LAW2112 (LAW2012)
📍 พิกัดสั่งซื้อ
ซื้อข้อสอบ (เล่ม/มีคำอธิบาย): Attorney285 | Sheet and Book
ซื้อหนังสือ: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พร้อมหัวข้อเรื่องทุกมาตรา
เพิ่มเติม
1. วิชา LAW (ทั้งหมด)
2. วิชา LAW2112
3. มาตราที่ใช้ตอบ LAW2112
แนวข้อสอบนี้จัดทำเพื่อเป็นแนวทางในการอ่านหนังสือ กรณีต้องการคำอธิบาย/วินิจฉัยรูปแบบเต็ม สามารถสั่งซื้อได้จากลิงก์ด้านบนหรือคลิกด้านล่าง
ข้อ 1: นายต่อทำประกันชีวิตโดยอาศัยความมรณะไว้กับ บมจ.ชำนาญประกันชีวิต จำนวนเงินเอาประกัน 2,000,000 บาท ระบุนางสาวพอใจเป็นผู้รับประโยชน์ ในขณะที่ทำสัญญาประกันชีวิต นายต่อเป็นโรคมะเร็งแต่ไม่แสดงอาการ จึงไม่รู้ว่าตนเป็นโรคร้ายแรงที่ บมจ.ชำนาญประกันชีวิตจะไม่รับทำสัญญา นายต่อจึงระบุในแบบคำขอเอาประกันชีวิตว่าตนสุขภาพแข็งแรงดี ทั้งนี้นางสาวพอใจทราบถึงโรคมะเร็งดังกล่าวของนายต่อแต่ปกปิดไม่แจ้งให้ บมจ.ชำนาญประกันชีวิต ทราบ ปรากฎต่อมาว่า นายต่อและนางสาวพอใจทะเลาะกัน นายต่อจึงทำการเปลี่ยนแปลง นางสาวนวล บุตรของตนเป็นผู้รับประโยชน์แทนนางสาวพอใจ ต่อมานายต่อถึงแก่ความตายจากโรคมะเร็งดังกล่าว นางสาวพอใจและนางสางนวลต่างทำหนังสือไปยัง บมจ.ชำนาญประกันชีวิตเพื่อขอรับเงินตามสัญญา
ดังนี้ให้ท่านวินิจฉัยว่า บมจ.ชำนาญประกันชีวิต จะต้องรับผิดใช้เงินตามสัญญาประกันชีวิต 2 ล้านบาทหรือไม่ และถ้าหากมีความรับผิดชอบจะต้องใช้เงินตามสัญญาประกันชีวิตของนายต่อแก่ผู้ใด ระหว่างนางสาวพอใจกับนางสาวนวล
มาตรา 862 – ตามข้อความในลักษณะนี้
คำว่า “ผู้รับประกันภัย” ท่านหมายความว่า คู่สัญญาฝ่ายซึ่งตกลงจะใช้ค่าสินไหมทดแทน หรือใช้เงินจำนวนหนึ่งให้
คำว่า “ผู้เอาประกันภัย” ท่านหมายความว่า คู่สัญญาฝ่ายซึ่งตกลงจะส่งเบี้ยประกันภัย
คำว่า “ผู้รับประโยชน์” ท่านหมายความว่า บุคคลผู้จะพึงได้รับค่าสินไหมทดแทนหรือรับจำนวนเงินใช้ให้
อนึ่ง ผู้เอาประกันภัยและผู้รับประโยชน์นั้น จะเป็นบุคคลคนหนึ่งคนเดียวกันก็ได้
มาตรา 863 – อันสัญญาประกันภัยนั้น ถ้าผู้เอาประกันภัยมิได้มีส่วนได้เสียในเหตุที่ประกันภัยไว้นั้นไซร้ ท่านว่าย่อมไม่ผูกพันคู่สัญญาแต่อย่างหนึ่งอย่างใด
มาตรา 865 – ถ้าในเวลาทำสัญญาประกันภัย ผู้เอาประกันภัยก็ดี หรือในกรณีประกันชีวิต บุคคลอันการใช้เงินย่อมอาศัยความทรงชีพหรือมรณะของเขานั้นก็ดี รู้อยู่แล้วละเว้นเสียไม่เปิดเผยข้อความจริงซึ่งอาจจะได้จูงใจผู้รับประกันภัยให้เรียกเบี้ยประกันภัยสูงขึ้นอีกหรือให้บอกปัดไม่ยอมทำสัญญา หรือว่ารู้อยู่แล้วแถลงข้อความนั้นเป็นความเท็จไซร้ ท่านว่าสัญญานั้นเป็นโมฆียะ
ถ้ามิได้ใช้สิทธิบอกล้างภายในกำหนดเดือนหนึ่งนับแต่วันที่ผู้รับประกันภัยทราบมูลอันจะบอกล้างได้ก็ดี หรือมิได้ใช้สิทธินั้นภายในกำหนดห้าปีนับแต่วันทำสัญญาก็ดี ท่านว่าสิทธินั้นเป็นอันระงับสิ้นไป
มาตรา 889 – ในสัญญาประกันชีวิตนั้น การใช้จำนวนเงินย่อมอาศัยความทรงชีพหรือมรณะของบุคคลคนหนึ่ง
