LAW2110 (LAW2010)

📍 พิกัดสั่งซื้อ
ซื้อข้อสอบ (เล่ม/มีคำอธิบาย): Attorney285 | Sheet and Book
ซื้อหนังสือ: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พร้อมหัวข้อเรื่องทุกมาตรา

เพิ่มเติม
1. วิชา LAW (ทั้งหมด)
2. วิชา LAW2110
3. มาตราที่ใช้ตอบ LAW2110

แนวข้อสอบนี้จัดทำเพื่อเป็นแนวทางในการอ่านหนังสือ กรณีต้องการคำอธิบาย/วินิจฉัยรูปแบบเต็ม สามารถสั่งซื้อได้จากลิงก์ด้านบนหรือคลิกด้านล่าง


ข้อ 1: นางสาวแก้วใจสมัครเข้าทำงานในบริษัท เป็นหนึ่ง จำกัด หลังจากผ่านการสัมภาษณ์ บริษัทฯ ตกลงรับนางสาวแก้วใจเป็นพนักงานบัญชี โดยมีข้อตกลงว่า ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 ก่อนเริ่มทำงาน นางสาวแก้วใจต้องหาหลักประกันที่น่าเชื่อถือมาประกันการทำงานด้วย เมื่อถึงวันดังกล่าว นายมานะ ได้มาลงลายมือชื่อในหนังสือสัญญาค้ำประกันกับบริษัทฯ ตกลงจะรับผิดหากปรากฎว่านางสาวแก้วใจ ทำให้บริษัทฯ เสียหายในทางการที่จ้าง ไม่ว่าจะเป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นเมื่อใดหรือเกิดขึ้นกี่ครั้งก็ตาม นายมานะจะยอมรับผิดทั้งหมด แต่ต้องเป็นความเสียหายที่ไม่เกินจำนวน 1,000,000 บาท และนางสาวแก้วใจยังได้ทำหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อว่ายินยอมนำแหวนเพชรราคา 200,000 บาท มาประกันการทำงานของตนด้วย ต่อมาปรากฎว่านางสาวแก้วใจมีความจำเป็นต้องใช้เงิน ในวันที่ 15 มิถุนายน 2564 จึงขอกู้เงินจากบริษัทฯ จำนวน 200,000 บาท บริษัทฯ ตกลง ให้กู้เป็นระยะเวลา 2 เดือน โดยไม่คิดดอกเบี้ย และไม่ต้องมีการทำหลักฐานเป็นหนังสือ หลังจากนั้น ในวันที่ 20 กรกฎาคม 2564 นางสาวแก้วใจได้ลักเงินบริษัทฯ ไปใช้สอยเป็นประโยชน์ส่วนตัว 100,000 บาท เมื่อนายมานะทราบจึงไม่พอใจนางสาวแก้วใจเป็นอย่างมาก จึงได้ทำหนังสือแจ้งบริษัทฯ ขอยกเลิกสัญญาค้ำประกัน แต่บริษัทฯ ไม่ยินยอม และในวันที่ 1 สิงหาคม 2564 นางสาวแก้วใจได้ลักเงินบริษัทฯ ไปอีกครั้งจำนวน 400,000 บาท ต่อมาในวันที่ 10 กันยายน 2564 บริษัทฯ ทราบเรื่องเงินที่หายไป จึงได้มีหนังสือทวงถามให้นางสาวแก้วใจนำเงินมาคืน เมื่อไม่ได้รับเงินคืนบริษัทฯจึงมีหนังสือบอกกล่าวให้นายมานะชำระหนี้จำนวน 700,000 บาท ตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด ดังนี้ จากข้อเท็จจริงข้างต้น นายมานะจะต้องรับผิดในฐานะผู้ค้ำประกันหรือไม่ อย่างไร จงอธิบาย พร้อมยกหลักกฎหมายประกอบ

มาตรา 680 – อันว่าค้ำประกันนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลภายนอกคนหนึ่ง เรียกว่า ผู้ค้ำประกัน ผูกพันตนต่อเจ้าหนี้คนหนึ่ง เพื่อชำระหนี้ในเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้นั้น

อนึ่ง สัญญาค้ำประกันนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกันเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่

