LAW3103 (LAW3003)

📍 พิกัดสั่งซื้อ
ซื้อหนังสือ & ข้อสอบ (เล่ม/มีคำอธิบาย): Attorney285 | Sheet and Book
ซื้อหนังสือ: ประมวลกฎหมายอาญาและประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

เพิ่มเติม
1. วิชา LAW (ทั้งหมด)
2. วิชา LAW3103
3. มาตราที่ใช้ตอบ LAW3103

แนวข้อสอบนี้จัดทำเพื่อเป็นแนวทางในการอ่านหนังสือ กรณีต้องการคำอธิบาย/วินิจฉัยรูปแบบเต็ม สามารถสั่งซื้อได้จากลิงก์ด้านบนหรือคลิกด้านล่าง


ข้อ 1: นายเมฆได้ทำสัญญาหมั้นกับ น.ส.ฝน ด้วยแหวนเพชร 1 วง และเงินสดอีก 2,000,000 บาท และให้สินสอดแก่บิดามารดาของ น.ส.ฝน เป็นเงินสดจำนวน 500,000 บาท น.ส.ฝนได้ลาออกจากงานเพราะวางแผนจะแต่งงานและย้ายไปอยู่กับนายเมฆที่ต่างจังหวัด ต่อมา น.ส.ฝน ทราบว่านายเมฆได้กลับไปอยู่กินกับ น.ส.ฟ้า คนรักเก่าซึ่งได้เคยเลิกรากันไปแล้ว น.ส.ฝน จึงไม่ต้องการสมรสกับนายเมฆ และได้ทำการบอกเลิกสัญญาหมั้นกับนายเมฆ แต่นายเมฆไม่ยอมโดยอ้างว่า น.ส.ฝน ทราบอยู่แล้ว ตั้งแต่ก่อนทำการหมั้นว่าตนเคยอยู่กินกับ น.ส.ฟ้า มาก่อน ถ้า น.ส.ฝน ไม่ยอมสมรสด้วย จะฟ้อง น.ส.ฝน ฐานผิดสัญญาหมั้น ส่วน น.ส.ฝน ต้องการฟ้องเรียกค่าทดแทนจากนายเมฆและน.ส.ฟ้า ดังนี้ นายเมฆ และ น.ส.ฝน จะทำได้หรือไม่ เพราะเหตุใด

มาตรา 1437 – การหมั้นจะสมบูรณ์เมื่อฝ่ายชายได้ส่งมอบหรือโอนทรัพย์สินอันเป็นของหมั้นให้แก่หญิงเพื่อเป็นหลักฐานว่าจะสมรสกับหญิงนั้น

(วรรคสอง) เมื่อหมั้นแล้วให้ของหมั้นตกเป็นสิทธิแก่หญิง

(วรรคสาม) สินสอด เป็นทรัพย์สินซึ่งฝ่ายชายให้แก่บิดา มารดา ผู้รับบุตรบุญธรรมหรือผู้ปกครองฝ่ายหญิง แล้วแต่กรณี เพื่อตอบแทนที่หญิงยอมสมรส

(วรรคสี่) ถ้าไม่มีการสมรสโดยมีเหตุสำคัญอันเกิดแก่หญิงหรือโดยมีพฤติการณ์ซึ่งฝ่ายหญิงต้องรับผิดชอบ ทำให้ชายไม่สมควรหรือไม่อาจสมรสกับหญิงนั้น ฝ่ายชายเรียกสินสอดคืนได้
ถ้าจะต้องคืนของหมั้นหรือสินสอดตามหมวดนี้ ให้นำบทบัญญัติมาตรา 412 ถึงมาตรา 418 แห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยลาภมิควรได้มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา 1439 – เมื่อมีการหมั้นแล้ว ถ้าฝ่ายใดผิดสัญญาหมั้นอีกฝ่ายหนึ่งมีสิทธิเรียกให้รับผิดใช้ค่าทดแทน ในกรณีที่ฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายผิดสัญญาหมั้นให้คืนของหมั้นแก่ฝ่ายชายด้วย

