LAW3102 (LAW3002)

📍 พิกัดสั่งซื้อ
ซื้อข้อสอบ (เล่ม/มีคำอธิบาย): Attorney285 | Sheet and Book
ซื้อหนังสือ: ประมวลกฎหมายอาญาและประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

เพิ่มเติม
1. วิชา LAW (ทั้งหมด)
2. วิชา LAW3102
3. มาตราที่ใช้ตอบ LAW3102

แนวข้อสอบนี้จัดทำเพื่อเป็นแนวทางในการอ่านหนังสือ กรณีต้องการคำอธิบาย/วินิจฉัยรูปแบบเต็ม สามารถสั่งซื้อได้จากลิงก์ด้านบนหรือคลิกด้านล่าง


ข้อ 1: ให้ท่านอธิบายเชิงวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่าง “หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด” กับ “หุ้นส่วนจำกัดความรับผิด” ทั้งนี้ ท่านจะต้องอธิบายความแตกต่างดังกล่าวอย่างน้อย 14 รายการ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยหุ้นส่วนและบริษัท

คำตอบ: ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ได้บัญญัติถึงความแตกต่างระหว่าง “หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด” กับ “หุ้นส่วนจำกัดความรับผิด” ไว้ดังนี้ คือ

  1. หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดมีได้ทั้งในห้างหุ้นส่วนสามัญและห้างหุ้นส่วนจำกัด ส่วนหุ้นส่วนจำกัดความรับผิดมีได้เฉพาะในห้างหุ้นส่วนจำกัดเท่านั้น (มาตรา 1025 และ มาตรา 1077)
  2. หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดเพื่อหนี้ของห้างหุ้นส่วนโดยไม่จำกัดจำนวน ส่วนห้างหุ้นส่วนจำกัดความรับผิดจะรับผิดเพื่อหนี้ของห้างหุ้นส่วนโดยจำกัดเฉพาะในจำนวนเงินที่ตนรับว่าจะลงหุ้นเท่านั้น (มาตรา 1077)
  3. หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด จะต้องรับผิดในบรรดาหนี้ของห้างหุ้นส่วนโดยไม่จำกัดจำนวน ไม่ว่าหนี้นั้นจะเกิดขึ้นก่อนหรือภายหลังที่ห้างหุ้นส่วนจำกัดจะได้จดทะเบียน แต่หุ้นส่วนจำกัดความรับผิดจะต้องรับผิดโดยไม่จำกัดจำนวนก็แต่เฉพาะในหนี้ของห้างหุ้นส่วนที่เกิดขึ้นก่อนที่ห้างหุ้นส่วนจะได้จดทะเบียนเท่านั้น (มาตรา 1079)
  4. หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดสามารถนำชื่อของตนไปเรียกขานระคนเป็นชื่อห้างหุ้นส่วนได้ เพราะไม่มีกฎหมายบัญญัติห้ามไว้แต่อย่างใด ส่วนหุ้นส่วนจำกัดความรับผิด กฎหมายห้ามมิให้เอาชื่อของตน ไปเรียกขานระคนเป็นชื่อของห้างหุ้นส่วน (มาตรา 1081)
  5. หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดสามารถลงหุ้นด้วยเงิน ทรัพย์สิน หรือแรงงานก็ได้ (มาตรา 1026 ประกอบมาตรา 1080) ส่วนหุ้นส่วนจำกัดความรับผิดสามารถลงหุ้นได้เฉพาะเงินหรือทรัพย์สินเท่านั้น จะลงหุ้นด้วยแรงงานไม่ได้ (มาตรา 1083)
  6. หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดนอกจากจะมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งผลกำไรที่ห้างหุ้นส่วนทำมาค้าได้แล้ว ยังมีสิทธิได้รับเงินปันผลหรือดอกเบี้ยอีกด้วย ส่วนหุ้นส่วนจำกัดความรับผิด กฎหมายได้บัญญัติว่า ห้ามมิให้แบ่งเงินปันผลหรือดอกเบี้ยแก่ผู้เป็นหุ้นส่วนจำกัดความรับผิด นอกจากผลกำไรที่ห้างหุ้นส่วนทำมาค้าได้ เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น (มาตรา 1084)
