LAW2112 (LAW2012)
📍 พิกัดสั่งซื้อ
ซื้อข้อสอบ (เล่ม/มีคำอธิบาย): Attorney285 | Sheet and Book
ซื้อหนังสือ: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พร้อมหัวข้อเรื่องทุกมาตรา
เพิ่มเติม
1. วิชา LAW (ทั้งหมด)
2. วิชา LAW2112
3. มาตราที่ใช้ตอบ LAW2112
แนวข้อสอบนี้จัดทำเพื่อเป็นแนวทางในการอ่านหนังสือ กรณีต้องการคำอธิบาย/วินิจฉัยรูปแบบเต็ม สามารถสั่งซื้อได้จากลิงก์ด้านบนหรือคลิกด้านล่าง
ข้อ 1: นายคิวทำสัญญาประกันชีวิตนายบาร์มเพื่อนสนิทด้วยเหตุมรณะกับ บมจ. ชื่นชมประกันชีวิต กำหนดนายโต๊ะเพื่อนนายบาร์มเป็นผู้รับผลประโยชน์ (นายคิวส่งมอบกรมธรรม์ให้นายโก๊ะ และนายโก๊ะมีหนังสือแสดงความจำนงถือเอาประโยชน์ตามสัญญาแล้ว) ระยะเวลาทำประกัน 5 ปี ทำสัญญาประกันได้ 7 เดือน นายบาร์มถูกนายคังคู่อริยิงเสียชีวิต นายโก๊ะจึงเรียกร้องเงินประกัน ตามสัญญาแต่บริษัทผู้รับประกันภัยปฏิเสธการจ่ายเงินให้แก่นายโต๊ะด้วยข้ออ้าง 2 ข้อ คือ
(1) นายคิวกับนายบาร์มไม่มีส่วนได้เสีย บริษัทฯ ไม่ต้องจ่ายเงิน
(2) นายบาร์มถูกคู่อริคือนายคังยิงเสียชีวิต หากจะจ่ายเงิน บริษัทฯ จะจ่ายให้แก่ทายาทนายโก๊ะ ไม่มีสิทธิรับเงินตามสัญญา
ให้นักศึกษาอธิบายข้ออ้างทั้ง 2 ข้อ ของบมจ. ชื่นชมประกันชีวิต ว่าถูกต้องหรือไม่ และให้ตอบว่านายโก๊ะจะได้รับเงินตามสัญญาประกันชีวิตหรือไม่ เพราะเหตุใด
มาตรา 863 – อันสัญญาประกันภัยนั้น ถ้าผู้เอาประกันภัยมิได้มีส่วนได้เสียในเหตุที่ประกันภัยไว้นั้นไซร้ ท่านว่าย่อมไม่ผูกพันคู่สัญญาแต่อย่างหนึ่งอย่างใด
มาตรา 891 (วรรคหนึ่ง) – แม้ในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยมิได้เป็นผู้รับประโยชน์เองก็ดี ผู้เอาประกันภัยย่อมมีสิทธิที่จะโอนประโยชน์แห่งสัญญานั้นให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่งได้ เว้นแต่จะได้ส่งมอบกรมธรรม์ประกันภัยให้แก่ผู้รับประโยชน์ไปแล้ว และผู้รับประโยชน์ได้บอกกล่าวเป็นหนังสือไปยังผู้รับประกันภัยแล้วว่าตนจำนงจะถือเอาประโยชน์แห่งสัญญานั้น
มาตรา 896 – ถ้ามรณภัยเกิดขึ้นเพราะความผิดของบุคคลภายนอก ผู้รับประกันภัยหาอาจจะเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนจากบุคคลภายนอกนั้นได้ไม่ แต่สิทธิของฝ่ายทายาทแห่งผู้มรณะในอันจะได้ค่าสินไหมทดแทนจากบุคคลภายนอกนั้นหาสูญสิ้นไปด้วยไม่ แม้ทั้งจำนวนเงินอันจะพึงใช้ตามสัญญาประกันชีวิตนั้นจะหวนกลับมาได้แก่ตนด้วย
คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)
