LAW2113 (LAW2013)
📍 พิกัดสั่งซื้อ
ซื้อข้อสอบ (เล่ม/มีคำอธิบาย): Attorney285 | Sheet and Book
ซื้อหนังสือ: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พร้อมหัวข้อเรื่องทุกมาตรา
เพิ่มเติม
1. วิชา LAW (ทั้งหมด)
2. วิชา LAW2113
3. มาตราที่ใช้ตอบ LAW2113
แนวข้อสอบนี้จัดทำเพื่อเป็นแนวทางในการอ่านหนังสือ กรณีต้องการคำอธิบาย/วินิจฉัยรูปแบบเต็ม สามารถสั่งซื้อได้จากลิงก์ด้านบนหรือคลิกด้านล่าง
ข้อ 1: (ก) การโอนตั๋วเงินมีหลักเกณฑ์ทางกฎหมายที่สำคัญอย่างไรบ้าง จงอธิบายพร้อมยกหลักกฎหมายประกอบ
(ข) นางสาวสวยได้สั่งจ่ายเช็คฉบับหนึ่ง โดยระบุชื่อนายจอมเป็นผู้รับเงิน และมิได้ขีดฆ่าคำว่า “หรือผู้ถือ” ในเช็คออก และได้ทำการส่งมอบให้แก่นายจอมเพื่อชำระหนี้ค่าสินค้า ต่อมานายจอมได้นำเช็คฉบับดังกล่าวมาทำการลงลายมือชื่อสลักหลัง และส่งมอบให้แก่นายบางเพื่อชำระหนี้ค่าเช่าอาคาร หากต่อมานายบางต้องการจะทำการสลักหลังและส่งมอบเช็คฉบับดังกล่าวเพื่อชำระหนี้ตามสัญญากู้ยืมเงินให้แก่นายประวิทย์
ดังนี้ นายบางสามารถกระทำได้โดยชอบตามกฎหมายตั๋วเงินหรือไม่ เพราะเหตุใด อธิบายมาให้เข้าใจพร้อมยกหลักกฎหมายประกอบในแต่ละประเด็น
คำวินิจฉัย:
(ก) ตามกฎหมาย ตั๋วเงินมี 3 ประเภท ได้แก่ ตั๋วแลกเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงิน และเช็ค ซึ่งหลักในการโอนตั๋วเงินนั้นกฎหมายได้บัญญัติไว้ในส่วนที่เกี่ยวกับตั๋วแลกเงินเท่านั้น เพียงแต่ได้กำหนดให้นำหลักในการโอน ตั๋วแลกเงินชนิดสั่งจ่ายระบุชื่อไปใช้กับการโอนตั๋วสัญญาใช้เงินและเช็คด้วย (ตามมาตรา 985 วรรรคหนึ่ง และ มาตรา 989 วรรคหนึ่ง) และให้นำหลักในการโอนตั๋วแลกเงินชนิดสั่งให้ใช้เงินแก่ผู้ถือไปใช้กับการโอนเช็คชนิดสั่งจ่ายแก่ผู้ถือด้วย (มาตรา 989 วรรคหนึ่ง)
สำหรับหลักในการโอนตั๋วแลกเงินนั้น กฎหมายได้กำหนดไว้ดังนี้ คือ
- ตั๋วแลกเงินชนิดสั่งจ่ายระบุชื่อการโอนสามารถกระทำได้โดยการสลักหลังและส่งมอบตาม ป.พ.พ. มาตรา 917 วรรคหนึ่ง ซึ่งบัญญัติไว้ว่า “อันตั๋วแลกเงินทุกฉบับ ถึงแม้ว่าจะมิใช่สั่งจ่ายให้แก่บุคคลเพื่อเขาสั่งก็ตาม ท่านว่าย่อมโอนให้กันได้ด้วยสลักหลังและส่งมอบ
หมายความว่าตั๋วแลกเงินชนิดสั่งจ่ายระบุชื่อ (ผู้รับเงิน) นั้น ถ้าจะมีการโอนต่อไปให้แก่บุคคลอื่น การโอนจะมีผลสมบูรณ์ถูกต้องตามกฎหมายก็ต่อเมื่อผู้โอนได้ทำการสลักหลังและส่งมอบตั๋วแลกเงินนั้น ให้แก่ผู้รับโอน (จะโอนโดยการส่งมอบแต่เพียงอย่างเดียวไม่ได้)
“การสลักหลัง” คือ การที่ผู้สลักหลัง (ผู้โอน) ได้เขียนข้อความและลงลายมือชื่อของตนไว้ในตั๋วแลกเงิน (หรือใบประจำต่อ) โดยอาจเป็นการ “สลักหลังเฉพาะ (ระบุชื่อ)” หรืออาจะเป็นการ “สลักหลังลอย” ก็ได้ (ป.พ.พ. มาตรา 919)