มาตรา 1440 – ค่าทดแทนนั้นอาจเรียกได้ ดังต่อไปนี้
(1) ทดแทนความเสียหายต่อกายหรือชื่อเสียงแห่งชายหรือหญิงนั้น
(2) ทดแทนความเสียหายเนื่องจากการที่คู่หมั้น บิดามารดาหรือบุคคลผู้กระทำการในฐานะเช่นบิดามารดาได้ใช้จ่ายหรือต้องตกเป็นลูกหนี้เนื่องในการเตรียมการสมรสโดยสุจริตและตามสมควร
(3) ทดแทนความเสียหายเนื่องจากการที่คู่หมั้นได้จัดการทรัพย์สินหรือการอื่นอันเกี่ยวแก่อาชีพหรือทางทำมาหาได้ของตนไปโดยสมควรด้วยการคาดหมายว่าจะได้มีการสมรส

(วรรคสอง) ในกรณีที่หญิงเป็นผู้มีสิทธิได้ค่าทดแทน ศาลอาจชี้ขาดว่า ของหมั้นที่ตกเป็นสิทธิแก่หญิงนั้นเป็นค่าทดแทนทั้งหมดหรือเป็นส่วนหนึ่งของค่าทดแทนที่หญิงพึงได้รับ หรือศาลอาจให้ค่าทดแทนโดยไม่คำนึงถึงของหมั้นที่ตกเป็นสิทธิแก่หญิงนั้นก็ได้

มาตรา 1443 – ในกรณีมีเหตุสำคัญอันเกิดแก่ชายคู่หมั้นทำให้หญิงไม่สมควรสมรสกับชายนั้น หญิงมีสิทธิบอกเลิกสัญญาหมั้นได้โดยมิต้องคืนของหมั้นแก่ชาย

มาตรา 1444 – ถ้าเหตุอันทำให้คู่หมั้นบอกเลิกสัญญาหมั้นเป็นเพราะการกระทำชั่วอย่างร้ายแรงของคู่หมั้นอีกฝ่ายหนึ่งซึ่งได้กระทำภายหลังการหมั้น คู่หมั้นผู้กระทำชั่วอย่างร้ายแรงนั้นต้องรับผิดใช้ค่าทดแทนแก่คู่หมั้นผู้ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาหมั้นเสมือนเป็นผู้ผิดสัญญาหมั้น

มาตรา 1445 – ชายหรือหญิงคู่หมั้นอาจเรียกค่าทดแทนจากผู้ซึ่งได้ร่วมประเวณีกับคู่หมั้นของตนโดยรู้หรือควรจะรู้ถึงการหมั้นนั้น เมื่อได้บอกเลิกสัญญาหมั้นแล้วตามมาตรา 1442 หรือมาตรา 1443 แล้วแต่กรณี

คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)

สรุป:
(1) นายเมฆจะฟ้อง น.ส.ฝน ฐานผิดสัญญาหมั้นไม่ได้
(2) น.ส.ฝนสามารถฟ้องเรียกค่าทดแทนจากนายเมฆได้ แต่จะฟ้องเรียกค่าทดแทนจาก น.ส.ฟ้า ไม่ได้


ข้อ 2: ณ สมรภูมิแห่งหนึ่ง สิบเอกไอ่ได้รู้จักกับ น.ส.กะรัตซึ่งเป็นพยาบาลประจำหน่วย และได้ช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาตลอดในสนามรบ ทั้งสองเกิดเห็นใจและรักใคร่ชอบพอกัน และต้องการร่วมเป็นร่วมตาย จึงได้แสดงเจตนาสมรสกันต่อหน้าสิบตรีชาคริต เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2564 โดยสิบตรีชาคริตได้จดแจ้งการแสดงเจตนาขอทำการสมรสของบุคคลทั้งสองไว้ อีก 1 สัปดาห์ต่อมา น.ส.กะรัต ได้เงินรางวัลจากการชนะเลิศการประกวดพยาบาลดีเด่นเป็นเงิน 50,000 บาท ต่อมาเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2564 ได้มีการประกาศยุติการรบ สิบเอกไอ่กับน.ส.กะรัตจึงเดินทางกลับบ้าน และเย็นวันนั้นสิบเอกไอ่ได้ซื้อสร้อยคอทองคำ 2 บาท เพื่อเป็นของขวัญที่ตนได้กลับบ้าน ต่อมาวันที่ 25 ธันวาคม 2564 ทั้งสองคนจึงได้ไปจดทะเบียนสมรสกัน โดยแสดงหลักฐานเจตนาจะสมรสของตนต่อนายทะเบียน