สรุป: ข้ออ้างทั้ง 2 ข้อของบมจ. ชื่นชมประกันชีวิตไม่ถูกต้อง และนายโต๊ะมีสิทธิได้รับเงินตามสัญญาประกันชีวิต
ข้อ 2: นายกบเจ้าของรถยนต์ได้นำรถยนต์ไปทำสัญญาประกันวินาศภัยในความเสียหายอันอาจจะเกิดขึ้นกับรถยนต์นั้นกับบริษัท รวยดีประกันวินาศภัย จำกัด จำนวนเงินเอาประกันภัย 500,000 บาท และนายกบได้ทำสัญญาประกันภัยในความเสียหายอันอาจเกิดขึ้นกับบุคคลภายนอกไว้ด้วยจำนวนเงินเอาประกันภัย 300,000 บาท โดยในกรมธรรม์ประกันวินาญภัยในความเสียหายกับรถยนต์นั้นมีเงื่อนไขกำหนดไว้ว่าห้ามไม่ให้ผู้เอาประกันภัยนำรถยนต์นั้นไปรับจ้างหรือให้เช่า ปรากฎว่านายกบได้นำรถยนต์คันดังกล่าวไปรับจ้างส่งของให้กับนายเขียด วันเกิดเหตุด้วยความประมาทเลินเล่อของนายกบ ได้ขับรถยนต์คันดังกล่าวนั้น ช่วงเวลาที่ไปส่งของให้กับนายเขียดเฉี่ยวชนนายอ๊อดได้รับบาดเจ็บ มีค่ารักษาพยาบาลจำนวน 50,000 บาท นายอ๊อดจึงมาเรียกให้บริษัท รวยดีประกันวินาศภัย จำกัด ใช้ค่าสินไหมทดแทนเนื่องจากนายกบได้ทำประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอกไว้ แต่ถูกบริษัท รวยดีประกันวินาศภัย จำกัด ปฏิเสธความรับผิดโดยอ้างว่าไม่อยู่ในส่วนที่ผู้รับประกันภัย จะต้องรับผิดเนื่องจากนายกบผิดเงื่อนไขที่ตกลงไว้ในกรมธรรม์
ดังนี้จงวินิจฉัยว่า ข้อปฏิเสธของ บริษัท รวยดี ประกันวินาศภัย จำกัด ฟังขึ้นหรือไม่ เพราะเหตุใด
มาตรา 887 (วรรคหนึ่ง) – อันว่าประกันภัยค้ำจุนนั้น คือสัญญาประกันภัยซึ่งผู้รับประกันภัยตกลงว่าจะใช้ค่าสินไหมทดแทนในนามของผู้เอาประกันภัย เพื่อความวินาศภัยอันเกิดขึ้นแก่บุคคลอีกคนหนึ่ง และซึ่งผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบ
คำวินิจฉัย: กรณีตามอุทาหรณ์ การที่นายกบได้นำรถยนต์ไปทำประกันวินาศภัยไว้กับบริษัท รวยดีประกันวินาศภัย จำกัด ในความเสียหายที่เกิดกับตัวรถยนต์ที่เอาประกันรวมทั้งประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลที่สาม ซึ่งเป็นประกันภัยค้ำจุนด้วยนั้น บุคคลที่ถือว่าเป็นคู่สัญญาคือนายกบ (ผู้เอาประกันภัย) และบริษัท รวยดี ประกัน วินาศภัย จำกัด (ผู้รับประกันภัย) ซึ่งตามมาตรา 887 วรรคหนึ่งนั้น สัญญาประกันภัยค้ำจุนเป็นสัญญาซึ่งผู้รับ ประกันภัยได้ตกลงว่าจะใช้ค่าสินไหมทดแทนในนามของผู้เอาประกันภัยเพื่อความวินาศภัยอันเกิดขึ้นแก่บุคคลหนึ่ง และซึ่งผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบ
จากข้อเท็จจริง การที่นายกบได้ทำประกันภัยค้ำจุนในความเสียหายอันอาจเกิดขึ้นกับบุคคลภายนอกไว้ด้วยนั้น โดยไม่ได้มีเงื่อนไขความรับผิดแต่อย่างใด ดังนั้น เมื่อนายกบได้ขับรถยนต์คันดังกล่าวไปเฉี่ยวชนนายอ๊อด ได้รับบาดเจ็บมีค่ารักษาพยาบาลจำนวน 50,000 บาท นายอ๊อดจึงมีสิทธิเรียกให้บริษัทฯ ใช้ค่าสินไหมทดแทนได้ เนื่องจากเงื่อนไขมีกำหนดห้ามไม่ให้ผู้เอาประกันภัยนำรถยนต์ไปรับจ้างหรือให้เช่านั้น เป็นเงื่อนไขในส่วนประกัน ความเสียหายอันเกิดขึ้นกับตัวรถยนต์ ดังนั้น บริษัทฯ จึงต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่นายอ๊อด จะปฏิเสธความรับผิดโดยอ้างว่าไม่อยู่ในส่วนที่ผู้รับประกันภัยจะต้องรับผิดเนื่องจากนายกบผิดเงื่อนไขที่ตกลงไว้ในกรมธรรม์ไม่ได้
สรุป: ข้อปฏิเสธของบริษัท รวยดีประกันวินาศภัย จำกัด ฟังไม่ขึ้น
ข้อ 3: นายวอกกับนางนวลเป็นสามีภริยาโดยชอบด้วยกฎหมาย มีบุตรชายหนึ่งคนคือนายเทพ โดยนายเทพเอาประกันชีวิตแบบอาศัยความมรณะให้แก่นางนวลมารดาของตนไว้กับ บมจ. ยั่งยืนประกันชีวิต เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2564 จำนวนเงินเอาประกัน 5,000,000 บาท คุ้มครองตลอดชีพ ไม่ได้ระบุตัวผู้รับประโยชน์ ต่อมาวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 นายเทพได้เอาประกันชีวิตแบบอาศัยความมรณะให้แก่ นายวอก บิดาของตนอีกฉบับหนึ่งไว้กับ บมจ. ยั่งยืนประกันชีวิต เช่นกัน จำนวนเงินเอาประกัน 2,000,000 บาท คุ้มครองตลอดชีพ ไม่ได้ระบุตัวผู้รับประโยชน์ปรากฎต่อมาว่า วันที่ 31 ธันวาคม 2564 นายวอกกับนางนวลทะเลาะกันอย่างรุนแรง เพราะเหตุชู้สาวของนายวอก นางนวลเผลอใช้อาวุธปืน ยิงนายวอกถึงแก่ความตาย และด้วยความเสียใจนางนวลจึงยิงตัวตายตามไปด้วย หลังจากนั้น นายเทพจึงทำหนังสือถึง บมจ. ยั่งยืนประกันชีวิต ให้ใช้เงินตามสัญญาประกันชีวิตทั้งสองฉบับแก่ตน ดังนี้ให้ท่านวินิจฉัยว่า บมจ. ยั่งยืนประกันชีวิต จะต้องชดใช้เงินหรือปฏิเสธไม่ใช้เงินแก่นายเทพ เนื่องจากเหตุการณ์ตายของนายวอกกับนางนวลได้หรือไม่ เพราะเหตุใด
มาตรา 889 – ในสัญญาประกันชีวิตนั้น การใช้จำนวนเงินย่อมอาศัยความทรงชีพหรือมรณะของบุคคลคนหนึ่ง
มาตรา 895 – เมื่อใดจะต้องใช้จำนวนเงินในเหตุมรณะของบุคคลคนหนึ่งคนใด ท่านว่าผู้รับประกันภัยจำต้องใช้เงินนั้นในเมื่อมรณภัยอันนั้นเกิดขึ้น เว้นแต่
(1) บุคคลผู้นั้นได้กระทำอัตวินิบาตด้วยใจสมัครภายในปีหนึ่งนับแต่วันทำสัญญาหรือ
(2) บุคคลผู้นั้นถูกผู้รับประโยชน์ฆ่าตายโดยเจตนา
คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)
สรุป: บมจ. ยั่งยืนประกันชีวิต จะต้องจ่ายเงินตามสัญญาประกันชีวิตเฉพาะตามสัญญาประกันชีวิต กรณีของนายวอกแก่นายเทพจำนวน 2,000,000 บาท เพียงสัญญาเดียว





