LAW3101 (LAW3001)
📍 พิกัดสั่งซื้อ
ซื้อข้อสอบ (เล่ม/มีคำอธิบาย): Attorney285 | Sheet and Book
ซื้อหนังสือ: ประมวลกฎหมายอาญาและประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
เพิ่มเติม
1. วิชา LAW (ทั้งหมด)
2. วิชา LAW3101
3. มาตราที่ใช้ตอบ LAW3101
แนวข้อสอบนี้จัดทำเพื่อเป็นแนวทางในการอ่านหนังสือ กรณีต้องการคำอธิบาย/วินิจฉัยรูปแบบเต็ม สามารถสั่งซื้อได้จากลิงก์ด้านบนหรือคลิกด้านล่าง
ข้อ 1: นายมืดต้องการฆ่านายสว่าง จึงพกปืนไปที่บ้านของนายสว่าง ขณะที่นายสว่างเปิดประตูบ้านกำลังเดินไปขึ้นรถ นายมืดล้วงเอาปืนเพื่อจะยิง แต่ด้วยความรีบ ปืนหลุดจากมือหล่นลงพื้นโดยที่นายมืดยังไม่ได้ยกปืนเล็งไปที่นายสว่าง ปืนกระทบกับพื้นกระสุนลั่นถูกนายสว่างได้รับอันตรายสาหัส ดังนี้ ให้วินิจฉัยว่านายมืดมีความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกายฐานใดหรือไม่ เพราะเหตุใด
มาตรา 59 – บุคคลจะต้องรับผิดในทางอาญาก็ต่อเมื่อได้กระทำโดยเจตนา เว้นแต่จะได้กระทำโดยประมาท ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้ต้องรับผิดเมื่อได้กระทำโดยประมาท หรือเว้นแต่ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยแจ้งชัดให้ต้องรับผิดแม้ได้กระทำโดยไม่มีเจตนา
(วรรคสอง) กระทำโดยเจตนา ได้แก่กระทำโดยรู้สำนึกในการที่กระทำและในขณะเดียวกันผู้กระทำประสงค์ต่อผล หรือย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำนั้น
(วรรคสาม) ถ้าผู้กระทำมิได้รู้ข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบของความผิด จะถือว่าผู้กระทำประสงค์ต่อผล หรือย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำนั้นมิได้
(วรรคสี่) กระทำโดยประมาท ได้แก่กระทำความผิดมิใช่โดยเจตนา แต่กระทำโดยปราศจากความระมัดระวังซึ่งบุคคลในภาวะเช่นนั้นจักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์ และผู้กระทำอาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นได้ แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่
(วรรคห้า) การกระทำ ให้หมายความรวมถึงการให้เกิดผลอันหนึ่งอันใดขึ้นโดยงดเว้นการที่จักต้องกระทำเพื่อป้องกันผลนั้นด้วย
มาตรา 300 – ผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)
สรุป: นายมืดมีความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสตามมาตรา 300
ข้อ 2: นายเพชรมีภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายอยู่แล้ว แต่แยกกันอยู่โดยยังไม่ได้จดทะเบียนหย่า นายเพชรมีความสัมพันธ์กับนางสาวพลอยอายุ 17 ปี นายเพชรได้ชวนนางสาวพลอยไปอยู่กินกันอย่างเปิดเผยที่บ้านของนายเพชร ต่อมาเดือนเศษ นายเพชรได้จัดพิธีแต่งงานกับนางสาวพลอย และอยู่ที่บ้านของนางสาวพลอยเป็นเวลา 3 เดือน ก็หนีออกจากบ้านไป ดังนี้ อยากทราบนายเพชร มีความผิดฐานพรากผู้เยาว์หรือไม่ เพราะเหตุใด
มาตรา 319 – ผู้ใดพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อหากำไร หรือเพื่อการอนาจารโดยผู้เยาว์นั้นเต็มใจไปด้วย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สี่พันบาทถึงสองหมื่นบาท
(วรรคสอง) ผู้ใดโดยทุจริต ซื้อ จำหน่าย หรือรับตัวผู้เยาว์ซึ่งถูกพรากตามวรรคแรกต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้พรากนั้น
คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)