มาตรา 680 – อันว่าค้ำประกันนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลภายนอกคนหนึ่ง เรียกว่า ผู้ค้ำประกัน ผูกพันตนต่อเจ้าหนี้คนหนึ่ง เพื่อชำระหนี้ในเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้นั้น

อนึ่ง สัญญาค้ำประกันนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกันเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่

มาตรา 689 – ถึงแม้จะได้เรียกให้ลูกหนี้ชำระหนี้ดังกล่าวมาในมาตราก่อนนั้นแล้วก็ตาม ถ้าผู้ค้ำประกันพิสูจน์ได้ว่าลูกหนี้นั้นมีทางที่จะชำระหนี้ได้ และการที่จะบังคับให้ลูกหนี้ชำระหนี้นั้นจะไม่เป็นการยากไซร้ ท่านว่าเจ้าหนี้จะต้องบังคับการชำระหนี้รายนั้นเอาจากทรัพย์สินของลูกหนี้ก่อน

มาตรา 690 – ถ้าเจ้าหนี้มีทรัพย์ของลูกหนี้ยึดถือไว้เป็นประกันไซร้ เมื่อผู้ค้ำประกันร้องขอ ท่านว่าเจ้าหนี้จะต้องให้ชำระหนี้เอาจากทรัพย์ซึ่งเป็นประกันนั้นก่อน

มาตรา 699 – การค้ำประกันเพื่อกิจการเนื่องกันไปหลายคราวไม่มีจำกัดเวลาเป็นคุณแก่เจ้าหนี้นั้น ท่านว่าผู้ค้ำประกันอาจเลิกเสียเพื่อคราวอันเป็นอนาคตได้ โดยบอกกล่าวความประสงค์นั้นแก่เจ้าหนี้

ในกรณีเช่นนี้ ท่านว่าผู้ค้ำประกันไม่ต้องรับผิดในกิจการที่ลูกหนี้กระทำลงภายหลังคำบอกกล่าวนั้นได้ไปถึงเจ้าหนี้

คำวินิจฉัย:

  1. การที่นายมานะได้มาลงลายมือชื่อในหนังสือสัญญาค้ำประกันกับบริษัท เป็นหนึ่ง จำกัด โดยตกลงจะรับผิดหากปรากฎว่านางสาวแก้วใจทำให้บริษัทฯ เสียหายในทางการที่จ้างนั้น ถือว่านายมานะเป็นผู้ค้ำประกัน และบริษัทฯ สามารถฟ้องร้องบังคับคดีกับนายมานะได้ตามมาตรา 680 ดังนั้น เมื่อนางสาวแก้วใจได้ลักเงินบริษัทฯ ไปใช้สอยเป็นประโยชน์ส่วนตัว 100,000 บาท นายมานะจึงต้องรับผิดในหนี้จำนวนนี้ เพราะเป็นกรณีที่นางสาวแก้วใจทำให้บริษัทฯ เสียหายในทางการที่จ้างแล้ว
  2. ต่อมาเมื่อนายมานะทราบ ถึงไม่พอใจนางสาวแก้วใจเป็นอย่างมาก จึงได้ทำหนังสือแจ้งบริษัทฯ ขอยกเลิกสัญญาค้ำประกันนั้น นายมานะย่อมสามารถทำได้ตามมาตรา 699 วรรคหนึ่ง เพราะถือว่านายมานะ ค้ำประกันเพื่อกิจการเนื่องกันไปหลายคราว ไม่มีจำกัดเวลา นายมานะจึงสามารถขอยกเลิกเสียเพื่อคราวอันเป็นอนาคตได้ แม้ว่าบริษัทฯ จะไม่ยินยอมก็ตาม ก็ถือว่าสัญญาค้ำประกันดังกล่าวได้ระงับสิ้นไป แต่อย่างไรก็ตาม นายมานะก็ยังคงต้องรับผิดในหนี้จำนวน 100,000 บาท ที่ได้เกิดขึ้นก่อนการบอกเลิกสัญญาค้ำประกันนั้น แต่สำหรับหนี้จำนวน 400,000 บาท ที่นางสาวแก้วใจได้ลักเงินบริษัทฯ ไปอีกครั้งนั้น นายมานะไม่ต้องรับผิด เพราะเป็นหนี้ที่ได้เกิดขึ้นภายหลังจากที่นายมานะได้บอกเลิกสัญญาค้ำประกัน และคำบอกกล่าวนั้นได้ไปถึงเจ้าหนี้แล้วตามมาตรา 699 วรรคสอง
  3. หนี้ที่นางสาวแก้วใจได้กู้จากบริษัทฯ จำนวน 200,000 บาทนั้น เมื่อพิจารณาจากสัญญาค้ำประกัน จะเห็นได้ว่านายมานะตกลงค้ำประกันหนี้ในอนาคตที่กำหนดมูลหนี้ไว้อย่างชัดเจนว่าจะรับผิดในความเสียหายที่บริษัทฯ ได้รับในทางการที่จ้างเท่านั้น เมื่อหนี้ตามสัญญากู้ดังกล่าวไม่ได้อยู่ในข้อตกลงว่านายมานะจะต้องรับผิดในฐานะผู้ค้ำประกัน ดังนั้น นายมานะจึงไม่ต้องรับผิดในหนี้จำนวนนี้ตามมาตรา 681
  4. เมื่อนายมานะต้องรับผิดในฐานะผู้ค้ำประกันเพียง 100,000 บาท นายมานะย่อมมีสิทธิที่จะเกี่ยงให้บริษัทฯ ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ไปบังคับชำระหนี้เอาจากแหวนเพชรของนางสาวแก้วใจซึ่งเป็นลูกหนี้ที่ได้มอบไว้แก่บริษัทฯ เพื่อประกันการทำงานของลูกหนี้ได้ตามมาตรา 689 แต่จะใช้สิทธิตามมาตรา 690 ไม่ได้ เพราะแหวนเพชรวงนั้นไม่ใช่ทรัพย์สินของลูกหนี้ที่เจ้าหนี้ยึดถือไว้เป็นประกัน