  7. หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดอาจจะแสดงตนหรือคุยโม้โอ้อวดให้บุคคลภายนอกทราบว่าตนได้ลงหุั้นไว้มากกว่าจำนวนซึ่งได้จดทะเบียนไว้ได้เพราะกฎหมายไม่ห้าม แต่หุ้นส่วนจำกัดความรับผิดจะแสดงตนหรือคุยโม้โอ้อวดให้บุคคลภายนอกทราบว่าตนได้ลงหุ้นไว้มากกว่าจำนวนซึ่งได้จดทะเบียนไว้ไม่ได้ ถ้ามีการฝ่าฝืน หุ้นส่วนจำกัดความรับผิดคนนั้นก็จะต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกตามจำนวนที่ตนได้แสดงตนหรือคุยโม้โอ้อวดไว้ด้วย (มาตรา 1085)
  8. หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด มีสิทธิเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการได้ (มาตรา 1087) ส่วนหุ้นส่วนจำกัดความรับกฎหมายห้ามมิให้เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ รวมทั้งห้ามสอดเข้าไปเกี่ยวข้องการจัดการงานของห้างหุ้นส่วนด้วย (มาตรา 1087 และ มาตรา 1088)
  9. หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด จะประกอบกิจการค้าขายแข่งขันกับห้างหุ้นส่วนไม่ได้ หรือจะเข้าไปเป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดในห้างหุ้นส่วนอื่นที่ประกอบกิจการค้าขายแข่งขันกับห้างหุ้นส่วนเดิมก็ไม่ได้เช่นเดียวกัน (มาตรา 1066 ประกอบมาตรา 1080) ส่วนหุ้นส่วนจำกัดความรับผิด สามารถประกอบกิจการค้าขายแข่งขันกับห้างหุ้นส่วนได้ (มาตรา 1090)
  10. หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด ถ้าจะโอนหุ้นของตนให้แก่บุคคลอื่น จะต้องได้รับความยินยอม จากผู้เป็นหุ้นส่วนคนอื่นๆด้วย (มาตรา 1040 ประกอบมาตรา 1080)
  11. ถ้าผู้เป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดคนใดคนหนึ่งตาย ห้างหุ้นส่วนนั้นย่อมต้องเลิกกัน (มาตรา 1055 (5) ประกอบมาตรา 1080) แต่ถ้าผู้เป็นหุ้นส่วนจำกัดความรับผิดคนใดคนหนึ่งตาย จะไม่เป็นเหตุให้ห้างหุ้นส่วนนั้นจะต้องเลิกกัน (มาตรา 1092)
  12. ถ้าผู้เป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดคนใดคนหนึ่งล้มละลาย ห้างหุ้นส่วนนั้นย่อมต้องเลิกกัน (มาตรา 1055 (5) ประกอบมาตรา 1080) แต่ถ้าผู้เป็นหุ้นส่วนจำกัดความรับผิดคนใดคนหนึ่งล้มละลาย จะไม่เป็นเหตุให้ห้างหุ้นส่วนนั้นจะต้องเลิกกัน (มาตรา 1092)
  13. ถ้าผู้เป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดคนใดคนหนึ่งตกเป็นคนไร้ความสามารถ ห้างหุ้นส่วนนั้นย่อมต้องเลิกกัน (มาตรา 1055 (5) ประกอบมาตรา 1080) แต่ถ้าผู้เป็นหุ้นส่วนจำกัดความรับผิดคนใดคนหนึ่ง ตกเป็นคนไร้ความสามารถ จะไม่เป็นเหตุให้ห้างหุ้นส่วนนั้นจะต้องเลิกกัน (มาตรา 1092)
  14. ผู้เป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดนั้น คุณสมบัติของผู้เป็นหุ้นส่วนถือว่าเป็นสาระสำคัญ แต่ผู้เป็นหุ้นส่วนจำกัดความรับผิดนั้น คุณสมบัติของผู้เป็นหุ้นส่วนไม่เป็นสาระสำคัญ
  15. เมื่อห้างหุ้นส่วนจำกัดผิดนัดชำระหนี้ เจ้าหนี้ย่อมมีสิทธิฟ้องให้หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด คนใดคนหนึ่งชำระหนี้ได้ (มาตรา 1070 ประกอบมาตรา 1080) แต่ถ้าตราบใดที่ห้างหุ้นส่วนจำกัดยังมิได้เลิกกัน แม้ห้างหุ้นส่วนจะผิดนัดชำระหนี้แล้ว เจ้าหนี้ก็ไม่สามารถฟ้องให้หุ้นส่วนจำกัดความรับผิดชำระหนี้ได้ (มาตรา 1095)

