัติพิเศษแห่งมาตรา 1635
มาตรา 1633 – ทายาทโดยธรรมในลำดับเดียวกัน ในลำดับหนึ่ง ๆ ที่ระบุไว้ในมาตรา 1629 นั้น ชอบที่จะได้รับส่วนแบ่งเท่ากัน ถ้าในลำดับหนึ่งมีทายาทโดยธรรมคนเดียว ทายาทโดยธรรมคนนั้นมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งทั้งหมด
มาตรา 1635 – ลำดับและส่วนแบ่งของคู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่ในการรับมรดกของผู้ตายนั้น ให้เป็นไปดังต่อไปนี้
(1) ถ้ามีทายาทตามมาตรา 1629 (1) ซึ่งยังมีชีวิตอยู่หรือมีผู้รับมรดกแทนที่แล้วแต่กรณี คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่นั้น มีสิทธิได้ส่วนแบ่งเสมือนหนึ่งว่าตนเป็นทายาทชั้นบุตร
(2) ถ้ามีทายาทตามมาตรา 1629 (3) และทายาทนั้นยังมีชีวิตอยู่หรือมีผู้รับมรดกแทนที่ หรือถ้าไม่มีทายาทตามมาตรา 1629 (1) แต่มีทายาทตามมาตรา 1629 (2) แล้วแต่กรณี คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นมีสิทธิได้รับมรดกกึ่งหนึ่ง
(3) ถ้ามีทายาทตามมาตรา 1629 (4) หรือ (6) และทายาทนั้นยังมีชีวิตอยู่ หรือมีผู้รับมรดกแทนที่ หรือมีทายาทตามมาตรา 1629 (5) แล้วแต่กรณี คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่ มีสิทธิได้มรดกสองส่วนในสาม
(4) ถ้าไม่มีทายาทดังที่ระบุไว้ในมาตรา 1629 คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นมีสิทธิได้รับมรดกทั้งหมด
มาตรา 1639 – ถ้าบุคคลใดซึ่งจะเป็นทายาทตามมาตรา 1629 (1) (3) (4) หรือ (6) ถึงแก่ความตาย หรือถูกกำจัดมิให้รับมรดกก่อนเจ้ามรดกตาย ถ้าบุคคลนั้นมีผู้สืบสันดานก็ให้ผู้สืบสันดานรับมรดกแทนที่ ถ้าผู้สืบสันดานคนใดของบุคคลนั้นถึงแก่ความตายหรือถูกกำจัดมิให้รับมรดกเช่นเดียวกัน ก็ให้ผู้สืบสันดานของผู้สืบสันดานนั้นรับมรดกแทนที่ และให้มีการรับมรดกแทนที่กันเฉพาะส่วนแบ่งของบุคคลเป็นราย ๆ สืบต่อกันเช่นนี้ไปจนหมดสาย
มาตรา 1643 – สิทธิที่จะรับมรดกแทนที่กันนั้นได้เฉพาะแก่ผู้สืบสันดานโดยตรง ผู้บุพการีหามีสิทธิดังนั้นไม่
คำวินิจฉัย: กรณีตามอุทาหรณ์ เมื่อนายแก้วถึงแก่ความตายโดยไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ มรดกของนายแก้ว คือ เงินจำนวน 3,000,000 บาท ย่อมตกทอดแก่ทายาทโดยธรรมตาม มาตรา 1620 วรรคหนึ่ง และทายาทโดยธรรมซึ่งมีสิทธิได้รับมรดกของนายแก้ว ได้แก่
- นางกิ่ง – ซึ่งเป็นภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายของนายแก้วและเป็นทายาทโดยธรรมในฐานะคู่สมรส ตาม มาตรา 1629 วรรคสอง โดยจะได้รับมรดกในส่วนแบ่งเสมือนว่าตนเป็นทายาทชั้นบุตรตามมาตรา 1635 (1)
- นายนิด – ซึ่งเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายแก้วและเป็นทายาทโดยธรรมในฐานะผู้สืบสันดานตาม มาตรา 1629 (1) และแม้ว่าก่อนที่นายแก้วจะตาย นายแก้วได้ทำหนังสือตัดมิให้นายนิดรับมรดกของตนและมอบไว้แก่ผู้อำนวยการเขตบางรักก็ตาม แต่ต่อมานายแก้วได้ทำหนังสือมอบแก่ผู้อำนวยการเขตบางรัก ถอนหนังสือตัดมิให้นายนิดรับมรดก ซึ่งเป็นการถอนโดยถูกต้องตาม มาตรา 1609 ประกอบ มาตรา 1608 วรรคหนึ่ง ดังนั้น นายนิดจึงไม่เสียสิทธิในการรับมรดกของนายแก้ว