(1) การสลักหลังเฉพาะ (ระบุชื่อ) หมายถึง การสลักหลังที่ได้มีการระบุชื่อของผู้รับ สลักหลัง (ผู้รับประโยชน์หรือผู้รับโอน) ไว้ในตั๋วแลกเงินด้วย โดยอาจจะกระทำที่ด้านหน้าหรือด้านหลังตัวก็ได้
(2) การสลักหลังลอย หมายถึง การสลักหลังที่ไม่ได้มีการระบุชื่อของผู้รับสลักหลัง (ผู้รับประโยชน์หรือผู้รับโอน) ไว้ เพียงแต่ผู้สลักหลังได้ลงแต่ลายมือชื่อของตนไว้ที่ด้านหลังของตั๋วเงินเท่านั้น (ป.พ.พ. มาตรา 919 วรรคสอง)
อนึ่ง ในการสลักหลังโอนตั๋วแลกเงินนั้น ในกรณีที่เป็นการสลักหลังเฉพาะ (สลักหลังระบุชื่อ) ถ้าผู้ทรงจะโอนตั๋วแลกเงินนั้นต่อไปก็สามารถโอนได้แต่จะต้องโอนโดยการสลักหลังและส่งมอบเท่านั้น โดยอาจจะสลักหลังเฉพาะหรือสลักหลังลอยก็ได้ จะโอนโดยการส่งมอบแต่เพียงอย่างเดียวไม่ได้
แต่ถ้าในการสลักหลังโอนตั๋วแลกเงินนั้นเป็นการสลักหลังลอย ดังนี้ผู้ทรงซึ่งได้ตั๋วแลกเงินนั้นมาจากการสลักหลังลอย ย่อมสามารถโอนตั๋วแลกเงินนั้นต่อไปได้โดยการสลักหลังและส่งมอบหรืออาจจะโอน ตั๋วแลกเงินต่อไปโดยการส่งมอบแต่เพียงอย่างเดียวก็ได้ (ป.พ.พ. มาตรา 920) - ตั๋วแลกเงินชนิดสั่งจ่ายแก่ผู้ถือ
การโอนตั๋วเงินชนิดนี้ย่อมสามารถกระทำได้โดยการส่งมอบแต่เพียงอย่างเดียว ไม่ต้องมีการสลักหลังตามหลัก ป.พ.พ. มาตรา 918 ซึ่งบัญญัติไว้ว่า “ตั๋วแลกเงินอันสั่งให้ใช้เงินแก่ผู้ถือนั้น ท่านว่าย่อมโอนไปเพียงด้วยส่งมอบให้กัน”
(ข) หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 918 – ตั๋วแลกเงินอันสั่งให้ใช้เงินแก่ผู้ถือนั้น ท่านว่าย่อมโอนไปเพียงด้วยส่งมอบให้กัน
มาตรา 921 – การสลักหลังตั๋วแลกเงินซึ่งสั่งให้ใช้เงินแก่ผู้ถือนั้นเป็นเพียงประกัน (อาวัล) สำหรับผู้สั่งจ่าย
มาตรา 989 – บทบัญญัติทั้งหลายในหมวด ๒ อันว่าด้วยตั๋วแลกเงินดังจะกล่าวต่อไปนี้ ท่านให้ยกมาบังคับในเรื่องเช็คเพียงเท่าที่ไม่ขัดกับสภาพแห่งตราสารชนิดนี้ คือบทมาตรา 910, 914 ถึง 923, 925, 926, 938 ถึง 940, 945, 946, 959, 967, 971
คำวินิจฉัย: กรณีตามอุทาหรณ์ การที่นางสาวสวยสั่งจ่ายเช็คเพื่อชำระหนี้ค่าสินค้าให้แก่นายจอม โดยระบุชื่อ นายจอมเป็นผู้รับเงินแต่มิได้ขีดฆ่าคำว่า “หรือผู้ถือ” ในเช็คออก เช็คฉบับนี้ถือว่าเป็นเช็คชนิดสั่งจ่ายแก่ผู้ถือ ดังนั้น ถ้าจะมีการโอนเช็คฉบับนี้ต่อไป การโอนย่อมสมบูรณ์โดยการส่งมอบเช็คให้แก่กันโดยไม่ต้องสลักหลัง และ ถ้ามีการสลักหลังให้ถือว่าเป็นเพียงการประกัน (อาวัล) ผู้สั่งจ่าย (ป.พ.พ. มาตรา 918, มาตรา 921, ประกอบ มาตรา 989 วรรคหนึ่ง)
การที่นายจอมนำเช็คฉบับดังกล่าวมาทำการลงลายมือชื่อสลักหลัง และส่งมอบให้แก่นายบางเพื่อชำระหนี้ค่าเช่าอาคารนั้น การโอนเช็คระหว่างนายจอมและนายบางถือเป็นการโอนเช็คที่ชอบด้วยกฎหมาย เพียงแต่การสลักหลังของนายจอมนั้น ให้ถือว่าเป็นการอาวัลผู้สั่งจ่ายซึ่งนายจอมจะต้องรับผิดตามเช็คในฐานะ ผู้รับอาวัลผู้สั่งจ่ายคือ นางสาวสาย