ข้อ 2: เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2564 นายโกเข้าทำข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรกับนายโอ โดยระบุว่า บุคคลทั้งสองตกลงจัดตั้งคณะบุคคลที่มีวัตถุประสงค์ค้าขายน้ำมันปาล์มเฉพาะจังหวัดในภาคกลางของประเทศไทย นายโกร่วมลงทุนเป็นเงิน 2,000,000 บาท นายโอร่วมลงทุนเป็นสวนปาล์ม 12 ไร่ ต่อมาเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2565 นายโกตกลงร่วมลงทุนกับนายโอตั้งห้างหุ้นส่วนภาคกลางค้าปาล์ม มีวัตถุประสงค์ประกอบธุรกิจค้าขายน้ำมันปาล์มและต้นปาล์มเฉพาะจังหวัดในภาคกลางของประเทศไทย โดยนายโดซึ่งเป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดถูกตั้งเป็นผู้จัดการ

ส่วนนายโอเป็นหุ้นส่วนจำกัดรับผิด ห้างหุ้นส่วนภาคกลางค้าปาล์มดังกล่าวมีรายได้และสิทธิเรียกร้องก่อนจดทะเบียนนิติบุคคลเป็นเงินจำนวน 150,000,000 บาท ทั้งนี้ รายได้และสิทธิเรียกร้องดังกล่าวนี้ เกิดจากสัญญาที่นายโอทำกับนายโกเพื่อขายต้นปาล์มให้แก่นายโกเพื่อใช้ในกิจกรรมคณะบุคคลที่นายโกร่วมดำเนินการนั้น โดยที่นายโกนำรายได้ทั้งหมดไปใช้กิจกรรมเพื่อสาธารณะประโยชน์ ให้ท่านวินิจฉัยว่า ตามบทบัญญัติประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยหุ้นส่วนบริษัท ในกรณี ที่นายโกในฐานะผู้แทนคณะบุคคลผิดนัดชำระราคาต้นปาล์มดังกล่าว นายโตจะฟ้องเรียกร้องให้นายโกรับผิดชำระราคาต้นปาล์มดังกล่าวได้หรือไม่ เพราะเหตุใด

มาตรา 1049 – ผู้เป็นหุ้นส่วนจะถือเอาสิทธิใด ๆ แก่บุคคลภายนอกในกิจการค้าขายซึ่งไม่ปรากฏชื่อของตนนั้นหาได้ไม่

มาตรา 1079 – อันห้างหุ้นส่วนจำกัดนั้น ถ้ายังมิได้จดทะเบียนอยู่ตราบใด ท่านให้ถือว่าเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งหมดย่อมต้องรับผิดร่วมกันในบรรดาหนี้ของห้างหุ้นส่วนโดยไม่มีจำกัดจำนวนจนกว่าจะได้จดทะเบียน

คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)

สรุป: นายโตจะฟ้องเรียกร้องให้นายโกรับผิดชำระราคาต้นปาล์มดังกล่าวไม่ได้


ข้อ 3: ให้ท่านอธิบายเชิงวิเคราะห์หลักกฎหมายเรื่องการโอนหุ้นบริษัทจำกัด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยหุ้นส่วนและบริษัทโดยละเอียด

คำตอบ: หุ้นในบริษัทจำกัดนั้น จะแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่ หุ้นชนิดระบุชื่อ และหุ้นชนิดออกให้แก่ผู้ถือ

  1. หุ้นชนิดระบุชื่อ คือ หุ้นที่มีการระบุชื่อของบุคคลผู้เป็นเจ้าของหุ้นลงไว้ในใบหุ้น ซึ่งบริษัทเป็นผู้ออกให้แก่ผู้ถือหุ้นทั่วไปโดยไม่คำนึงว่าผู้ถือหุ้นนั้นจะชำระค่าหุ้นครบถ้วนตามมูลค่าแห่งหุ้นหรือไม่ และหุ้นชนิดระบุชื่อนี้ผู้ถือหุ้นมีสิทธิที่จะเปลี่ยนเป็นหุ้นชนิดออกให้แก่ผู้ถือได้ เมื่อได้เวนคืนหุ้นชนิดระบุชื่อให้แก่บริษัท ซึ่งบริษัทจะได้ขีดฆ่าเสียและออกหุ้นใบใหม่ ซึ่งเป็นหุ้นชนิดออกให้แก่ผู้ถือให้แก่กรณีดังกล่าวจะทำได้ก็แต่เฉพาะ หุ้นที่ได้มีการใช้ค่าหุ้นเต็มมูลค่าแล้วเท่านั้น (มาตรา 1134)
  2. หุ้นชนิดออกให้แก่ผู้ถือ คือ หุ้นที่มิได้มีการระบุชื่อของบุคคลผู้เป็นเจ้าของหุ้นลงไว้ในใบหุ้น เป็นแต่เพียงแถลงว่าได้ออกใบหุ้นนั้นให้แก่ผู้ถือ หุ้นชนิดนี้ถ้าอยู่ในความครอบครองของผู้ใดก็ถือเสมือนว่าผู้นั้นเป็นเจ้าของหุ้นนั้น

