LAW3102 (LAW3002)
📍 พิกัดสั่งซื้อ
ซื้อข้อสอบ (เล่ม/มีคำอธิบาย): Attorney285 | Sheet and Book
ซื้อหนังสือ: ประมวลกฎหมายอาญาและประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
เพิ่มเติม
1. วิชา LAW (ทั้งหมด)
2. วิชา LAW3102
3. มาตราที่ใช้ตอบ LAW3102
แนวข้อสอบนี้จัดทำเพื่อเป็นแนวทางในการอ่านหนังสือ กรณีต้องการคำอธิบาย/วินิจฉัยรูปแบบเต็ม สามารถสั่งซื้อได้จากลิงก์ด้านบนหรือคลิกด้านล่าง
ข้อ 1: จงตอบคำถามต่อไปนี้
1.1 เอก โท และตรี ตกลงเข้าหุ้นกันโดยออกเงินคนละ 10,000,000 บาท เพื่อซื้อที่ดินแปลงหนึ่งในราคา 30,000,000 บาท โดยมีเจตนาจะนำที่ดินนั้นมาทำการจัดสรรขาย โดยแบ่งเป็นแปลง แปลงละ 150 ตารางวา เมื่อซื้อมาแล้วก็เกิดการระบาดของโรคโควิด ทำให้เศรษฐกิจของประเทศไม่ดี ทั้งสามคนจึงเลิกล้มโครงการจัดสรรที่ดิน และตกลงขายที่ดินดังกล่าวไปในราคา 60,000,000 บาท โดยเอกรับเงินจากผู้ซื้อที่ดินไปทั้งหมดและไม่ยอมแบ่งให้โทและตรี ดังนี้ ถ้าโทและตรีจะเรียกร้องให้เอกแบ่งเงินให้ จะต้องฟ้องในฐานะเป็นหุ้นส่วนกัน หรือฟ้องในฐานะกรรมสิทธิ์รวม
1.2 การเข้าหุ้นโดยนำที่ดินและอาคารที่ปลูกสร้างบนที่ดินมาให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์แก่ห้างหุ้นส่วน จำเป็นต้องทำหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่หรือไม่ หรือจะต้องทำอย่างไร เพื่อให้ที่ดินและอาคารนั้นตกเป็นกรรมสิทธิ์แก่ห้างหุ้นส่วน
มาตรา 1012 – อันว่าสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปตกลงเข้ากันเพื่อกระทำกิจการร่วมกัน ด้วยประสงค์จะแบ่งปันกำไรอันจะพึงได้แต่กิจการที่ทำนั้น
มาตรา 1030 – ถ้าผู้เป็นหุ้นส่วนคนหนึ่งให้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินอันใดอันหนึ่งเป็นการลงหุ้นด้วยไซร้ ความเกี่ยวพันระหว่างผู้เป็นหุ้นส่วนคนนั้นกับห้างหุ้นส่วนในเรื่องส่งมอบและซ่อมแซมก็ดี ความรับผิดเพื่อชำรุดบกพร่องก็ดี ความรับผิดเพื่อการรอนสิทธิก็ดี ข้อยกเว้นความรับผิดก็ดี ท่านให้บังคับตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ ว่าด้วยซื้อขาย
มาตรา 1356 – ถ้าทรัพย์สินเป็นของบุคคลหลายคนรวมกัน ท่านให้ใช้บทบัญญัติในหมวดนี้บังคับ เว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น
มาตรา 1364 – การแบ่งทรัพย์สินพึงกระทำโดยแบ่งทรัพย์สินนั้นเองระหว่างเจ้าของรวม หรือโดยขายทรัพย์สินแล้วเอาเงินที่ขายได้แบ่งกัน
(วรรคสอง) ถ้าเจ้าของรวมไม่ตกลงกันว่าจะแบ่งทรัพย์สินอย่างไรไซร้ เมื่อเจ้าของรวมคนหนึ่งคนใดขอ ศาลอาจสั่งให้เอาทรัพย์สินนั้นออกแบ่ง ถ้าส่วนที่แบ่งให้ไม่เท่ากันไซร้ จะสั่งให้ทดแทนกันเป็นเงินก็ได้ ถ้าการแบ่งเช่นว่านี้ไม่อาจทำได้หรือจะเสียหายมากนักก็ดี ศาลจะสั่งให้ขายโดยประมูลราคากันระหว่างเจ้าของรวมหรือขายทอดตลาดก็ได้
คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)
สรุป:
(1) โทและตรีสามารถฟ้องให้เอกแบ่งเงินให้แก่ตนได้ แต่ต้องฟ้องในฐานะกรรมสิทธิ์รวม จะฟ้องในฐานะการเป็นหุ้นส่วนกันไม่ได้ เพราะเอก โท และตรี ไม่ได้อยู่ในฐานะของการเป็นหุ้นส่วนกัน
(2) ไม่ต้องมีการทำหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ แต่จะต้องนำเรื่องการส่งมอบมาใช้บังคับ กล่าวคือ จะต้องมีการส่งมอบที่ดินและอาคารที่ปลูกสร้างบนที่ดินนั้นให้ห้างหุ้นส่วนเข้าครอบครอง ซึ่งเมื่อได้ปฏิบัติดังกล่าวแล้ว ย่อมถือว่าที่ดินและอาคารดังกล่าวจะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของห้างหุ้นส่วนทันที
ข้อ 2: ผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดในห้างหุ้นส่วนจำกัด จะต้องรับผิดโดยไม่จำกัดจำนวนในหนี้สินของห้างหุ้นส่วน ในกรณีใดบ้าง?