สรุป: นายมานะจะต้องรับผิดในฐานะผู้ค้ำประกัน โดยจะต้องรับผิดเพียง 100,000 บาทเท่านั้น


ข้อ 2: นายดำให้นายขาวกู้ยืมเงินเป็นจำนวน 15 ล้านบาท โดยนายดำได้ส่งมอบเงินกู้ให้นายขาวแล้ว นายขาวได้นำที่ดินของตนมาจดทะเบียนจำนองประกันการชำระหนี้ดังกล่าวต่อนายดำในวันที่ 1 มกราคม 2563 โดยในสัญญาต่อท้ายจำนองได้มีข้อความระบุว่า “เมื่อมีการบังคับจำนองเอาทรัพย์สินซึ่งจำนองออกขายทอดตลาดได้เงินจำนวนสุทธิน้อยกว่าจำนวนที่ค้างชำระ เงินยังขาดอยู่เท่าใด นายขาวผู้จำนองยอมรับผิดใช้เงินที่ขาดนั้นให้แก่นายดำผู้รับจำนองจนครบ” ต่อมานายขาวได้สร้างบ้านมูลค่า 5 ล้านบาท ลงในที่ดินที่ติดจำนองแปลงดังกล่าว ภายหลังหนี้ถึงกำหนดชำระ นายขาวไม่ชำระหนี้ให้แก่นายดำ นายดำได้บังคับจำนองโดยการเอาที่ดินติดจำนองพร้อมบ้านที่ปลูกสร้างไว้ขายทอดตลาด ได้เงินมา 12 ล้านบาท (ที่ดินที่ขายมีมูลค่า 8 ล้านบาท และบ้านมีมูลค่า 4 ล้านบาท) ให้ท่านวินิจฉัยว่า

(ก) นายดำจะเอาเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทั้ง 12 ล้านบาท ชำระหนี้เงินกู้ยืมได้หรือไม่
(ข) นายดำจะเรียกให้นายขาวรับผิดในส่วนที่ขาดได้หรือไม่ ถ้าได้ เรียกได้เท่าไหร่