ขอให้วินิจฉัยว่า
(1) การสมรสระหว่างสิบเอกไอ่กับน.ส.กะรัต มีผลหรือไม่ อย่างไร จงอธิบาย
(2) เงินรางวัล 50,000 บาทและสร้อยคอทองคำ 2 บาท เป็นของใคร เพราะเหตุใด

มาตรา 1460 – เมื่อมีพฤติการณ์พิเศษซึ่งไม่อาจทำการจดทะเบียนสมรสต่อนายทะเบียนได้เพราะชายหรือหญิงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายตกอยู่ในอันตรายใกล้ความตาย หรืออยู่ในภาวะการรบหรือสงคราม ถ้าชายและหญิงนั้นได้แสดงเจตนาจะสมรสกันต่อหน้าบุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะที่อยู่ ณ ที่นั้น แล้วให้บุคคลดังกล่าวจดแจ้งการแสดงเจตนาขอทำการสมรสของชายและหญิงนั้นไว้เป็นหลักฐาน และต่อมาชายหญิงได้จดทะเบียนสมรสกันภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่อาจทำการจดทะเบียนต่อนายทะเบียนได้ โดยแสดงหลักฐานต่อนายทะเบียนและให้นายทะเบียนจดแจ้งวัน เดือน ปี สถานที่ที่แสดงเจตนาขอทำการสมรส และพฤติการณ์พิเศษนั้นไว้ในทะเบียนสมรส ให้ถือว่าวันแสดงเจตนาขอทำการสมรสต่อบุคคลดังกล่าวเป็นวันจดทะเบียนสมรสต่อนายทะเบียนแล้ว

(วรรคสอง) ความในมาตรานี้มิให้ใช้บังคับถ้าหากจะมีการสมรสในวันแสดงเจตนาขอทำการสมรส การสมรสนั้นจะตกเป็นโมฆะ

มาตรา 1474 – สินสมรสได้แก่ทรัพย์สิน
(1) ที่คู่สมรสได้มาระหว่างสมรส
(2) ที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้มาระหว่างสมรสโดยพินัยกรรมหรือโดยการให้เป็นหนังสือเมื่อพินัยกรรมหรือหนังสือยกให้ระบุว่าเป็นสินสมรส
(3) ที่เป็นดอกผลของสินส่วนตัว

(วรรคสอง) ถ้ากรณีเป็นที่สงสัยว่าทรัพย์สินอย่างหนึ่งเป็นสินสมรสหรือมิใช่ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นสินสมรส

คำวินิจฉัย:

(1) ตามอุทาหรณ์ การที่สิบเอกไอ่และน.ส.กะรัตได้แสดงเจตนาจะสมรสกันนั้น เป็นการสมรสที่เกิดในภาวะการรบ ซึ่งถือว่าเป็นการสมรสเมื่อมีพฤติการณ์พิเศษ ซึ่งไม่อาจจดทะเบียนสมรสต่อนายทะเบียนได้ ตามนัยของมาตรา 1460 และเมื่อทั้งสองคนได้มีการแสดงเจตนาจะสมรสกันต่อหน้าสิบตรีชาคริต ซึ่งเป็นบุคคลที่บรรลุนิติภาวะซึ่งอยู่ ณ ที่นั้น และสิบตรีชาคริตได้จดแจ้งการแสดงเจตนาขอทำการสมรสของบุคคลทั้งสองไว้เป็นหลักฐาน และต่อมาทั้งสองคนได้จดทะเบียนสมรสกันภายใน 90 วัน นับแต่วันที่อาจทำการจดทะเบียนต่อนายทะเบียนได้ โดยแสดงหลักฐานการแสดงเจตนาจะสมรสของตนต่อนายทะเบียน ดังนั้น การสมรสระหว่าง สิบเอกไอ่กับน.ส.กะรัต จึงมีผลสมบูรณ์ และให้ถือว่าเป็นการสมรสมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 ซึ่งเป็นวันที่ทั้งสองแสดงเจตนาจะทำการสมรสต่อหน้าสิบตรีชาคริตตามมาตรา 1460 วรรคหนึ่ง