สรุป: นายเพชรมีความผิดฐานพรากผู้เยาว์ตามมาตรา 319 วรรคหนึ่ง
ข้อ 3: นายกล้าประกอบกิจการร้านค้าวัสดุก่อสร้าง มีนายหนึ่งเป็นลูกจ้างให้ตำแหน่งผู้จัดการร้าน ทำหน้าที่ ดูแลกิจการในร้าน เมื่อพนักงานในร้านขายสินค้าได้ ต้องนำเงินที่ได้รับจากลูกค้าหย่อนลงในตู้นิรภัยของร้าน ซึ่งนายหนึ่งเป็นผู้เก็บรักษากุญแจตู้นิรภัย มีหน้าที่ไขตู้นิรภัยในเวลา 17:00 นาฬิกาของทุกวัน และนำเงินออกมานับต่อหน้านายสองลูกจ้างอีกคนหนึ่ง ซึ่งมำตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่การเงิน วันเกิดเหตุ ประมาณ 15:00 นาฬิกา นายหนึ่งแอบไขตู้นิรภัยและเอาเงินจำนวน 5,000 บาท ไปเป็นของตน ดังนี้ นายหนึ่งมีความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ฐานใดหรือไม่
มาตรา 334 – ผู้ใดเอาทรัพย์ของผู้อื่น หรือที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยไปโดยทุจริต ผู้นั้นกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินหกหมื่นบาท
มาตรา 335 – ผู้ใดลักทรัพย์
(1) ในเวลากลางคืน
(2) ในที่หรือบริเวณที่มีเหตุเพลิงไหม้ การระเบิด อุทกภัย หรือในที่หรือบริเวณที่มีอุบัติเหตุ เหตุทุกขภัยแก่รถไฟ หรือยานพาหนะอื่นที่ประชาชนโดยสาร หรือภัยพิบัติอื่นทำนองเดียวกันหรืออาศัยโอกาสที่มีเหตุเช่นว่านั้น หรืออาศัยโอกาสที่ประชาชนกำลังตื่นกลัวภยันตรายใดๆ
(3) โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใดๆ
(4) โดยเข้าทางช่องทางซึ่งได้ทำขึ้นโดยไม่จำนวนให้เป็นทางคนเข้า หรือเข้าทางช่องทางซึ่งผู้เป็นใจเปิดไว้ให้
(5) โดยแปลงตัวหรือปลอมตัวเป็นผู้อื่น มอมหน้าหรือทำด้วยประการอื่นเพื่อไม่ให้เห็นหรือจำหน้าได้
(6) โดยลวงว่าเป็นเจ้าพนักงาน
(7) โดยมีอาวุธ หรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป
(8) ในเคหสถาน สถานที่ราชการหรือสถานที่ที่จัดไว้เพื่อให้บริการสาธารณะที่ตนได้เข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาติ หรือซ่อนตัวอยู่ในสถานที่นั้นๆ
(9) ในสถานที่บูชาสาธารณะ สถานีรถไฟ ท่าอากาศยาน หรือจอดรถหรือเรือสาธารณะ สาธารณสถานสำหรับขนถ่ายสินค้าหรือในยวดยานสาธารณะ
(10) ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์
(11) ที่เป็นของนายจ้างหรือที่อยู่ในความครอบครองของนายจ้าง
(12) ที่เป็นของผู้มีอาชีพกสิกรรม บรรดาที่เป็นผลิตภัณฑ์พืชพันธุ์ สัตว์หรือเครื่อมืออันมีไว้สำหรับประกอบกสิกรรมหรือได้มาจากกสิกรรมนั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท
(วรรคสอง) ถ้าความผิดตามวรรคแรกเป็นการกระทำที่ประกอบด้วยลักษณะดังที่บัญญัติไว้ในอนุมาตราดังกล่าวแล้วตั้งแต่สองอนุมาตราขึ้นไป ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท
ถ้าความผิดตามวรรคแรกเป็นการกระทำต่อทรัพย์ที่เป็นโค กระบือ เครื่องกลหรือเครื่องจักรที่ผู้มีอาชีพกสิกรรมมีไว้สำหรับประกอบกสิกรรม ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสองแสนบาท
(วรรคสาม) ถ้าการกระทำความผิดดังกล่าวในมาตรานี้ เป็นการกระทำโดยความจำใจหรือความยากจนเหลือทนทาน และทรัพย์นั้นมีราคาเล็กน้อย ศาลจะลงโทษผู้กระทำความผิดดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 334 ก็ได้
คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)
สรุป: นายหนึ่งมีความผิดฐานลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้างตามมาตรา 335 วรรคหนึ่ง (11)






ใส่ความเห็น