มาตรา 891 – แม้ในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยมิได้เป็นผู้รับประโยชน์เองก็ดี ผู้เอาประกันภัยย่อมมีสิทธิที่จะโอนประโยชน์แห่งสัญญานั้นให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่งได้ เว้นแต่จะได้ส่งมอบกรมธรรม์ประกันภัยให้แก่ผู้รับประโยชน์ไปแล้ว และผู้รับประโยชน์ได้บอกกล่าวเป็นหนังสือไปยังผู้รับประกันภัยแล้วว่าตนจำนงจะถือเอาประโยชน์แห่งสัญญานั้น
ถ้ากรมธรรม์ประกันภัยได้ทำเป็นรูปให้ใช้เงินตามเขาสั่งแล้ว ท่านให้นำบทบัญญัติมาตรา 309 มาใช้บังคับ
คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)
สรุป: บมจ.ชำนาญประกันชีวิต จะต้องรับผิดใช้เงินตามสัญญาประกันชีวิต 2,000,000 บาท ให้แก่นางสาวนวล
ข้อ 2: นายบัวขาวซื้อรถ Mercedes Benz ด้วยเงินสดราคา 3,000,000 บาท นายขัวบาวทำสัญญาประกันภัยรถเบนซ์คันดังกล่าวไว้กับบริษัทประกันวินาศภัยแห่งหนึ่ง เป็นการประกันภัยประเภทที่ 1 คือ คุ้มครองทุกอย่าง รวมถึงตัวรถของผู้เอาประกันภัยด้วย จำนวนเงินประกันภัย 2,000,000 บาท ในระหว่างที่สัญญา มีผลบังคับ นายหมอกเป็นผู้ทำให้เกิดอุบัติเหตุโดยขับรถกระบะด้วยความประมาท แซงรถบรรทุกคันหน้าเข้าไปในช่องเดินรถที่นายบัวขาวแล่นสวนทางมาในระยะกระชั้นชิด โดยนายหมอกไม่รอให้รถเบนซ์ของนายบัวขาวขับแล่นผ่านไปก่อน เป็นเหตุให้นายบัวขาวจำต้องขับรถเบนซ์หลบไปด้านซ้ายของถนนเพื่อไม่ให้ถูกรถของนายหมอกชนประสานงากัน จึงทำให้รถเบนซ์ของนายบัวขาวพลิกคว่ำเสียหาย นายบัวขาวจึงแจ้งผู้รับประกันภัย บริษัทประกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่นายบัวขาวตามทุนประกันคือ 2,000,000 บาท แต่ปรากฎว่านายบัวขาวนำรถเบนซ์คันนั้นเข้าอู่ซ่อม และจ่ายค่าซ่อมให้แก่นายเมฆเจ้าของอู่ไป 1,800,000 บาท อยากทราบว่า บริษัทประกันภัยมีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนจำนวน 2,000,000 บาท จากนายหมอกได้หรือไม่ เพราะเหตุใด?
มาตรา 880 (วรรคหนึ่ง) – ถ้าความวินาศภัยนั้นได้เกิดขึ้นเพราะการกระทำของบุคคลภายนอกไซร้ ผู้รับประกันภัยได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนไปเป็นจำนวนเพียงใด ผู้รับประกันภัยย่อมเข้ารับช่วงสิทธิของผู้เอาประกันภัยและของผู้รับประโยชน์ซึ่งมีต่อบุคคลภายนอกเพียงนั้น
คำวินิจฉัย: ตามบทบัญญัติมาตรา 880 วรรคหนึ่ง ได้กำหนดไว้ว่า ถ้าความวินาศภัยนั้นได้เกิดขึ้นเพราะการกระทำของบุคคลภายนอกและผู้รับประกันภัยได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนไปเป็นจำนวนเพียงใด ผู้รับประกันภัยย่อมมีสิทธิเข้ารับช่วงสิทธิของผู้เอาประกันภัยและของผู้รับประโยชน์ซึ่งมีต่อบุคคลภายนอกเพียงนั้น แต่ผู้รับประกันภัยสามารถเข้ารับช่วงสิทธิไปเรียกเอาแก่บุคคลภายนอกเพียงเท่าที่ผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับประโยชน์ได้รับความเสียหายจริงเท่านั้น จะเรียกเอาจากบุคคลภายนอกเกินความเสียหายจริงที่ผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับประโยชน์ได้รับไม่ได้