(2) เมื่อมีการสมรสระหว่างสิบเอกไอ่และน.ส.กะรัตมีผลสมบูรณ์ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 ดังนั้น การที่น.ส.กะรัตได้เงินรางวัลจากการชนะเลิศการประกวดพยาบาลดีเด่นเป็นเงิน 50,000 บาท หลังวันที่ 1 ตุลาคม 2564 และสิบเอกไอ่ได้ซื้อสร้อยคอทองคำ 2 บาท ในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2564 จึงสรุปได้ว่า เงินรางวัล 50,000 บาท และสร้อยคอทองคำ 2 บาท จึงเป็นสินสมรสตามมาตรา 1474 (1) เพราะเป็นทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรส

สรุป:
(1) การสมรสระหว่างสิบเอกไอ่และน.ส.กะรัตมีผลสมบูรณ์ และให้ถือว่าการสมรสมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564
(2) เงินรางวัล 50,000 บาท และ สร้อยคอทองคำ 2 บาทเป็นสินสมรส


ข้อ 3: นายใหญ่คบหาดูใจกับน.ส.เล็ก ก่อนที่ทั้งสองจะไปจดทะเบียนสมรสกัน นายใหญ่กับน.ส.เล็ก ทำสัญญากันว่า เมื่อสมรสกันแล้วให้นายใหญ่มีอำนาจัดการสินสมรสทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว โดย นายใหญ่ น.ส.เล็ก และพยาน 2 คน ลงลายมือชื่อในสัญญานั้น วันต่อมานายใหญ่และน.ส.เล็ก ได้ไปจดทะเบียนสมรสกันโดยไม่ได้จดแจ้งตกลงอันเป็นสัญญาก่อนสมรสไว้ในทะเบียนสมรสและไม่ได้นำสัญญาดังกล่าวแนบไว้ท้ายทะเบียนสมรส หลังจากนั้นนายใหญ่ถูกปลดออกจากงาน นายใหญ่ได้นำเงินชดเชยจากการออกจากงานจำนวน 500,000 บาท ไปซื้อที่ดิน 1 แปลง โดยใส่ชื่อนายใหญ่ในโฉนดที่ดินแต่เพียงผู้เดียว ต่อมานายใหญ่แอบคบกับน.ส.น้อย น.ส.น้อยขอเงินนายใหญ่เพื่อจะลงทุนค้าขาย นายใหญ่นำที่ดินที่ซื้อไว้ไปจดทะเบียนขายฝากกับนายจิ๋วในราคา 500,000 บาท เพื่อนำเงินมาให้น.ส.น้อย นายใหญ่บอกกับนายจิ๋วว่าที่ดินดังกล่าวเป็นของตน โดยนางเล็กไม่ได้รู้เห็นและให้ความยินยอมในการขายฝากที่ดินนั้น ต่อมาน.ส.น้อยได้บอกนางเล็กว่าตนมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับนายใหญ่แล้ว และนายใหญ่จะหย่ากับนางเล็กเพื่อมาสมรสกับตน ดังนี้ ให้ท่านวินิจฉัยว่า

(1) นางเล็กจะฟ้องให้ศาลเพิกถอนสัญญาขายฝากที่ดินได้หรือไม่ เพราะเหตุใด
(2) นางเล็กจะเรียกค่าทดแทนจากนางสาวน้อยโดยที่นางเล็กไม่ประสงค์จะหย่ากับนายใหญ่ได้หรือไม่ เพราะเหตุใด

มาตรา 1466 – สัญญาก่อนสมรสเป็นโมฆะ ถ้ามิได้จดแจ้งข้อตกลงกันเป็นสัญญาก่อนสมรสนั้นไว้ในทะเบียนสมรสพร้อมกับการจดทะเบียนสมรส หรือมิได้ทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อคู่สมรสและพยานอย่างน้อยสองคนแนบไว้ท้ายทะเบียนสมรสและได้จดไว้ในทะเบียนสมรสพร้อมกับการจดทะเบียนสมรสว่าได้มีสัญญานั้นแนบไว้

