LAW2111 (LAW2011)
📍 พิกัดสั่งซื้อ
ซื้อข้อสอบ (เล่ม/มีคำอธิบาย): Attorney285 | Sheet and Book
ซื้อหนังสือ: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พร้อมหัวข้อเรื่องทุกมาตรา
เพิ่มเติม
1. วิชา LAW (ทั้งหมด)
2. วิชา LAW2111
3. มาตราที่ใช้ตอบ LAW2111
แนวข้อสอบนี้จัดทำเพื่อเป็นแนวทางในการอ่านหนังสือ กรณีต้องการคำอธิบาย/วินิจฉัยรูปแบบเต็ม สามารถสั่งซื้อได้จากลิงก์ด้านบนหรือคลิกด้านล่าง
ข้อ 1: นายพร้อมมอบหมายด้วยวาจาให้นายหมากไปซื้อรถยนต์จากนางสาวชะเอมแทนตน ตกลงให้บำเหน็จ 5,000 บาท นายหมากได้ชำระเงินค่ารถยนต์ในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2563 จำนวน 500,000 บาท ซึ่งเป็นวันทำสัญญาและตกลงให้มีการส่งมอบรถยนต์ให้นายพร้อมในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 นางสาวชะเอมเห็นว่านายหมากต้องไปพบนายพร้อมเพื่อรับบำเหน็จอยู่แล้ว จึงมอบหมายให้นายหมากนำรถยนต์ไปส่งมอบให้นายพร้อมแทนตน และได้มอบรถยนต์คันดังกล่าวให้นายหมากไปในวันทำสัญญา โดยนางสาวชะเอมและนายหมากไม่ได้แจ้งให้นายพร้อมทราบ ดังนี้ หากนายหมากนำรถยนต์ไปส่งมอบ นายหมากจะมีสิทธิได้บำเหน็จจากนายพร้อมหรือไม่ จงอธิบายพร้อมยกหลักกฎหมายประกอบ
มาตรา 797 – อันว่าสัญญาตัวแทนนั้น คือสัญญาซึ่งให้บุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าตัวแทน มีอำนาจทำการแทนบุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าตัวการ และตกลงจะทำการดังนั้น
อันความเป็นตัวแทนนั้นจะเป็นโดยตั้งแต่งแสดงออกชัดหรือโดยปริยายก็ย่อมได้
มาตรา 805 – ตัวแทนนั้น เมื่อไม่ได้รับความยินยอมของตัวการจะเข้าทำนิติกรรมอันใดในนามของตัวการทำกับตนเองในนามของตนเองหรือในฐานเป็นตัวแทนของบุคคลภายนอกหาได้ไม่ เว้นแต่นิติกรรมนั้นมีเฉพาะแต่การชำระหนี้
มาตรา 818 – การในหน้าที่ตัวแทนส่วนใดตัวแทนได้ทำมิชอบในส่วนนั้น ท่านว่าตัวแทนไม่มีสิทธิจะได้บำเหน็จ
คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)
สรุป: นายหมากมีสิทธิได้รับบำเหน็จจากนายพร้อม
ข้อ 2: นายต่อประกอบกิจการขายสินค้าเกี่ยวกับความงาม นายวอกนำครีมบำรุงผิว 100 ขวดที่ตนผลิตมาฝากให้นายต่อทำการขายให้ในราคาขวดละ 200 บาท ปรากฎว่านายต่อไม่ได้เก็บรักษาครีมบำรุงผิวดังกล่าวอย่างเหมาะสม โดยนำไปวางจำหน่ายตากแดดเป็นเวลาหลายวัน ต่อมานางสมรได้ทำการซื้อครีมบำรุงผิวดังกล่าวไปจำนวน 10 ขวด ชำระราคา 2,000 บาท ข้อเท็จจริงปรากฎต่อมาว่าหลังจากใช้ครีมได้ 1 วัน นางสมรมีอาการแพ้อย่างรุนแรงจนต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล เสียค่ารักษา 20,000 บาท ผลการตรวจสอบคุณภาพพบว่าครีมบำรุงผิวดังกล่าวเสื่อมสภาพจากการตากแดดเป็นเวลานาน สามารถก่อให้เกิดอาการแพ้อย่างรุนแรงได้ นางสมรจึงนำครีมบำรุงผิวทั้งหมดมาคืนนายต่อและเรียกเงินคืน 2,000 บาท และเรียกร้องให้นายต่อรับผิดชดใช้ค่ารักษาพยาบาลจำนวน 20,000 บาทแก่ตน ดังนี้ ให้ท่านวินิจฉัยตามกฎหมายตัวแทนว่า นายต่อมีความรับผิดชอบต่อนางสมรอย่างไร เพราะเหตุใด