คำตอบ: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)
ข้อ 3: คณะกรรมการบริษัท สามสหาย จำกัด ซึ่งมีผู้ถือหุ้นทั้งหมด 13 คน อันประกอบด้วย แดง ดำ และขาว ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นที่มีจำนวนหุ้นรวมกันเกิน 50% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด และมีผู้ถือหุ้นรายอื่นๆ อีก 10 คน โดยมีแดงเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ของบริษัท แต่แดงไม่ใช้ความเอื้อเฟื้อสอดส่อง ปล่อยปละละเลย ไม่ติดต่อทวงหนี้จากลูกหนี้รายหนึ่งของบริษัท เนื่องจากลูกหนี้รายนี้เป็นญาติของแดง ตนหนี้ดังกล่าวขาดอายุความฟ้องร้อง ดำและขาวเห็นว่าการกระทำของแดงทำให้บริษัทได้รับความเสียหาย และเป็นเหตุให้ผู้ถือหุ้นได้รับเงินปันผลลดลง ดำและขาวจึงยื่นฟ้องแดงเพื่อเรียกเอาค่าเสียหายจากแดงเป็นการส่วนตัว โดยไม่ได้ฟองเรียกร้องเพื่อประโยชน์ของบริษัท ดังนี้ ถามว่า ดำและขาวละฟ้องได้หรือไม่ เพราะเหตุใด
มาตรา 1168 – ในอันที่จะประกอบกิจการของบริษัทนั้น กรรมการต้องใช้ความเอื้อเฟื้อสอดส่องอย่างบุคคลค้าขายผู้ประกอบด้วยความระมัดระวัง
(วรรคสอง) ว่าโดยเฉพาะ กรรมการต้องรับผิดชอบร่วมกันในประการต่าง ๆ ดังจะกล่าวต่อไปนี้ คือ
(1) การใช้เงินค่าหุ้นนั้น ได้ใช้กันจริง
(2) จัดให้มีและรักษาไว้ให้เรียบร้อย ซึ่งบรรดาสมุดบัญชีและเอกสารที่กฎหมายกำหนดไว้
(3) การแจกเงินปันผลหรือดอกเบี้ยให้เป็นไปโดยถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนดไว้
(4) บังคับการให้เป็นไปโดยถูกต้องตามมติของที่ประชุมใหญ่
(วรรคสาม) อนึ่ง ท่านห้ามมิให้ผู้เป็นกรรมการประกอบการค้าขายใด ๆ อันมีสภาพเป็นอย่างเดียวกัน และเป็นการแข่งขันกับการค้าขายของบริษัทนั้น ไม่ว่าทำเพื่อประโยชน์ตนหรือเพื่อประโยชน์ผู้อื่น หรือไปเข้าหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดในห้างค้าขายอื่นซึ่งประกอบกิจการมีสภาพเป็นอย่างเดียวกันและแข่งขันกับกิจการของบริษัท โดยมิได้รับความยินยอมของที่ประชุมใหญ่ของผู้ถือหุ้น
(วรรคสี่) บทบัญญัติที่กล่าวมาข้างบนนี้ให้ใช้บังคับตลอดถึงบุคคลซึ่งเป็นผู้แทนของกรรมการด้วย
มาตรา 1169 – ถ้ากรรมการทำให้เกิดเสียหายแก่บริษัท ๆ จะฟ้องร้องเรียกเอาสินไหมทดแทนแก่กรรมการก็ได้ หรือในกรณีที่บริษัทไม่ยอมฟ้องร้อง ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งคนใดจะเอาคดีนั้นขึ้นว่าก็ได้
(วรรคสอง) อนึ่ง การเรียกร้องเช่นนี้ เจ้าหนี้ของบริษัทจะเป็นผู้เรียกบังคับก็ได้ เท่าที่เจ้าหนี้ยังคงมีสิทธิเรียกร้องแก่บริษัทอยู่
คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)
สรุป: ดำและขาวจะฟ้องแดงเพื่อเรียกเอาค่าเสียหายจากแดงเป็นการส่วนตัว โดยไม่ได้ฟองเรียกร้องเพื่อประโยชน์ของบริษัทไม่ได้






ใส่ความเห็น