LAW3108 (LAW3008)

📍 พิกัดสั่งซื้อ
ซื้อหนังสือ & ข้อสอบ (เล่ม/มีคำอธิบาย): Attorney285 | Sheet and Book
ซื้อหนังสือ: ประมวลกฎหมายอาญาและประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

เพิ่มเติม
1. วิชา LAW (ทั้งหมด)
2. วิชา LAW3108
3. มาตราที่ใช้ตอบ LAW3108

แนวข้อสอบนี้จัดทำเพื่อเป็นแนวทางในการอ่านหนังสือ กรณีต้องการคำอธิบาย/วินิจฉัยรูปแบบเต็ม สามารถสั่งซื้อได้จากลิงก์ด้านบนหรือคลิกด้านล่าง


📝 ไฟล์เรียนรู้เพิ่มเติม
สถาบันนิติธรรมาลัย
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับอัพเดตล่าสุด)

ข้อ 1: พนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้องว่า เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2565 เวลากลางวัน จำเลยได้พกอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณโดยไม่ได้รับอนุญาต (โดยโจทก์มิได้บรรยายในฟ้องว่าจำเลยพาอาวุธมีดไปโดยเปิดเผยหรือโดยไม่มีเหตุอันสมควรด้วย) เหตุเกิดที่ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 371

ดังนี้ ให้วินิจฉัยว่า
(ก) โจทก์บรรยายฟ้องถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
(ข) หากศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งยกฟ้องโจทก์ เพราะเหตุที่คำฟ้องของโจทก์บกพร่อง ในกรณี เช่นนี้ โจทก์จะนำคดีเรื่องเดียวกันนี้มาฟ้องจำเลยเป็นคดีใหม่ โดยบรรยายฟ้องให้ถูกต้องได้หรือไม่ เพราะเหตุใด

หมายเหตุ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 371 ผู้ใดพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยเปิดเผยหรือโดยไม่มีเหตุสมควร หรือพาไปในชุมนุมชนที่ได้จัดให้มีขึ้นเพื่อนมัสการ การรื่นเริง หรือการอื่นใด ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท และให้ศาลมีอำนาจสั่งให้ริบอาวุธนั้น

มาตรา 39 – สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป ดังต่อไปนี้
               (1) โดยความตายของผู้กระทำผิด
               (2) ในคดีความผิดต่อส่วนตัว เมื่อได้ถอนคำร้องทุกข์ ถอนฟ้องหรือยอมความกันโดยถูกต้องตามกฎหมาย
               (3) เมื่อคดีเลิกกันตามมาตรา ๓๗
               (4) เมื่อมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้อง
               (5) เมื่อมีกฎหมายออกใช้ภายหลังการกระทำผิดยกเลิกความผิดเช่นนั้น
               (6) เมื่อคดีขาดอายุความ
               (7) เมื่อมีกฎหมายยกเว้นโทษ

มาตรา 158 – ฟ้องต้องทำเป็นหนังสือ และมี
               (1) ชื่อศาลและวันเดือนปี
               (2) คดีระหว่างผู้ใดโจทก์ผู้ใดจำเลย และฐานความผิด
               (3) ตำแหน่งพนักงานอัยการผู้เป็นโจทก์ ถ้าราษฎรเป็นโจทก์ให้ใส่ชื่อตัว นามสกุล อายุ ที่อยู่ ชาติและบังคับ
               (4) ชื่อตัว นามสกุล ที่อยู่ ชาติและบังคับของจำเลย
               (5) การกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิด ข้อเท็จจริงและรายละเอียดที่เกี่ยวกับเวลาและสถานที่ซึ่งเกิดการกระทำนั้น ๆ อีกทั้งบุคคลหรือสิ่งของที่เกี่ยวข้องด้วยพอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี
               ในคดีหมิ่นประมาท ถ้อยคำพูด หนังสือ ภาพขีดเขียนหรือสิ่งอื่นอันเกี่ยวกับข้อหมิ่นประมาท ให้กล่าวไว้โดยบริบูรณ์หรือติดมาท้ายฟ้อง
               (6) อ้างมาตราในกฎหมายซึ่งบัญญัติว่าการกระทำเช่นนั้นเป็นความผิด
               (7) ลายมือชื่อโจทก์ ผู้เรียง ผู้เขียนหรือพิมพ์ฟ้อง