และการที่นายนิดน้อยใจบิดาจึงได้ทำหนังสือขอสละมรดกของนายแก้วให้ไว้แก่ผู้อำนวยการเขตบางรักนั้น แม้การสละมรดกจะได้ทำถูกต้องตาม มาตรา 1612 ก็ตาม แต่เมื่อเป็นการสละสิทธิอันจะมีในภายหน้า ในการสืบมรดกของนายแก้วที่ยังมีชีวิตอยู่ในเวลานั้น ถือว่าเป็นการแสดงเจตนาที่ฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติ มาตรา 1619 การสละมรดกของนายนิดจึงไม่มีผลตามกฎหมาย ดังนั้น นายนิดจึงยังคงมีสิทธิในการรับมรดกของนายแก้ว - นายหนุ่ม – ซึ่งเป็นบุตรบุญธรรมของนายแก้วและมีสิทธิรับมรดกของนายแก้วในฐานะผู้สืบสันดานตาม มาตรา 1629 (1) ประกอบ มาตรา 1627 แต่เมื่อปรากฎว่านายหนุ่มได้ถึงแก่ความตายก่อน เจ้ามรดกตาย นายหนุ่มจึงไม่อาจรับมรดกของนายแก้วได้เพราะไม่มีสภาพบุคคลอยู่ในเวลาที่เจ้ามรดกตายตาม มาตรา 1604 วรรคหนึ่ง แต่เมื่อนายหนุ่มมีผู้สืบสันดานโดยตรง คือ นายแสง ดังนั้น นายแสงจึงเข้ารับมรดกของนายแก้วแทนที่นายหนุ่มได้ตาม มาตรา 1639 ประกอบ มาตรา 1643
ดังนั้น มรดกของนายแก้วจำนวนเงิน 3,000,000 บาท จึงตกได้แก่ นางกิ่ง นายนิด และนายแสง คนละ 1,000,000 บาท ตาม มาตรา 1633
สรุป: ทรัพย์มรดกของนายแก้ว จึงตกได้แก่ นางกิ่ง นายนิด และนายแสง คนละ 1,000,000 บาท
ข้อ 4: นายขาวมีบิดาที่ชอบด้วยกฏหมายชื่อนายดำ นายขาวจดทะเบียนสมรสกับนางเขียวมีบุตรด้วยกัน 1 คน คือ นายฟ้า นายขาวและนางเขียวได้จดทะเบียนรับนายน้ำเงิน ซึ่งเป็นหลานชายเป็นบุตรบุญธรรมตามกฎหมาย และนายน้ำเงินมีภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายชื่อนางชมพู มีบุตรด้วยกัน 1 คน คือ เด็กหญิงแดง นายฟ้าทะเลาะกับนายน้ำเงินอย่างรุนแรง นายฟ้าได้ใช้ปืนยิงนายน้ำเงินถึงแก่ความตาย นายฟ้าต้องคำพิพากษาถึงที่สุดฐานฆ่านายน้ำเงินตายโดยเจตนา ต่อมานางเขียนหัวใจวายตาย หลังจากนั้นนายขาวถึงแก่ความตาย นายขาวมีทรัพย์มรดก 120,000 บาท
ดังนี้ จงแบ่งมรดกของนายขาว
มาตรา 1606 – บุคคลดังต่อไปนี้ต้องถูกกำจัดมิให้รับมรดกฐานเป็นผู้ไม่สมควร คือ
(1) ผู้ที่ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าได้เจตนากระทำ หรือพยายามกระทำให้เจ้ามรดกหรือผู้มีสิทธิได้รับมรดกก่อนตนถึงแก่ความตายโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
(2) ผู้ที่ได้ฟ้องเจ้ามรดกหาว่าทำความผิดโทษประหารชีวิตและตนเองกลับต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่า มีความผิดฐานฟ้องเท็จหรือทำพยานเท็จ
(3)1 ผู้ที่รู้แล้วว่า เจ้ามรดกถูกฆ่าโดยเจตนา แต่มิได้นำข้อความนั้นขึ้นร้องเรียนเพื่อเป็นทางที่จะเอาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ แต่ข้อนี้มิให้ใช้บังคับถ้าบุคคลนั้นมีอายุยังไม่ครบสิบหกปีบริบูรณ์ หรือเป็นคนวิกลจริตไม่สามารถรู้ผิดชอบ หรือถ้าผู้ที่ฆ่านั้นเป็นคู่สมรสหรือผู้บุพการีหรือผู้สืบสันดานของตนโดยตรง