มาตรา 659 – ถ้าการรับฝากทรัพย์เป็นการทำให้เปล่าไม่มีบำเหน็จไซร้ ท่านว่าผู้รับฝากจำต้องใช้ความระมัดระวังสงวนทรัพย์สินซึ่งฝากนั้นเหมือนเช่นเคยประพฤติในกิจการของตนเอง
ถ้าการรับฝากทรัพย์นั้นมีบำเหน็จค่าฝาก ท่านว่าผู้รับฝากจำต้องใช้ความระมัดระวังและใช้ฝีมือเพื่อสงวนทรัพย์สินนั้นเหมือนเช่นวิญญูชนจะพึงประพฤติโดยพฤติการณ์ดังนั้น ทั้งนี้ ย่อมรวมทั้งการใช้ฝีมืออันพิเศษเฉพาะการในที่จะพึงใช้ฝีมือเช่นนั้นด้วย
* ถ้าและผู้รับฝากเป็นผู้มีวิชาชีพเฉพาะกิจการค้าขายหรืออาชีวะอย่างหนึ่งอย่างใดก็จำต้องใช้ความระมัดระวังและใช้ฝีมือเท่าที่เป็นธรรมดาจะต้องใช้และสมควรจะต้องใช้ในกิจการค้าขายหรืออาชีวะอย่างนั้น
มาตรา 833 – อันว่าตัวแทนค้าต่าง คือบุคคลซึ่งในทางค้าขายของเขาย่อมทำการซื้อหรือขายทรัพย์สิน หรือรับจัดทำกิจการค้าขายอย่างอื่นในนามของตนเองต่างตัวการ
มาตรา 837 – ในการที่ตัวแทนค้าต่างทำการขายหรือซื้อหรือจัดทำกิจการค้าขายอย่างอื่นต่างตัวการนั้น ท่านว่าตัวแทนค้าต่างย่อมได้ซึ่งสิทธิอันมีต่อคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งในกิจการเช่นนั้น และตัวแทนค้าต่างย่อมเป็นผู้ต้องผูกพันต่อคู่สัญญาฝ่ายนั้นด้วย
มาตรา 842 – * เมื่อใดเขามอบหมายทรัพย์สินไว้แก่ตัวแทนค้าต่าง ท่านให้นำบทบัญญัติทั้งหลายแห่งประมวลกฎหมายนี้ ลักษณะฝากทรัพย์มาใช้บังคับ อนุโลมตามควร
อนึ่ง ในกรณีที่เป็นความจำเป็นอันมิก้าวล่วงเสียได้ ท่านว่าตัวแทนค้าต่างจะจัดการแก่ทรัพย์สินนั้นตามวิธีการดังบัญญัติไว้ในมาตรา 631 ว่าด้วยรับขนนั้นก็ได้
คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)
สรุป: นายต่อมีความรับผิดต่อนางสมรคือจะต้องรับคืนครีมบำรุงผิวและคืนเงินแก่นางสมร 2,000 บาท และจะต้องรับผิดชดใช้ค่ารักษาพยาบาลแก่นางสมรจำนวน 20,000 บาท
ข้อ 3: นายเอกต้องการขายที่ดิน 4 ไร่ ติดถนนใหญ่ในกรุงเทพมหานคร ราคา 30,000,000 บาท นายเอกติดต่อให้นายโทซึ่งทำธุรกิจด้านการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์เป็นนายหน้าให้ นายโตตกลงเป็นนายหน้าให้นายเอกในอัตราบำเหน็จร้อยละ 5 ต่อมานายโทได้นำนายตรีมาดูที่ดินและพบนายเอก นายตรีชอบที่ดินดังกล่าวมากและต้องการทำสัญญาจะซื้อจะขายทันที แต่นายเอกเมื่อเห็นว่านายตรีชอบที่ดินของตนมากจึงปฏิเสธไม่ขายที่ดินให้ อย่างไรก็ตาม 2 สัปดาห์ต่อมา นายเอกแอบติดต่อและนัดหมายกับนายตรีเพื่อขายที่ดินให้โดยไม่ให้นายโททราบ สุดท้ายนายเอกและนายตรีได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินกันจนเสร็จเรียบร้อย เมื่อนายโททราบการทำสัญญาจะซื้อจะขายดังกล่าวจึงมาเรียกค่านายหน้าจากนายเอก ให้ท่านวินิจฉัยว่า นายโทมีสิทธิที่จะได้รับค่านายหน้าจากนายเอกหรือไม่ เพราะเหตุใด
มาตรา 845 – * บุคคลผู้ใดตกลงจะให้ค่าบำเหน็จแก่นายหน้าเพื่อที่ชี้ช่องให้ได้เข้าทำสัญญาก็ดี จัดการให้ได้ทำสัญญากันก็ดี ท่านว่าบุคคลผู้นั้นจะต้องรับผิดใช้ค่าบำเหน็จก็ต่อเมื่อสัญญานั้นได้ทำกันสำเร็จเนื่องแต่ผลแห่งการที่นายหน้าได้ชี้ช่องหรือจัดการนั้น ถ้าสัญญาที่ได้ทำกันไว้นั้นมีเงื่อนไขเป็นเงื่อนบังคับก่อนไซร้ ท่านว่าจะเรียกร้องบำเหน็จค่านายหน้ายังหาได้ไม่ จนกว่าเงื่อนไขนั้นสำเร็จแล้ว
นายหน้ามีสิทธิจะได้รับชดได้ค่าใช้จ่ายที่ได้เสียไปก็ต่อเมื่อได้ตกลงกันไว้เช่นนั้น ความข้อนี้ท่านให้ใช้บังคับแม้ถึงว่าสัญญาจะมิได้ทำกันสำเร็จ
คำวินิจฉัย: จากบทบัญญัติมาตรา 845 วรรคหนึ่ง จะเห็นได้ว่าลักษณะของสัญญานายหน้านั้นคือสัญญา ซึ่งบุคคลคนหนึ่งตกลงให้นายหน้าเป็นผู้ชี้ช่องหรือจัดการจนเข้าได้ทำสัญญากับบุคคลภายนอก และนายหน้ารับกระทำการตามนั้น และเมื่อนายหน้าได้ชี้ช่องหรือจัดการจนเขาได้เข้าทำสัญญากันแล้ว นายหน้าย่อมจะได้รับค่าบำเหน็จ
กรณีตามอุทาหรณ์ การที่นายเอกต้องการขายที่ดิน 4 ไร่ ราคา 30,000,000 บาท โดยได้ติดต่อนายโทให้เป็นนายหน้าให้ และนายโทตกลงเป็นนายหน้าให้นายเอกในอัตราบำเหน็จร้อยละ 5 นั้น เมื่อนายโทได้ตกลงเป็นนายหน้าให้นายเอกย่อมถือว่าสัญญานายหน้าได้เกิดขึ้นแล้วตามมาตรา 845
การที่นายโทได้นำนายตรีมาดูที่ดินและพบนายเอก และนายตรีชอบที่ดินดังกล่าวมากและต้องการทำสัญญาจะซื้อจะขายทันทีนั้น ถือว่าเป็นการชี้ช่องหรือจัดการให้ได้เข้าทำสัญญาแล้ว แม้นายเอกจะยังไม่ได้ทำ สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินในครั้งแรก แต่หลังจากนั้นต่อมาอีก 2 สัปดาห์ นายเอกได้แอบติดต่อและนัดหมายกับนายตรีเพื่อจะขายที่ดินให้โดยไม่ให้นายโททราบ สุดท้ายนายเอกและนายตรีได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินกันจนเสร็จเรียบร้อย ดังนั้น นายโทจึงมีสิทธิได้รับค่านายหน้าจากนายเอก เพราะการจะซื้อจะขายดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องมาจากการชี้ช่องหรือจัดการให้ได้เข้าทำสัญญาของนายโท ซึ่งหากนายโทไม่ได้นำนายตรีมาพบนายเอก สัญญาจะซื้อจะขายดังกล่าวก็คงไม่สามารถเกิดขึ้นได้
สรุป: นายโทมีสิทธิที่จะได้รับค่านายหน้าจากนายเอก





