LAW3101 (LAW3001)
📍 พิกัดสั่งซื้อ
ซื้อข้อสอบ (เล่ม/มีคำอธิบาย): Attorney285 | Sheet and Book
ซื้อหนังสือ: ประมวลกฎหมายอาญาและประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
เพิ่มเติม
1. วิชา LAW (ทั้งหมด)
2. วิชา LAW3101
3. มาตราที่ใช้ตอบ LAW3101
แนวข้อสอบนี้จัดทำเพื่อเป็นแนวทางในการอ่านหนังสือ กรณีต้องการคำอธิบาย/วินิจฉัยรูปแบบเต็ม สามารถสั่งซื้อได้จากลิงก์ด้านบนหรือคลิกด้านล่าง
ข้อ 1: นายแก้วโกรธแค้นนายก้อนจึงนำอาวุธปืนมาดักซุ่มยิง เมื่อนายก้อนเดินผ่านมานายแก้วได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่หลายนัด แต่กระสุนถูกบริเวณหน้าท้องของนายก้อนเพียง 1 นัด ขณะที่นายแก้ววิ่งหลบหนี ได้ยินเสียงนายก้อนร้องขอความช่วยเหลือ นายแก้วจึงย้อนกลับไปหานายก้อนแล้วใช้ไม้ไผ่ซึ่งวางอยู่บริเวณนั้นทุบตีนายก้อนจนตาย และขณะที่นายแก้วกำลังมองหาที่ซุกซ่อนศพของนายก้อน นายก้านขับรถจักรยานยนต์ผ่านมาเห็นเหตุการณ์โดยบังเอิญ นายแก้วได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่นายก้านจนรถจักรยานยนต์ล้ม นายก้านศีรษะกระแทกพื้นถึงแก่ความตาย ให้วินิจฉัยว่านายแก้วมีความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกายฐานใดหรือไม่
มาตรา 288 – ผู้ใดฆ่าผู้อื่น ต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี
มาตรา 289 – ผู้ใด
(1) ฆ่าบุพการี
(2) ฆ่าเจ้าพนักงาน ซึ่งกระทำการตามหน้าที่ หรือเพราะเหตุที่จะกระทำ หรือได้กระทำการตามหน้าที่
(3) ฆ่าผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงาน ในการที่เจ้าพนักงานนั้นกระทำตามหน้าที่ หรือเพราะเหตุที่บุคคลนั้นจะช่วยหรือได้ช่วยเจ้าพนักงานดังกล่าวแล้ว
(4) ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
(5) ฆ่าผู้อื่นโดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย
(6) ฆ่าผู้อื่นเพื่อตระเตรียมการ หรือเพื่อความสะดวกในการที่จะกระทำความผิดอย่างอื่น หรือ
(7) ฆ่าผู้อื่นเพื่อจะเอา หรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแต่การที่ตนได้กระทำความผิดอื่น เพื่อปกป้องความผิดอื่นของตน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้
ต้องระวางโทษประหารชีวิต
คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)
สรุป: นายแก้วมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289 (4) และมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นเพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้ตามมาตรา 289 (7)
ข้อ 2: นางสายมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับนางส้มซึ่งเป็นเพื่อนบ้านอยู่เป็นประจำ สาเหตุมาจากบ้านของนางส้มเปิดขายอาหารตามสั่ง ทำให้กลิ่นควันของอาหารลอยเข้ามาในบ้านของนางสาย ด้วยความโมโห นางสาวได้โพสต์ข้อความลงในกลุ่มไลน์หมู่บ้านสวัสดี ซึ่งมีสมาชิกจำนวน 100 คน และจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นช่องทางในการแจ้งหรือไขข่าวไปยังสมาชิกที่เป็นลูกบ้าน มีความข้อความ “ร้านตามสั่งที่เยื้องกับป้อมยามหมู่บ้าน ขายอาหารบังหน้า แต่เบื้องหลังปล่อยยาบ้า” ซึ่งปรากฎว่าในหมู่บ้านสวัสดี มีร้านอาหารตามสั่งของนางส้มเพียงร้านเดียว และตั้งอยู่เยื้องกับป้อมยามด้วย ให้วินิจฉัยว่า นางสายมีความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพและชื่อเสียงฐานใดหรือไม่