(4) ผู้ที่ฉ้อฉลหรือข่มขู่ให้เจ้ามรดกทำ หรือเพิกถอน หรือเปลี่ยนแปลงพินัยกรรมแต่บางส่วนหรือทั้งหมดซึ่งเกี่ยวกับทรัพย์มรดก หรือไม่ให้กระทำการดังกล่าวนั้น
(5) ผู้ที่ปลอม ทำลาย หรือปิดบังพินัยกรรมแต่บางส่วนหรือทั้งหมด
เจ้ามรดกอาจถอนข้อกำจัดฐานเป็นผู้ไม่สมควรเสียก็ได้โดยให้อภัยไว้เป็นลายลักษณ์อักษร
มาตรา 1627 – บุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้วและบุตรบุญธรรมนั้นให้ถือว่าเป็นผู้สืบสันดาน เหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย ตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายนี้
มาตรา 1629 – ทายาทโดยธรรมมีหกลำดับเท่านั้น และภายใต้บังคับแห่งมาตรา 1630 วรรค 2 แต่ละลำดับมีสิทธิได้รับมรดกก่อนหลังดังต่อไปนี้ คือ
(1) ผู้สืบสันดาน
(2) บิดามารดา
(3) พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน
(4) พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน
(5) ปู่ ย่า ตา ยาย
(6) ลุง ป้า น้า อา
คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นก็เป็นทายาทโดยธรรม ภายใต้บังคับของบทบัญญัติพิเศษแห่งมาตรา 1635
มาตรา 1630 – ตราบใดที่มีทายาทซึ่งยังมีชีวิตอยู่ หรือมีผู้รับมรดกแทนที่ยังไม่ขาดสาย แล้วแต่กรณี ในลำดับหนึ่ง ๆ ที่ระบุไว้ในมาตรา 1629 ทายาทผู้ที่อยู่ในลำดับถัดลงไปไม่มีสิทธิในทรัพย์มรดกของผู้ตายเลย
แต่ความในวรรคก่อนนี้มิให้ใช้บังคับในกรณีเฉพาะที่มีผู้สืบสันดานคนใดยังมีชีวิตอยู่ หรือมีผู้รับมรดกแทนที่กัน แล้วแต่กรณี และมีบิดามารดายังมีชีวิตอยู่ ในกรณีเช่นนั้นให้บิดามาดาได้ส่วนแบ่งเสมือนหนึ่งว่าเป็นทายาทชั้นบุตร
มาตรา 1633 – ทายาทโดยธรรมในลำดับเดียวกัน ในลำดับหนึ่ง ๆ ที่ระบุไว้ในมาตรา 1629 นั้น ชอบที่จะได้รับส่วนแบ่งเท่ากัน ถ้าในลำดับหนึ่งมีทายาทโดยธรรมคนเดียว ทายาทโดยธรรมคนนั้นมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งทั้งหมด
มาตรา 1639 – ถ้าบุคคลใดซึ่งจะเป็นทายาทตามมาตรา 1629 (1) (3) (4) หรือ (6) ถึงแก่ความตาย หรือถูกกำจัดมิให้รับมรดกก่อนเจ้ามรดกตาย ถ้าบุคคลนั้นมีผู้สืบสันดานก็ให้ผู้สืบสันดานรับมรดกแทนที่ ถ้าผู้สืบสันดานคนใดของบุคคลนั้นถึงแก่ความตายหรือถูกกำจัดมิให้รับมรดกเช่นเดียวกัน ก็ให้ผู้สืบสันดานของผู้สืบสันดานนั้นรับมรดกแทนที่ และให้มีการรับมรดกแทนที่กันเฉพาะส่วนแบ่งของบุคคลเป็นราย ๆ สืบต่อกันเช่นนี้ไปจนหมดสาย
มาตรา 1643 – สิทธิที่จะรับมรดกแทนที่กันนั้นได้เฉพาะแก่ผู้สืบสันดานโดยตรง ผู้บุพการีหามีสิทธิดังนั้นไม่
คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)
สรุป: มรดกของนายขาวจึงตกได้แก่ นายดำ นายฟ้า และเด็กหญิงแดง คนละ 40,000 บาท






ใส่ความเห็น