มาตรา 718 – จำนองย่อมครอบไปถึงทรัพย์ทั้งปวงอันติดพันอยู่กับทรัพย์สินซึ่งจำนอง แต่ต้องอยู่ภายในบังคับซึ่งท่านจำกัดไว้ในสามมาตราต่อไปนี้

มาตรา 719 – จำนองที่ดินไม่ครอบไปถึงเรือนโรงอันผู้จำนองปลูกสร้างลงในที่ดินภายหลังวันจำนอง เว้นแต่จะมีข้อความกล่าวไว้โดยเฉพาะในสัญญาว่าให้ครอบไปถึง

แต่กระนั้นก็ดี ผู้รับจำนองจะให้ขายเรือนโรงนั้นรวมไปกับที่ดินด้วยก็ได้ แต่ผู้รับจำนองอาจใช้บุริมสิทธิของตนได้เพียงแก่ราคาที่ดินเท่านั้น

มาตรา 733 – ถ้าเอาทรัพย์จำนองหลุดและราคาทรัพย์สินนั้นมีประมาณต่ำกว่าจำนวนเงินที่ค้างชำระกันอยู่ก็ดี หรือถ้าเอาทรัพย์สินซึ่งจำนองออกขายทอดตลาดใช้หนี้ ได้เงินจำนวนสุทธิน้อยกว่าจำนวนเงินที่ค้างชำระกันอยู่นั้นก็ดี เงินยังขาดจำนวนอยู่เท่าใดลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดในเงินนั้น

คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)

สรุป:
(ก) นายดำจะเอาเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทั้ง 12 ล้านบาท ชำระหนี้เงินกู้ยืมไม่ได้ มีสิทธิเฉพาะเพียงเงิน 8 ล้านบาท อันเป็นมูลค่าของที่ดินที่ขายทอดตลาดได้เท่านั้น
(ข) นายดำสามารถเรียกให้นายขาวรับผิดในส่วนที่ขาดอีก 7 ล้านบาทได้


ข้อ 3: แดงเป็นหนี้ดำ 200,000 บาท เหลืองส่งมอบสร้อยคอทองคำของตนหนึ่งเส้นไว้กับดำเพื่อเป็นประกันการชำระหนี้ ต่อมาหนี้รายนี้ขาดอายุความ และแดงได้ยกอายุความปฏิเสธไม่ชำระหนี้แก่ดำ ดำจะบังคับจากสร้อยคอทองคำของเหลือง เหลืองได้ยกอายุความปฏิเสธไม่ชำระหนี้เช่นเดียวกับแดง ดังนี้ ให้ท่านวินิจฉัยว่า ดำสามารถบังคับชำระหนี้จากสร้อยคอทองคำของเหลืองซึ่งในขณะนั้นราคา 180,000 บาท ได้หรือไม่ โดยวิธีใด และดำจะได้รับชำระหนี้จากแดงและเหลืองครบถ้วนหรือไม่ เพราะเหตุใด

มาตรา 4 วรรคสอง – เมื่อไม่มีบทกฎหมายที่จะยกมาปรับคดีได้ ให้วินิจฉัยคดีนั้นตามจารีตประเพณีแห่งท้องถิ่น ถ้าไม่มีจารีตประเพณีเช่นว่านั้น ให้วินิจฉัยคดีอาศัยเทียบบทกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่ง และถ้าบทกฎหมายเช่นนั้นก็ไม่มีด้วย ให้วินิจฉัยตามหลักกฎหมายทั่วไป

มาตรา 193/9 – สิทธิเรียกร้องใดๆ ถ้ามิได้ใช้บังคับภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด สิทธิเรียกร้องนั้นเป็นอันขาดอายุความ

มาตรา 193/10 – สิทธิเรียกร้องที่ขาดอายุความ ลูกหนี้มีสิทธิที่จะปฏิเสธการชำระหนี้ตามสิทธิเรียกร้องนั้นได้

