LAW2110 (LAW2010)
📍 พิกัดสั่งซื้อ
ซื้อข้อสอบ (เล่ม/มีคำอธิบาย): Attorney285 | Sheet and Book
ซื้อหนังสือ: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พร้อมหัวข้อเรื่องทุกมาตรา
เพิ่มเติม
1. วิชา LAW (ทั้งหมด)
2. วิชา LAW2110
3. มาตราที่ใช้ตอบ LAW2110
แนวข้อสอบนี้จัดทำเพื่อเป็นแนวทางในการอ่านหนังสือ กรณีต้องการคำอธิบาย/วินิจฉัยรูปแบบเต็ม สามารถสั่งซื้อได้จากลิงก์ด้านบนหรือคลิกด้านล่าง
ข้อ 1: นางสาวกุหลาบกู้เงินนางสาวบุหงา 500,000 บาท มีหลักฐานการกู้ถูกต้อง นางสาวบุหงาเห็นว่าเศรษฐกิจในปัจจุบันไม่ค่อยดีจึงเกรงว่าเมื่อหนี้ถึงกำหนดชำระ นางสาวกุหลาบจะไม่มีเงินชำระหนี้ จึงขอให้นางสาวกุหลาบหาหลักประกันให้ นางสาวกุหลาบจึงได้นำแหวนเพชรราคา 300,000 บาท มาจำนำไว้กับนางสาวบุหงา และยังให้บริษัท เสื้อสวย จำกัด โดยนางสาวราตรีผู้แทนนิติบุคคล เข้าเป็นผู้ค้ำประกันเพราะตนได้นำเงินกู้บางส่วนมาใช้ลงทุนในบริษัทฯ มีการทำหลักฐานเป็นหนังสือ ตกลงให้บริษัทฯ เข้าเป็นผู้ค้ำประกันและยอมรับผิดในหนี้ทั้งหมดร่วมกับนางสาวกุหลาบ ต่อมา เมื่อหนี้ถึงกำหนด นางสาวกุหลาบไม่ชำระหนี้ นางสาวบุหงาจะเรียกให้บริษัท เสื้อสวย จำกัด ชำรำหนี้เต็มจำนวน 500,000 บาทได้หรือไม่ จงอธิบาย พร้อมยกหลักฐานกฎหมายประกอบ
มาตรา 680 – อันว่าค้ำประกันนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลภายนอกคนหนึ่ง เรียกว่า ผู้ค้ำประกัน ผูกพันตนต่อเจ้าหนี้คนหนึ่ง เพื่อชำระหนี้ในเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้นั้น
อนึ่ง สัญญาค้ำประกันนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกันเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่
มาตรา 681/1 – ข้อตกลงใดที่กำหนดให้ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดอย่างเดียวกับลูกหนี้ร่วมหรือในฐานะเป็นลูกหนี้ร่วม ข้อตกลงนั้นเป็นโมฆะ
ความในวรรคหนึ่ง มิให้ใช้บังคับแก่กรณีผู้ค้ำประกันซึ่งเป็นนิติบุคคลและยินยอมเข้าผูกพันตนเพื่อรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมหรือในฐานะเป็นลูกหนี้ร่วม ในกรณีเช่นนั้นผู้ค้ำประกันซึ่งเป็นนิติบุคคลนั้นย่อมไม่มีสิทธิดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 688 มาตรา 689 และมาตรา 690
มาตรา 690 – ถ้าเจ้าหนี้มีทรัพย์ของลูกหนี้ยึดถือไว้เป็นประกันไซร้ เมื่อผู้ค้ำประกันร้องขอ ท่านว่าเจ้าหนี้จะต้องให้ชำระหนี้เอาจากทรัพย์ซึ่งเป็นประกันนั้นก่อน
คำวินิจฉัย: ตามอุทาหรณ์ การที่นางสาวกุหลาบกู้เงินนางสาวบุหงา 500,000 บาท มีหลักฐานการกู้ถูกต้อง โดยนางสาวกุหลาบได้นำแหวนเพชรราคา 300,000 บาท มาจำนำไว้กับนางสาวบุหงา และยังให้บริษัท เสื้อสวย จำกัด โดยนางสาวราตรีผู้แทนนิติบุคคลเข้ามาเป็นผู้ค้ำประกัน มีการทำหลักฐานเป็นหนังสือถูกต้องตามมาตรา 680 นั้น เมื่อสัญญาค้ำประกันดังกล่าวได้มีข้อตกลงว่าให้บริษัทฯ ซึ่งเป็นนิติบุคคลเข้าเป็นผู้ค้ำประกันและยอมรับผิดในหนี้ ทั้งหมดร่วมกับนางสาวกุหลาบ ข้อตกลงดังกล่าวจึงมีผลใช้บังคับกันได้ ไม่ตกเป็นโมฆะตามมาตรา 681/1 ดังนั้น เมื่อหนี้ถึงกำหนดและนางกุหลาบไม่ชำระหนี้ นางสาวบุหงาจึงสามารถเรียกให้บริษัท เสื้อสวย จำกัด ชำระหนี้เต็มจำนวน 500,000 บาทได้ และบริษัท เสื้อสวย จำกัด จะใช้สิทธิร้องขอให้เจ้าหนี้ไปบังคับเอากับทรัพย์สินของลูกหนี้คือแหวนเพชร ราคา 300,000 บาทที่เจ้าหนี้ยึดถือไว้เป็นประกันตามมาตรา 690 ก่อนไม่ได้