ในการออกใบหุ้นชนิดออกให้ผู้ถือนั้น จะต้องประกอบด้วยหลักเกณฑ์ที่สำคัญ 2 ประการ คือ
(1) มีข้อบังคับของบริษัทอนุญาตให้ออกหุ้นชนิดนี้ได้ และ
(2) จะออกใบหุ้นชนิดนี้ได้ก็แต่เฉพาะเพื่อหุ้นซึ่งได้ใช้ค่าหุ้นเต็มมูลค่าแล้ว (มาตรา 1134)

หุ้นชนิดออกให้แก่ผู้ถือนี้ ผู้ทรงใบหุ้นย่อมมีสิทธิที่จะมาขอเปลี่ยนเป็นใบ้หุ้นชนิดระบุชื่อได้ เมื่อได้เวนคืนใบหุ้นฉบับออกให้แก่ผู้ถือให้แก่บริษัท และบริษัทได้ขีดฆ่าเสีย (มาตรา 1136)

และไม่ว่าจะเป็นหุ้นชนิดระบุชื่อหรือหุ้นชนิดออกให้แก่ผู้ถือ ในใบหุ้นทุกๆ ใบจะต้องมีกรรมการ อย่างน้อยหนึ่งคนลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญ และในใบหุ้นต้องมีข้อความต่อไปนี้ด้วย คือ

(1) ชื่อบริษัท
(2) เลขหมายหุ้นที่กล่าวถึงในใบหุ้นนั้น
(3) มูลค่าหุ้นหนึ่งเป็นเงินเท่าใด
(4) ถ้าและเป็นหุ้นที่ยังไม่ได้ใช้เงินเสร็จ ให้จดลงว่าได้ใช้เงินค่าหุ้นแล้วหุ้นละเท่าใด
(5) ชื่อผู้ถือหุ้นหรือคำแถลงว่าได้ออกใบหุ้นนั้นให้แก่ผู้ถือ (มาตรา 1128)

การโอนหุ้นของบริษัทจำกัด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

  1. หุ้นชนิดออกให้แก่ผู้ถือ ย่อมโอนให้แก่กันได้โดยการส่งมอบใบหุ้นให้แก่กัน (มาตรา 1135)
  2. หุ้นชนิดระบุชื่อ การโอนหุ้นชนิดนี้จะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ใน ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1129 วรรคสอง ดังนี้

(1) จะต้องมีการทำเป็นหนังสือ
(2) จะต้องมีการลงลายมือชื่อของผู้โอนและผู้รับโอน
(3) จะต้องมีพยานอย่างน้อยหนึ่งคนลงลายมือชื่อรับรองลายมือชื่อตาม (2)
(4) จะต้องมีการระบุเลขหมายของหุ้นซึ่งจะโอนกันนั้นด้วย

การโอนหุ้นชนิดระบุชื่อนี้ ถ้าไม่ปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าวแล้ว การโอนนั้นก็จะเป็น “โมฆะ” และการโอนหุ้นเช่นนี้จะนำไปใช้ยันกับบริษัทหรือบุคคลภายนอกได้ก็ต่อเมื่อได้จดแจ้งการโอนทั้งชื่อและสำนักของผู้รับโอนนั้นลงในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัทแล้ว (มาตรา 1129 วรรคสาม)

แต่อย่างไรก็ตาม การโอนหุ้นชนิดระบุชื่อลงในใบหุ้นนี้ อาจมีข้อยกเว้นว่า ไม่ต้องปฏิบัติตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1129 วรรคสอง ดังกล่าวข้างต้นก็ได้ ถ้าเป็นกรณีในเหตุบางอย่าง เช่น ผู้ถือหุ้นตายหรือล้มละลาย อันเป็นเหตุให้บุคคลอื่นเป็นผู้มีสิทธิจะได้หุ้นขึ้นนั้น หากว่าบุคคลนั้นนำใบหุ้นมาเวนคืน เมื่อเป็นวิสัยจะทำได้ ทั้งได้นำหลักฐานอันสมควรมาแสดงด้วยแล้ว ก็ให้บริษัทรับบุคคลนั้นลงทะเบียนเป็นผู้ถือหุ้นสืบไป (มาตรา 1132)


สั่งซื้อแนวข้อสอบพร้อมคำอธิบาย, คำวินิจฉัย, หนังสือ
attorney285
แนวข้อสอบและวินิจฉัย
Attorney285
sheet and book
แนวข้อสอบและวินิจฉัย
Sheet and Book
หนังสือประมวลกฎหมายอาญาและประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ทุกมาตรา

ใส่ความเห็น

109,655 views