มาตรา 1474 – สินสมรสได้แก่ทรัพย์สิน
(1) ที่คู่สมรสได้มาระหว่างสมรส
(2) ที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้มาระหว่างสมรสโดยพินัยกรรมหรือโดยการให้เป็นหนังสือเมื่อพินัยกรรมหรือหนังสือยกให้ระบุว่าเป็นสินสมรส
(3) ที่เป็นดอกผลของสินส่วนตัว

(วรรคสอง) ถ้ากรณีเป็นที่สงสัยว่าทรัพย์สินอย่างหนึ่งเป็นสินสมรสหรือมิใช่ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นสินสมรส

มาตรา 1476 – สามีและภริยาต้องจัดการสินสมรสร่วมกันหรือได้รับการยินยอมจากอีกฝ่ายหนึ่งในกรณีดังต่อไปนี้
(1) ขาย แลกเปลี่ยน ขายฝาก ให้เช่าซื้อ จำนอง ปลดจำนอง หรือโอนสิทธิจำนอง ซึ่งอสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์ที่อาจจำนองได้
(2) ก่อตั้งหรือกระทำให้สุดสิ้นลงทั้งหมดหรือบางส่วนซึ่งภาระจำยอม สิทธิอาศัย สิทธิเหนือพื้นดิน สิทธิเก็บดิน หรือภาระติดพันในอสังหาริมทรัพย์
(3) ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์เกินสามปี
(4) ให้กู้ยืมเงิน
(5) ให้โดยเสน่หา เว้นแต่การให้ที่พอควรแก่ฐานานุรูปของครอบครัวเพื่อการกุศล เพื่อการสังคม หรือตามหน้าที่ธรรมจรรยา
(6) ประนีประนอมยอมความ
(7) มอบข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการวินิจฉัย
(8) นำทรัพย์สินไปเป็นประกันหรือหลักประกันต่อเจ้าพนักงานหรือศาล

(วรรคสอง) การจัดการสินสมรสนอกจากกรณีที่บัญญัติไว้ในวรรคหนึ่ง สามีหรือภริยาจัดการได้โดยมิต้องได้รับความยินยอมจากอีกฝ่ายหนึ่ง

มาตรา 1523 – เมื่อศาลพิพากษาให้หย่ากันเพราะเหตุตามมาตรา 1516 (1) ภริยาหรือสามีมีสิทธิได้รับค่าทดแทน จากสามีหรือภริยาและจากหญิงอื่นหรือชู้ แล้วแต่กรณี

(วรรคสอง) สามีจะเรียกค่าทดแทนจากผู้ซึ่งล่วงเกินภริยาไปในทำนองชู้สาวก็ได้ และภริยาจะเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่นที่แสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่าตนมีความสัมพันธ์กับสามีในทำนองชู้สาวก็ได้

(วรรคสาม) ถ้าสามีหรือภริยายินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจให้อีกฝ่ายหนึ่งกระทำการตามมาตรา 1516 (1) หรือให้ผู้อื่นกระทำการตามวรรคสอง สามีหรือภริยานั้นจะเรียกค่าทดแทนไม่ได้

คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)

สรุป:
(1) นางเล็กจะฟ้องให้ศาลเพิกถอนสัญญาขายที่ดินไม่ได้
(2) นางเล็กสามารถเรียกค่าทดแทนจากน.ส.น้อยโดยที่นางเล็กไม่ประสงค์จะหย่ากับนายใหญ่ได้


ข้อ 4: นายไก่และนางไข่เป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่ตกลงหย่ากันโดยมีการทำเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อนายไก่และนางไข่ และมีพยาน 2 คนลงชื่อเป็นพยาน หลังจากนั้นนางไข่ก็ไปอยู่กินร่วมกันฉันสามีภริยากับนายดำ และมีบุตรด้วยกันคือเด็กชายแดง ต่อมานายไก่เกิดความหึงหวงบอกให้นางไข่กลับบ้าน นางไข่ปฏิเสธ

(1) การทำหนังสือหย่าระหว่างนายไก่และนางไข่ มีผลทางในกฎหมายอย่างไร
(2) นายไก่จะฟ้องนางไข่ว่ามีชู้ ยกย่องนายดำเป็นสามีอีกคนหนึ่ง โดยการฟ้องหย่าได้หรือไม่
(3) ด.ช.แดงเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของใคร นับแต่เมื่อใด