มาตรา 193/27 – ผู้รับจำนอง ผู้รับจำนำ ผู้ทรงสิทธิยึดหน่วง หรือผู้ทรงบุริมสิทธิเหนือทรัพย์สินของลูกหนี้อันจนได้ยึดถือไว้ ยังคงมีสิทธิบังคับชำระหนี้จากทรัพย์สินที่จำนอง จำนำ หรือที่ได้ยึดถือไว้ แม้ว่าสิทธิเรียกร้องส่วนที่เป็นประธานจะขาดอายุความแล้วก็ตาม แต่จะใช้สิทธินั้นบังคับให้ชำระดอกเบี้ยที่ค้างย้อนหลังเกินห้าปีขึ้นไปไม่ได้

มาตรา 727/1 วรรคหนึ่ง – ไม่ว่ากรณีจะเป็นประการใด ผู้จำนองซึ่งจำนองทรัพย์สินของตนไว้เพื่อประกันหนี้อันบุคคลอื่นจะต้องชำระ ไม่ต้องรับผิดในหนี้นั้นเกินราคาทรัพย์สินที่จำนองในเวลาที่บังคับจำนองหรือเอาทรัพย์จำนองหลุด

มาตรา 747 – อันว่าจำนำนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่งเรียกว่าผู้จำนำส่งมอบสังหาริมทรัพย์สิ่งหนึ่งให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่งเรียกว่า ผู้รับจำนำเพื่อเป็นประกันการชำระหนี้

มาตรา 764 – เมื่อจะบังคับจำนำ ผู้รับจำนำต้องบอกกล่าวเป็นหนังสือไปยังลูกหนี้ก่อนว่า ให้ชำระหนี้และอุปกรณ์ภายในเวลาอันควรซึ่งกำหนดให้ในคำบอกกล่าวนั้น

ถ้าลูกหนี้ละเลยไม่ปฏิบัติตามคำบอกกล่าว ผู้รับจำนำชอบที่จะเอาทรัพย์สินซึ่งจำนำออกขายได้ แต่ต้องขายทอดตลาด

อนึ่ง ผู้รับจำนำต้องมีจดหมายบอกกล่าวไปยังผู้จำนำบอกเวลาและสถานที่ซึ่งจะขายทอดตลาดด้วย

มาตรา 767 – เมื่อบังคับจำนำได้เงินจำนวนสุทธิเท่าใด ท่านว่าผู้รับจำนำต้องจัดสรรชำระหนี้และอุปกรณ์เพื่อให้เสร็จสิ้นไป และถ้ายังมีเงินเหลือก็ต้องส่งคืนให้แก่ผู้จำนำ หรือแก่บุคคลผู้ควรจะได้เงินนั้น

ถ้าได้เงินน้อยกว่าจำนวนค้างชำระ ท่านว่าลูกหนี้ก็ยังคงต้องรับใช้ในส่วนที่ขาดอยู่นั้น

มาตรา 769 – อันจำนำย่อมระงับสิ้นไป
(1) เมื่อหนี้ซึ่งจำนำเป็นประกันอยู่นั้นระงับสิ้นไปเพราะเหตุประการอื่นมิใช่เพราะอายุความ หรือ
(2) เมื่อผู้รับจำนำยอมให้ทรัพย์สินจำนำกลับคืนไปสู่ครอบครองของผู้จำนำ

คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)

สรุป: ดำสามารถบังคับชำระหนี้จากสร้อยคอทองคำของเหลืองได้ โดยวิธีปฏิบัติตามมาตรา 764 และดำจะได้รับชำระหนี้เพียง 180,000 บาท ตามราคาทรัพย์เท่านั้น ส่วนที่ขาดดำจะเรียกเอาจากแดงและเหลืองอีกไม่ได้


สั่งซื้อแนวข้อสอบพร้อมคำอธิบาย, คำวินิจฉัย, หนังสือ
แนวข้อสอบ law2105
แนวข้อสอบและวินิจฉัย
Attorney285
แนวข้อสอบ law2105
แนวข้อสอบและวินิจฉัย
Sheet and Book
หนังสือประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
หนังสือประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ทุกมาตรา

We’re Moving!

PNSHEETRAM กำลังก้าวสู่การพัฒนาที่ดียิ่งขึ้น
เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงองค์ความรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราจึงได้ย้าย platform ไปที่
| thinksphere.co

PNSHEETRAM is evolving to deliver a better learning experience. To expand access to quality educational resources, we have transitioned our platform to
| thinksphere.co

102,057 views