คำวินิจฉัย: ในการฟ้องคดีอาญา นอกจากคำฟ้องต้องทำเป็นหนังสือแล้ว โจทก์จะต้องบรรยายฟ้องถึงการกระทำทั้งหลายที่โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยกระทำผิดด้วย กล่าวคือ จะต้องบรรยายถึงการกระทำผิดไว้ให้ชัดเจน ครบถ้วนขององค์ประกอบแห่งความผิดนั้น มิฉะนั้นแล้ว คำฟ้องของโจทก์จะกลายเป็นฟ้องเคลือบคลุมไม่ชอบด้วยกฎหมายตาม ป.วิ. อาญา มาตรา 158 (5)

กรณีตามอุทาหรณ์ แยกวินิจฉัยได้ดังนี้

(ก) การที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้องจำเลย โดยบรรยายฟ้องแต่เพียงว่า เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2565 เวลากลางวัน จำเลยได้พาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยโจทก์ไม่ได้บรรยายในฟ้องว่าจำเลยพาอาวุธมีดไปโดยเปิดเผยหรือโดยไม่มีเหตุอันสมควรด้วยนั้น คำฟ้องของโจทก์ดังกล่าว จึงเป็นคำฟ้องที่บรรยายไม่ครบองค์ประกอบของความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 ดังนั้น ฟ้องของโจทก์จึงเป็นคำฟ้องที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ป.วิ. อาญา มาตรา 158 (5)

(ข) หากศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งยกฟ้องโจทก์ เพราะเหตุที่โจทก์ฟ้องขาดองค์ประกอบของ ความผิดตาม (ก) ย่อมถือว่าเป็นกรณีที่ศาลได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้อง อันเป็นเหตุให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตาม ป.วิ. อาญา มาตรา 39 (4) ดังนั้น โจทก์จะนำคดีเรื่องเดียวกันนี้มาฟ้องจำเลยเป็นคดีใหม่ไม่ได้ เพราะจะเป็นฟ้องซ้ำซึ่งต้องห้ามตามกฎหมาย

สรุป:
(ก) โจทก์บรรยายฟ้องไม่ถูกต้องตามกฎหมาย
(ข) หากศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์จะนำคดีเรื่องเดียวกันนี้มายื่นฟ้องจำเลยเป็นคดีใหม่ไม่ได้ เพราะจะเป็นฟ้องซ้ำ


ข้อ 2: พนักงานอัยการโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานทำร้ายร่างกายโดยบันดาลโทสะตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 และ มาตรา 72 ในวันนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นอ่านและอธิบายฟ้องให้จำเลยฟัง จำเลยแถลงขอต่อสู้คดีและแถลงว่าจำเลยไม่มีทนายความและต้องการทนายความ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า “แม้ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 มีระวางโทษตามที่กฎหมายกำหนดไว้ให้ จำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ตามฟ้องของโจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยกระทำความผิดโดยบันดาลโทสะ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 72 ซึ่งกฎหมายบัญญัติให้ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น เพียงใดก็ได้ ศาลย่อมมีอำนาจพิพากษาลงโทษจำเลยไม่ถึงโทษจำคุกก็ได้ จึงตั้งทนายความให้จำเลยไม่ได้” ครั้นถึงวันนัดสืบพยานโจทก์ จำเลยแถลงไม่ขอต่อสู้คดีและขอให้การรับสารภาพตามฟ้องแล้วศาลชั้นต้นให้โจทก์นำพยานตามบัญชีพยานโจทก์เข้ามาสืบจนเสร็จ จำเลยแถลงขอสืบพยาน ตามบัญชีพยานจำเลย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยให้การรับสารภาพ จำเลยยย่อมไม่มีสิทธิสืบพยาน จึงไม่อนุญาต คดีเสร็จการพิจารณาและนัดฟังคำพิพากษา

ให้วินิจฉัยว่า คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่ตั้งทนายความให้จำเลย และคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยสืบพยาน ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