กรณีตามอุทาหรณ์ การที่รถของนายบัวขาวผู้เอาประกันภัยได้รับความเสียหายโดยการพลิกคว่ำนั้น เป็นผลโดยตรงมาจากความประมาทเลินเล่อของนายหมอก ซึ่งขับรถแซงเข้ามาในช่องเดินรถสวนจึงต้องถือว่า วินาศภัยดังกล่าวได้เกิดขึ้นเพราะการกระทำของบุคคลภายนอก และการที่บริษัทประกันวินาศภัยได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่นายบัวขาว 2,000,000 บาท ถือว่าผู้รับประกันภัยได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัยไปแล้ว บริษัทประกันภัยจึงสามารถเข้ารับช่วงสิทธิของนายบัวขาวที่มีต่อนายหมอก บุคคลภายนอกได้ตามมาตรา 880 วรรคหนึ่ง
แต่อย่างไรก็ตาม การรับช่วงสิทธิของบริษัทประกันภัยในการเรียกร้องเอาจากนายหมอกนั้น จะต้องไม่เกินความเสียหายจริงที่นายบัวจาวได้รับจากการกระทำของนายหมอก ดังนั้น เมื่อความเสียหายที่นายบัวขาวได้รับจากการกระทำของนายหมอก คือ 1,800,000 บาท บริษัทจึงเข้ารับช่วงสิทธิของนายบัวขาว ในการเรียกร้องเอาแก่นายหมอกได้เพียง 1,800,000 บาทเท่านั้น ส่วนที่เกินความเสียหายอีก 200,000 บาท นายหมอกหาจำต้องรับผิดต่อบริษัทประกันภัยแต่อย่างใดไม่
สรุป: บริษัทประกันภัยไม่มีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนจำนวน 2,000,000 บาทจากนายหมอก แต่สามารถเรียกได้เพียง 1,800,000 เท่านั้น
ข้อ 3: นายปรีชาและนางบุญมีเป็นสามีภริยาโดยชอบด้วยกฎหมาย นางบุญมีได้ทำสัญญากู้เงินจากนายเจริญมาจำนวน 500,000 บาท เพื่อใช้จ่ายในกิจการค้าของตน ต่อมาวันที่ 25 สิงหาคม 2563 นายปรีชาได้ทำสัญญาเอาประกันชีวิตตนเองต่อบริษัท เมืองดีประกันชีวิต จำกัด จำนวนเงินเอาประกัน 700,000 บาท โดยทำสัญญาแบบอาศัยเหตุมรณะ ระบุให้นางบุญมีเป็นผู้รับประโยชน์ โดยได้ชำระเบี้ยประกันไปจำนวน 100,000 บาท วันที่ 25 สิงหาคม 2564 นายปรีชาประสบอุบัติเหตุ ระหว่างเดินทางไปเที่ยวกับเพื่อน ทำให้นายปรีชาถึงแก่ความตาย นางบุญมีจึงแจ้งไปยังบริษัท เมืองดีประกันชีวิต จำกัด เพื่อขอรับเงินประกันตามสัญญา และนอกจากนั้นนายเจริญเจ้าหนี้ของนางบุญมีก็ได้ยื่นหนังสือเพื่อขอให้บริษัท เมืองดีประกันชีวิต จำกัด ใช้เงินให้แก่นายเจริญก่อน ในฐานะเจ้าหนี้ของผู้รับประโยชน์
ดังนี้ จงวินิจฉัยว่า บริษัท เมืองดีประกันชีวิต จำกัด จะต้องใช้เงินตามสัญญาให้กับนางบุญมีและนายเจริญหรือไม่ อย่างไร เพราะเหตุใด
มาตรา 863 – อันสัญญาประกันภัยนั้น ถ้าผู้เอาประกันภัยมิได้มีส่วนได้เสียในเหตุที่ประกันภัยไว้นั้นไซร้ ท่านว่าย่อมไม่ผูกพันคู่สัญญาแต่อย่างหนึ่งอย่างใด
มาตรา 889 – ในสัญญาประกันชีวิตนั้น การใช้จำนวนเงินย่อมอาศัยความทรงชีพหรือมรณะของบุคคลคนหนึ่ง
มาตรา 897 (วรรคสอง) – ถ้าได้เอาประกันภัยไว้โดยกำหนดว่าให้ใช้เงินแก่บุคคลคนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะเจาะจง ท่านว่าเฉพาะแต่จำนวนเงินเบี้ยประกันภัยซึ่งผู้เอาประกันภัยได้ส่งไปแล้วเท่านั้นจักเป็นสินทรัพย์ส่วนหนึ่งแห่งกองมรดกของผู้เอาประกันภัยอันเจ้าหนี้จะเอาใช้หนี้ได้
คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)
สรุป: บริษัท เมืองดีประกันชีวิต จำกัด จะต้องใช้เงินตามสัญญาจำนวน 700,000 บาท ให้แก่นางบุญมี แต่ไม่ต้องใช้ให้แก่นายเจริญ