สรุป: นางสาวบุหงาสามารถเรียกให้บริษัท เสื้อสวย จำกัด ชำระหนี้เต็มจำนวน 500,000 บาทได้
ข้อ 2: นายเอกทำสัญญากู้ยืมเงินนายจัตวา 5,000,000 บาท โดยนายเอกได้นำที่ดินมาจดทะเบียนจำนองประกันหนี้กู้ยืมเงินของตน และมีนายโทนำบ้านพร้อมที่ดินมาจดทะเบียนจำนองประกันหนี้กู้ยืมเงิน ดังกล่าว ข้อตกลงในสัญญาจำนอง มีดังนี้
- หากบังคับชำระหนี้เอากับทรัพย์สินที่จำนองเงินยังขาดอยู่เท่าใด นายเอกต้องรับผิดในส่วนที่ขาด
- หากบังคับชำระหนี้เอากับทรัพย์สินที่จำนองเงินยังขาดอยู่เท่าใด นายโทต้องรับผิดในส่วนที่ขาด เมื่อหนี้ถึงกำหนดชำระหนี้ นายเอกผิดนัดชำระหนี้ นายจัตวาฟ้องศาลขอให้มีคำพิพากษา ยึดทรัพย์จำนองขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้ ปรากฎว่า ที่ดินของนายเอกขายทอดตลาดได้ ราคา 2,000,000 บาท บ้านพร้อมที่ดินของนายโทขายทอดตลาดได้ราคา 2,500,000 บาท ให้ท่านวินิจฉัยว่า นายจัตวาจะเรียกให้นายเอกและนายโทชำระหนี้ในส่วนที่ขาดอีก 500,000 บาทได้หรือไม่
มาตรา 702 – อันว่าจำนองนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้จำนอง เอาทรัพย์สินตราไว้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจำนอง เป็นประกันการชำระหนี้ โดยไม่ส่งมอบทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้รับจำนอง
ผู้รับจำนองชอบที่จะได้รับชำระหนี้จากทรัพย์สินที่จำนองก่อนเจ้าหนี้สามัญมิพักต้องพิเคราะห์ว่ากรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินจะได้โอนไปยังบุคคลภายนอกแล้วหรือหาไม่
มาตรา 709 – บุคคลคนหนึ่งจะจำนองทรัพย์สินของตนไว้เพื่อประกันหนี้อันบุคคลอื่นจะต้องชำระ ก็ให้ทำได้
มาตรา 727/1 – ไม่ว่ากรณีจะเป็นประการใด ผู้จำนองซึ่งจำนองทรัพย์สินของตนไว้เพื่อประกันหนี้อันบุคคลอื่นจะต้องชำระ ไม่ต้องรับผิดในหนี้นั้นเกินราคาทรัพย์สินที่จำนองในเวลาที่บังคับจำนองหรือเอาทรัพย์จำนองหลุด
ข้อตกลงใดอันมีผลให้ผู้จำนองรับผิดเกินที่บัญญัติไว้ในวรรคหนึ่ง หรือให้ผู้จำนองรับผิดอย่างผู้ค้ำประกัน ข้อตกลงนั้นเป็นโมฆะ ไม่ว่าข้อตกลงนั้นจะมีอยู่ในสัญญาจำนองหรือทำเป็นข้อตกลงต่างหาก ทั้งนี้ เว้นแต่เป็นกรณีที่นิติบุคคลเป็นลูกหนี้และบุคคลผู้มีอำนาจในการจัดการตามกฎหมายหรือบุคคลที่มีอำนาจควบคุมการดำเนินงานของนิติบุคคลนั้นเป็นผู้จำนองทรัพย์สินของตนไว้เพื่อประกันหนี้นั้นของนิติบุคคลและผู้จำนองได้ทำสัญญาค้ำประกันไว้เป็นสัญญาต่างหาก
มาตรา 733 – ถ้าเอาทรัพย์จำนองหลุดและราคาทรัพย์สินนั้นมีประมาณต่ำกว่าจำนวนเงินที่ค้างชำระกันอยู่ก็ดี หรือถ้าเอาทรัพย์สินซึ่งจำนองออกขายทอดตลาดใช้หนี้ ได้เงินจำนวนสุทธิน้อยกว่าจำนวนเงินที่ค้างชำระกันอยู่นั้นก็ดี เงินยังขาดจำนวนอยู่เท่าใดลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดในเงินนั้น
คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)
สรุป: นายจัตวาจะเรียกให้นายเอกชำระหนี้ในส่วนที่ขาดอีก 500,000 บาทได้ แต่จะเรียกเอาจากนายโทไม่ได้
ข้อ 3: แดงเป็นหนี้ดำ 100,000 บาท แดงได้ส่งมอบแหวนของตนหนึ่งวงไว้กับดำเพื่อเป็นประกันหนี้รายนี้ ต่อมาหนี้รายนี้ขาดอายุความ และแดงได้ยกอายุความขึ้นต่อสู้ปฏิเสธไม่ชำระหนี้แก่ค่า ค่าต้องการ บังคับชำระหนี้จากแหวนของแดงที่ตนครอบครองไว้เฉพาะตน จึงมาปรึกษาท่านว่า จะทำได้หรือไม่
จงให้คำปรึกษาแก่คำต่อคำถามต่อไปนี้
(ก) ดำสามารถบังคับชำระหนี้จากแหวนของแดงได้หรือไม่ โดยวิธีใด
(ข) หากแหวนวงนี้มีราคา 800,000 บาท ในขณะนั้น ดำจะได้รับชำระหนี้เต็มจำนวนหรือไม่ เพราะเหตุใด
มาตรา 193/9 – สิทธิเรียกร้องใดๆ ถ้ามิได้ใช้บังคับภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด สิทธิเรียกร้องนั้นเป็นอันขาดอายุความ
มาตรา 193/10 – สิทธิเรียกร้องที่ขาดอายุความ ลูกหนี้มีสิทธิที่จะปฏิเสธการชำระหนี้ตามสิทธิเรียกร้องนั้นได้
มาตรา 193/27 – ผู้รับจำนอง ผู้รับจำนำ ผู้ทรงสิทธิยึดหน่วง หรือผู้ทรงบุริมสิทธิเหนือทรัพย์สินของลูกหนี้อันจนได้ยึดถือไว้ ยังคงมีสิทธิบังคับชำระหนี้จากทรัพย์สินที่จำนอง จำนำ หรือที่ได้ยึดถือไว้ แม้ว่าสิทธิเรียกร้องส่วนที่เป็นประธานจะขาดอายุความแล้วก็ตาม แต่จะใช้สิทธินั้นบังคับให้ชำระดอกเบี้ยที่ค้างย้อนหลังเกินห้าปีขึ้นไปไม่ได้
มาตรา 747 – อันว่าจำนำนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่งเรียกว่าผู้จำนำส่งมอบสังหาริมทรัพย์สิ่งหนึ่งให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่งเรียกว่า ผู้รับจำนำเพื่อเป็นประกันการชำระหนี้
มาตรา 764 – เมื่อจะบังคับจำนำ ผู้รับจำนำต้องบอกกล่าวเป็นหนังสือไปยังลูกหนี้ก่อนว่า ให้ชำระหนี้และอุปกรณ์ภายในเวลาอันควรซึ่งกำหนดให้ในคำบอกกล่าวนั้น
ถ้าลูกหนี้ละเลยไม่ปฏิบัติตามคำบอกกล่าว ผู้รับจำนำชอบที่จะเอาทรัพย์สินซึ่งจำนำออกขายได้ แต่ต้องขายทอดตลาด
อนึ่ง ผู้รับจำนำต้องมีจดหมายบอกกล่าวไปยังผู้จำนำบอกเวลาและสถานที่ซึ่งจะขายทอดตลาดด้วย
มาตรา 767 – เมื่อบังคับจำนำได้เงินจำนวนสุทธิเท่าใด ท่านว่าผู้รับจำนำต้องจัดสรรชำระหนี้และอุปกรณ์เพื่อให้เสร็จสิ้นไป และถ้ายังมีเงินเหลือก็ต้องส่งคืนให้แก่ผู้จำนำ หรือแก่บุคคลผู้ควรจะได้เงินนั้น
ถ้าได้เงินน้อยกว่าจำนวนค้างชำระ ท่านว่าลูกหนี้ก็ยังคงต้องรับใช้ในส่วนที่ขาดอยู่นั้น
มาตรา 769 – อันจำนำย่อมระงับสิ้นไป
(1) เมื่อหนี้ซึ่งจำนำเป็นประกันอยู่นั้นระงับสิ้นไปเพราะเหตุประการอื่นมิใช่เพราะอายุความ หรือ
(2) เมื่อผู้รับจำนำยอมให้ทรัพย์สินจำนำกลับคืนไปสู่ครอบครองของผู้จำนำ
คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)
สรุป:
(ก) ดำสามารถบังคับชำระหนี้จากแหวนของแดงได้ โดยต้องปฏิบัติตามมาตรา 764
(ข) หากแหวนวงนั้นมีราคา 80,000 บาท จะได้รับชำระหนี้เพียง 80,000 บาท ส่วนที่ขาดอีก 20,000 บาท แดงไม่ต้องรับผิด