มาตรา 172 – (วรรคสอง) เมื่อโจทก์หรือทนายโจทก์และจำเลยมาอยู่ต่อหน้าศาลแล้ว และศาลเชื่อว่าเป็นจำเลยจริง ให้อ่านและอธิบายฟ้องให้จำเลยฟัง และถามว่าได้กระทำผิดจริงหรือไม่ จะให้การต่อสู้อย่างไรบ้าง คำให้การของจำเลยให้จดไว้ ถ้าจำเลยไม่ยอมให้การ ก็ให้ศาลจดรายงานไว้และดำเนินการพิจารณาต่อไป

มาตรา 173 – (วรรคสอง) ในคดีที่มีอัตราโทษจำคุก ก่อนเริ่มพิจารณาให้ศาลถามจำเลยว่ามีทนายความหรือไม่ ถ้าไม่มีและจำเลยต้องการทนายความ ก็ให้ศาลตั้งทนายความให้

มาตรา 176 – (วรรคหนึ่ง) ในชั้นพิจารณา ถ้าจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลจะพิพากษาโดยไม่สืบพยานหลักฐานต่อไปก็ได้ เว้นแต่คดีที่มีข้อหาในความผิดซึ่งจำเลยรับสารภาพนั้น กฎหมายกำหนดอัตราโทษอย่างต่ำไว้ให้จำคุกตั้งแต่ห้าปีขึ้นไปหรือโทษสถานที่หนักกว่านั้น ศาลต้องฟังพยานโจทก์จนกว่าจะพอใจว่าจำเลยได้กระทำผิดจริง

คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)

สรุป: คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่ตั้งทนายความให้จำเลย และคำสั่งที่ไม่อนุญาตให้จำเลยสืบพยานไม่ชอบด้วยกฎหมาย


ข้อ 3: โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยขับรถยนต์โดยประมาทชนนายดำ เป็นเหตุให้นายดำถึงแก่ความตาย ขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา 291 (โจทก์บรรยายฟ้องถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ) ข้อเท็จจริงจากการสืบพยานได้ความว่า จำเลยขับรถยนต์พุ่งชนนายดำโดยเจตนาฆ่า เป็นเหตุให้นายดำถึงแก่ความตาย อันเป็นความผิดฐานฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 โดยจำเลยไม่หลงต่อสู้ ดังนี้ ให้วินิจฉัยว่า ศาลจะพิพากษาลงโทษจำเลยได้หรือไม่

หมายเหตุ:

  • มาตรา 288 – ผู้ใดฆ่าผู้อื่น ต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี
  • มาตรา 291 – ผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท

มาตรา 192 – ห้ามมิให้พิพากษา หรือสั่ง เกินคำขอ หรือที่มิได้กล่าวในฟ้อง
               ถ้าศาลเห็นว่าข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงดังที่กล่าวในฟ้อง ให้ศาลยกฟ้องคดีนั้น เว้นแต่ข้อแตกต่างนั้นมิใช่ในข้อสาระสำคัญและทั้งจำเลยมิได้หลงต่อสู้ ศาลจะลงโทษจำเลยตามข้อเท็จจริงที่ได้ความนั้นก็ได้
               ในกรณีที่ข้อแตกต่างนั้นเป็นเพียงรายละเอียด เช่น เกี่ยวกับเวลาหรือสถานที่กระทำความผิดหรือต่างกันระหว่างการกระทำผิดฐานลักทรัพย์ กรรโชก รีดเอาทรัพย์ ฉ้อโกง โกงเจ้าหนี้ ยักยอก รับของโจร และทำให้เสียทรัพย์ หรือต่างกันระหว่างการกระทำผิดโดยเจตนากับประมาท มิให้ถือว่าต่างกันในข้อสาระสำคัญ ทั้งมิให้ถือว่าข้อที่พิจารณาได้ความนั้นเป็นเรื่องเกินคำขอหรือเป็นเรื่องที่โจทก์ไม่ประสงค์ให้ลงโทษ เว้นแต่จะปรากฏแก่ศาลว่าการที่ฟ้องผิดไปเป็นเหตุให้จำเลยหลงต่อสู้ แต่ทั้งนี้ศาลจะลงโทษจำเลยเกินอัตราโทษที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดที่โจทก์ฟ้องไม่ได้
               ถ้าศาลเห็นว่าข้อเท็จจริงบางข้อดังกล่าวในฟ้อง และตามที่ปรากฏในทางพิจารณาไม่ใช่เป็นเรื่องที่โจทก์ประสงค์ให้ลงโทษ ห้ามมิให้ศาลลงโทษจำเลยในข้อเท็จจริงนั้น ๆ
               ถ้าศาลเห็นว่าข้อเท็จจริงตามฟ้องนั้นโจทก์สืบสม แต่โจทก์อ้างฐานความผิดหรือบทมาตราผิด ศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยตามฐานความผิดที่ถูกต้องได้
               ถ้าความผิดตามที่ฟ้องนั้นรวมการกระทำหลายอย่าง แต่ละอย่างอาจเป็นความผิดได้อยู่ในตัวเอง ศาลจะลงโทษจำเลยในการกระทำผิดอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่พิจารณาได้ความก็ได้

คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)

สรุป: ศาลมีอำนาจพิพากษาลงโทษจำเลยได้ แต่จะลงโทษจำเลยเกินอัตราโทษที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายตามที่โจทก์ฟ้องไม่ได้


ข้อ 4: พนักงานอัยการโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยฐานใช้อาวุธมีดแทงนายซวยได้รับบาดเจ็บ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 ซึ่งมีระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (ฟ้องถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ) จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง โจทก์และจำเลยของดสืบพยาน และศาลมีคำพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 ลงโทษจำคุก 1 ปี โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี เนื่องจากจำเลยได้กระทำความผิดครั้งแรกและรู้สำนึกในความผิดแห่งตน โจทก์อุทธรณ์ขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยโดยไม่รอการลงโทษ และจำเลยอุทธรณ์อ้างว่าการกระทำของตนเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ เนื่องจากนายซวยได้เข้ามาทำร้ายตนก่อน จึงใช้อาวุธมีดแทงนายซวย 1 ครั้ง เพื่อป้องกันตน ขอให้ศาลพิพากษายกฟ้อง

ดังนี้ ให้วินิจฉัยว่าศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของโจทก์และจำเลยได้หรือไม่ เพราะเหตุใด

มาตรา 15 – วิธีพิจารณาข้อใดซึ่งประมวลกฎหมายนี้มิได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะ ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับเท่าที่พอจะใช้บังคับได้

มาตรา 193 ทวิ – ห้ามมิให้อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นในปัญหาข้อเท็จจริงในคดีซึ่งอัตราโทษอย่างสูงตามที่กฎหมายกำหนดไว้ให้จำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เว้นแต่กรณีต่อไปนี้ให้จำเลยอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงได้
               (1) จำเลยต้องคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุกหรือให้ลงโทษกักขังแทนโทษจำคุก
               (2) จำเลยต้องคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุก แต่ศาลรอการลงโทษไว้
               (3) ศาลพิพากษาว่าจำเลยมีความผิด แต่รอการกำหนดโทษไว้ หรือ
               (4) จำเลยต้องคำพิพากษาให้ลงโทษปรับเกินหนึ่งพันบาท

มาตรา 225 – ข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่จะยกขึ้นอ้างในการยื่นอุทธรณ์นั้นคู่ความจะต้องกล่าวไว้โดยชัดแจ้งในอุทธรณ์และต้องเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ทั้งจะต้องเป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยด้วย
               ถ้าคู่ความฝ่ายใดมิได้ยกปัญหาข้อใดอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนขึ้นกล่าวในศาลชั้นต้นหรือคู่ความฝ่ายใดไม่สามารถยกปัญหาข้อกฎหมายใด ๆ ขึ้นกล่าวในศาลชั้นต้น เพราะพฤติการณ์ไม่เปิดช่องให้กระทำได้ หรือเพราะเหตุเป็นเรื่องที่ไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติว่าด้วยกระบวนพิจารณาชั้นอุทธรณ์ คู่ความที่เกี่ยวข้องย่อมมีสิทธิที่จะยกขึ้นอ้างซึ่งปัญหาเช่นว่านั้นได้

คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)

สรุป: ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของโจทก์และของจำเลยไม่ได้


สั่งซื้อแนวข้อสอบพร้อมคำอธิบาย, คำวินิจฉัย, หนังสือ
attorney285
หนังสือ
Attorney285
sheet and book
แนวข้อสอบและวินิจฉัย
Sheet and Book
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

ใส่ความเห็น

109,647 views