มาตรา 326 – ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียงชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 328 – ถ้าความผิดฐานหมิ่นประมาทได้กระทำโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร ภาพวาด ภาพระบายสี ภาพยนตร์ ภาพหรือตัวอักษรที่ทำให้ปรากฎไม่ว่าด้วยวิธีใดๆ แผ่นเสียงหรือสิ่งบันทึกเสียง บันทึกภาพ หรือบันทึกอักษร กระทำโดยการกระจายเสียง หรือการกระจายภาพ หรือโดยกระทำการป่าวประกาศด้วยวิธีอื่น ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท
คำวินิจฉัย: องค์ประกอบของความผิดฐานหมิ่นประมาทตามมาตรา 326 ประกอบด้วย
- ใส่ความผู้อื่น
- ต่อบุคคลที่สาม
- โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง
- โดยเจตนา
คำว่า “ใส่ความ” ตามนัยมาตรา 326 หมายความว่า พูดหาเหตุร้ายหรือกล่าวหาเรื่องร้ายให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย โดยเป็นการยืนยันข้อเท็จจริง ซึ่งกระทำต่อบุคคลที่สามโดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้น เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง
กรณีตามอุทาหรณ์ การที่นางสายได้โพสต์ข้อความว่า “ร้านตามสั่งที่เยื้องกับป้อมยามหมู่บ้าน ขายอาหารบังหน้า แต่เบื้องหลังปล่อยยาบ้า” ซึ่งปรากฎว่าในหมู่บ้านสวัสดีมีร้านอาหารตามสั่งของนางส้มเพียงร้านเดียว และตั้งอยู่เยื้องกับป้อมยามด้วยนั้น บุคคลที่อ่านข้อความดังกล่าวย่อมทราบและเข้าใจได้ทันทีว่า ร้านอาหารตามสั่งของนางส้มจำหน่ายยาเสพติดซึ่งเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ข้อความดังกล่าวที่นางสายได้โพสต์ลงในกลุ่มไลน์หมู่บ้านสวัสดี ซึ่งมีสมาชิกจำนวน 100 คน จึงเป็นการใส่ความนางส้มต่อบุคคลที่สาม ทำให้นางส้มเสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง การกระทำของนางสายจึงเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทตามมาตรา 326
ส่วนความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตามมาตรา 328 นั้น ผู้กระทำต้องเผยแพร่ข้อความ อันเป็นการหมิ่นประมาทออกไปยังสาธารณชนหรือประชาชนทั่วไป การที่นางสายโพสต์ข้อความลงในกลุ่มไลน์ หมู่บ้านสวัสดีซึ่งมีสมาชิกจำนวน 100 คน และการจัดตั้งขึ้นมีลักษณะเพื่อเป็นช่องทางในการแจ้งหรือไขข่าว ไปยังเฉพาะสมาชิกที่เป็นลูกบ้านซึ่งอยู่ในกลุ่มไลน์เท่านั้น ยังไม่ถึงกับเป็นการกระจายข่าวไปสู่สาธารณชนหรือประชาชนทั่วไป การกระทำของนางสายจึงไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตามมาตรา 328
สรุป: นางสายมีความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326
ข้อ 3: ขณะที่ น.ส. เอ กำลังเดินอยู่ในซอยคนเดียว นายดำได้เดินเข้ามาทางด้านหลังของ น.ส. เอ แล้วพูดขึ้นว่า “กระเป๋าสวยดี” จากนั้นนายดำเข้าไปประชิดตัว น.ส.เอ พร้อมทั้งทำท่าจะล้วงเอาอาวุธจากขอบกางเกงด้านหลัง แล้วใช้มือข้างหนึ่งจับกระเป๋าสะพายที่คล้องอยู่ที่ไหลของ น.ส.เอ เอาไว้ แต่ น.ส.เอ ไม่ยอมจึงเกิดการฉุดกระชากกันขึ้น ระหว่างนั้นนายดำสังเหตเห็นว่า น.ส.เอ มีหน้าตาดีจึงเปลี่ยนใจปล่อยมือจากกระเป๋าสะพายแล้วเข้าไปปลุกปล้ำเพื่อหวังข่มขืนกระทำชำเราแทน ขณะที่ น.ส.เอ อ่อนแรงจากการต่อสู้ขัดขืนจนสลบไป นายดำเหลือบไปเห็นว่า น.ส.เอ มีสร้อยคำทองคำสวมอยู่ที่คอ นายดำจึงปลดเอาสร้อยคอทองคำของ น.ส.เอ แล้วลุกหนีไป ให้วินิจฉัยว่า นายดำมีความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ฐานใดหรือไม่
มาตรา 80 – ผู้ใดลงมือกระทำความผิดแต่กระทำไปไม่ตลอดหรือกระทำไปตลอดแล้วแต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผล ผู้นั้นพยายามกระทำความผิด
(วรรคสอง) ผู้ใดพยายามกระทำความผิด ผู้นั้นต้องระวางโทษสองในสามส่วนของโทษที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น