แต่เมื่อนายบางต้องการจะทำการสลักหลังและส่งมอบเช็คฉบับดังกล่าวเพื่อชำระหนี้ตามสัญญากู้ยืมเงินให้แก่นายประวิทย์ นายบางย่อมสามารถทำได้ เพียงแต่การสลักหลังของนายบางย่อมมีผลทำให้นายบางจะตกเป็นผู้ที่จะต้องรับผิดตามเช็คนั้นในฐานะผู้รับอาวัลผู้สั่งจ่ายคือนางสาวสวยด้วย
สรุป: นายบางสามารถทำการสลักหลังและส่งมอบเช็คฉบับดังกล่าวให้แก่นายประวิทย์ได้
ข้อ 2: (ก) การอาวัลตั๋วเงินเกิดขึ้นได้ในกรณีใดบ้าง
(ข) เอกลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คธนาคารอ่างทอง ชำระหนี้ให้แก่โทโดยระบุชื่อโทเป็นผู้รับเงินและมิได้ขีดฆ่าคำว่า “หรือผู้ถือ” ออก โทสลักหลังชำระหนี้ให้แก่ตรีระบุชื่อตรีเป็นผู้รับประโยชน์ ต่อมาตรีสลักหลังลอย และส่งมอบเช็คดังกล่าวชำระหนี้ให้แก่จัตวา จัตวาส่งมอบเช็คชำระหนี้ให้กับบางนา เมื่อถึงวันที่ที่ลงในเช็ค บางนานำเช็คไปเบิกเงินจากธนาคารอ่างทอง แต่ธนาคารไม่ยอมจ่ายเงิน โดยให้เหตุผลว่าเงินในบัญชีของเอกมีไม่พอจ่าย ดังนี้ บุคคลในที่จะต้องรับผิดต่อบางนาในฐานะผู้รับอาวัลเช็คฉบับดังกล่าว
คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)
สรุป: บุคคลที่จะต้องรับผิดต่อบางนาในฐานะผู้รับอาวัลเช็คฉบับดังกล่าวได้แก่ โทและตรี
ข้อ 3: หากมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อความที่สำคัญในตั๋วเงิน จะเกิดผลอย่างไรกับตั๋วเงินและคู่สัญญา ทั้งหลายอย่างไรบ้าง จงอธิบายหลักกฎหมาย และยกตัวอย่างประกอบ
มาตรา 1007 – ถ้าข้อความในตั๋วเงินใด หรือในคำรับรองตั๋วเงินรายใด มีผู้แก้ไขเปลี่ยนแปลงในข้อสำคัญโดยที่คู่สัญญาทั้งปวงผู้ต้องรับผิดตามตั๋วเงินมิได้ยินยอมด้วยหมดทุกคนไซร้ ท่านว่าตั๋วเงินนั้นก็เป็นอันเสีย เว้นแต่ยังคงใช้ได้ต่อคู่สัญญาซึ่งเป็นผู้ทำการแก้ไขเปลี่ยนแปลงนั้น หรือได้ยินยอมด้วยกับการแก้ไขเปลี่ยนแปลงนั้น กับทั้งผู้สลักหลังในภายหลัง
(วรรคสอง) แต่หากตั๋วเงินใดได้มีผู้แก้ไขเปลี่ยนแปลงในข้อสำคัญ แต่ความเปลี่ยนแปลงนั้นไม่ประจักษ์ และตั๋วเงินนั้นตกอยู่ในมือผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมายไซร้ ท่านว่าผู้ทรงคนนั้นจะเอาประโยชน์จากตั๋วเงินนั้นก็ได้ เสมือนดังว่ามิได้มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงเลย และจะบังคับการใช้เงินตามเนื้อความแห่งตั๋วนั้นก็ได้
(วรรคสาม) กล่าวโดยเฉพาะ การแก้ไขเปลี่ยนแปลงเช่นจะกล่าวต่อไปนี้ ท่านถือว่าเป็นการแก้ไขเปลี่ยนแปลงในข้อสำคัญ คือการแก้ไขเปลี่ยนแปลงอย่างใด ๆ แก่วันที่ลง จำนวนเงินอันจะพึงใช้ เวลาใช้เงิน สถานที่ใช้เงิน กับทั้งเมื่อตั๋วเงินเขารับรองไว้ทั่วไปไม่เจาะจงสถานที่ใช้เงิน ไปเติมความระบุสถานที่ใช้เงินเข้าโดยที่ผู้รับรองมิได้ยินยอมด้วย
คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)
สรุป: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)






ใส่ความเห็น