มาตรา 1457 – การสมรสตามประมวลกฎหมายนี้จะมีได้เฉพาะเมื่อได้จดทะเบียนแล้วเท่านั้น

มาตรา 1501 – การสมรสย่อมสิ้นสุดลงด้วยความตาย การหย่า หรือศาลพิพากษาให้เพิกถอน

มาตรา 1514 – การหย่านั้นจะทำได้แต่โดยความยินยอมของทั้งสองฝ่ายหรือโดยคำพิพากษาของศาล

(วรรคสอง) การหย่าโดยความยินยอมต้องทำเป็นหนังสือและมีพยานลงลายมือชื่ออย่างน้อยสองคน

มาตรา 1515 – เมื่อได้จดทะเบียนสมรสตามประมวลกฎหมายนี้ การหย่าโดยความยินยอมจะสมบูรณ์ต่อเมื่อสามีและภริยาได้จดทะเบียนการหย่านั้นแล้ว

มาตรา 1516 – เหตุฟ้องหย่ามีดังต่อไปนี้
(1) สามีหรือภริยาอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉันภริยาหรือสามี เป็นชู้หรือมีชู้ หรือร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นอาจิณ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้

มาตรา 1536 – เด็กเกิดแต่หญิงขณะเป็นภริยาชายหรือภายในสามร้อยสิบวัน นับแต่วันที่การสมรสสิ้นสุดลง ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของชายผู้เป็นสามี หรือเคยเป็นสามี แล้วแต่กรณี

มาตรา 1546 – เด็กเกิดจากหญิงที่มิได้มีการสมรสกับชายให้ถือว่าเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของหญิงนั้น

คำวินิจฉัย:

(1) การที่นายไก่และนางไข่ได้ตกลงหย่ากันโดยมีการทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่าย และมีพยาน 2 คนลงชื่อเป็นพยานนั้น แม้จะได้ทำถูกต้องตามมาตรา 1514 และเมื่อนายไก่และนางไข่ยังไม่ได้จดทะเบียนการหย่า การหย่าโดยความยินยอมระหว่างนายไก่และนางไข่จึงยังไม่สมบูรณ์ตามมาตรา 1515

(2) การที่นางไข่ได้ไปอยู่กินร่วมกันฉันสามีภริยากับนายดำนั้น ถือว่าเป็นกรณีที่นางไข่มีชู้เพราะนางไข่ยังเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายไก่อยู่ ดังนั้น นายไก่ย่อมถือเป็นเหตะุฟ้องหย่าได้ตามมาตรา 1516 (1)

(3) เมื่อนายไก่และนางไข่ยังเป็นสามีภริยากันอยู่เพราะการสมรสยังไม่สิ้นสุดลง เนื่องจากการหย่าไม่สมบูรณ์ การที่นางไข่มีบุตร 1 คน คือด.ช.แดง ด.ช.แดงย่อมเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนางไข่ตามมาตรา 1546 และเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายไก่ เพราะด.ช.แดงได้เกิดในขณะที่นางไข่เป็นภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายของนายไก่ตามมาตรา 1536

สรุป:
(1) การตกลงหย่าระหว่างนายไก่และนางไข่มีผลไม่สมบูรณ์
(2) นายไก่จะฟ้องหย่านางไข่ได้
(3) ด.ช.แดงเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายไก่และนางไข่นับแต่คลอดและอยู่รอดเป็นทารก


สั่งซื้อแนวข้อสอบพร้อมคำอธิบาย, คำวินิจฉัย, หนังสือ
attorney285
หนังสือ
Attorney285
sheet and book
แนวข้อสอบและวินิจฉัย
Sheet and Book
หนังสือประมวลกฎหมายอาญาและประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ทุกมาตรา

ใส่ความเห็น

We’re Moving!

PNSHEETRAM กำลังก้าวสู่การพัฒนาที่ดียิ่งขึ้น
เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงองค์ความรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราจึงได้ย้าย platform ไปที่
| thinksphere.co

PNSHEETRAM is evolving to deliver a better learning experience. To expand access to quality educational resources, we have transitioned our platform to
| thinksphere.co

102,054 views