มาตรา 334 – ผู้ใดเอาทรัพย์ของผู้อื่น หรือที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยไปโดยทุจริต ผู้นั้นกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินหกหมื่นบาท
มาตรา 339 – ผู้ใดลักทรัพย์โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อ
(1) ให้ความสะดวกแก่การลักทรัพย์หรือการพาทรัพย์นั้นไป
(2) ให้ยื่นให้ซึ่งทรัพย์นั้น
(3) ยึดถือเอาทรัพย์นั้นไว้
(4) ปกปิดการกระทำความผิดนั้น หรือ
(5) ให้พ้นจากการจับกุม
ผู้นั้นกระทำความผิดฐานชิงทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสองแสนบาท
(วรรคสอง) ถ้าความผิดนั้นเป็นการกระทำที่ประกอบด้วยลักษณะดังที่บัญญัติไว้ในอนุมาตราหนึ่งอนุมาตราใดแห่งมาตรา 335 หรือเป็นการกระทำต่อทรัพย์ที่เป็นโค กระบือ เครื่องกลหรือเครื่องจักรที่ผู้มีอาชีพกสิกรรมมีไว้สำหรับประกอบกสิกรรม ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงสามแสนบาท
(วรรคสาม) ถ้าการชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงสี่แสนบาท
(วรรคสี่) ถ้าการชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สามแสนบาทถึงสี่แสนบาท
(วรรคห้า) ถ้าการชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต
คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)
สรุป: การกระทำของนายดำเป็นความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ฐานพยายามชิงทรัพย์ตามมาตรา 339 ประกอบมาตรา 80 และฐานลักทรัพย์ตามมาตรา 334
ข้อ 4: นายหนึ่งได้แอบอ้างว่าตนเองเป็นแพทย์แล้วเสนอขายวัคซีนต้านโรคโควิดให้กับนายสามและนายสี่ ในราคาเข็มละ 2,000 บาท ขณะเดียวกันนางสองซึ่งเป็นภรรยาของนายหนึ่งก็ได้พูดสนับสนุนชักจูงให้นายสามและนายสี่ซื้อวัคซีนดังกล่าวโดยอ้างว่าตนเองและครอบครัวรวมถึงญาติพี่น้องก็ฉีดวัคซีนดังกล่าวและปลอดภัยดีทุกคน จนนายสามและนายสี่ตกลงซื้อวัคซีนจากนายหนึ่งคนละ 2 เข็ม นายหนึ่งจึงฉีดวัคซีนเข็มแรกให้กับบุคคลทั้งสองโดยมีนางสองเป็นผู้ช่วยจัดเตรียมอุปกรณ์ให้นายหนึ่ง หลังจากได้รับวัคซีนแล้ว นายสามจ่ายเงินเป็นค่าวัคซีนเข็มแรกจำนวน 2,000 บาท ให้แก่นายหนึ่ง ส่วนที่เหลืออีก 2,000 บาท จะจ่ายเมื่อได้รับการฉีดเข็มที่สองแล้ว ส่วนนายสี่จะจ่ายครั้งเดียว 4,000 บาท หลังจากได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว ระหว่างนั้นนายหนึ่งและนางสอง ถูกตรวจพบว่าสิ่งที่ฉีดให้กับนายสามและนายสี่เป็นเพียงเกลือแร่เท่านั้น ไม่ใช่วัคซีนต้านโรคโควิดตามที่แอบอ้าง ให้วินิจฉัยว่า นายหนึ่งและนางสองมีความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ฐานใดหรือไม่
มาตรา 80 – ผู้ใดลงมือกระทำความผิดแต่กระทำไปไม่ตลอดหรือกระทำไปตลอดแล้วแต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผล ผู้นั้นพยายามกระทำความผิด
(วรรคสอง) ผู้ใดพยายามกระทำความผิด ผู้นั้นต้องระวางโทษสองในสามส่วนของโทษที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น
มาตรา 83 – ในกรณีความผิดใดเกิดขึ้นโดยการกระทำของบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไป ผู้ที่ได้ร่วมกระทำความผิดด้วยกันนั้นเป็นตัวการ ต้องระวางโทษตามที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น
มาตรา 341 – ผู้ใดโดยทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม หรือทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม ทำ ถอน หรือทำลายเอกสารสิทธิ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)
สรุป: นายหนึ่งและนายสองมีความผิดฐานฉ้อโกงตามมาตรา 341 ประกอบมมาตรา 80 และมีความผิดฐานพยายามฉ้อโกงตามมาตรา 341 ประกอบมาตรา 80 และมาตรา 83






ใส่ความเห็น