LAW2109 (LAW2009)

📍 พิกัดสั่งซื้อ
ซื้อข้อสอบ (เล่ม/มีคำอธิบาย): นิติสาสน์ ลุงชาวใต้ | Sheet and Book
ซื้อหนังสือ: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พร้อมหัวข้อเรื่องทุกมาตรา

เพิ่มเติม
1. วิชา LAW (ทั้งหมด)
2. วิชา LAW2109
3. มาตราที่ใช้ตอบ LAW2109

แนวข้อสอบนี้จัดทำเพื่อเป็นแนวทางในการอ่านหนังสือ กรณีต้องการคำอธิบาย/วินิจฉัยรูปแบบเต็ม สามารถสั่งซื้อได้จากลิงก์ด้านบนหรือคลิกด้านล่าง


ข้อ 1: นายเกดและนางปลาเป็นคู่รักกัน นายเกดเห็นว่านางปลาต้องไปทำงานนอกสถานที่หลายวัน จึงให้ยืมโน้ตบุ๊กและรถยนต์เพื่อใช้ไปทำงานนอกสถานที่ เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2565 นายเกตจึงส่งมอบโน้ตบุ๊กและรถยนต์ให้นางปลาเรียบร้อยแล้ว ในช่วงค่ำของวันเดียวกัน นายกู๊ดเพื่อนบ้านของนายเกด โน้ตบุ๊กเสียกระทันหัน จึงโทรศัพท์มาขอยืมโน้ตบุ๊กเพื่อจะใช้ส่งงานให้บริษัท ให้ท่านวินิจฉัยว่า

(ก) นายเกดจะเรียกคืนโน้ตบุ๊กจากนางปลาเพื่อเอาไปให้นายกู๊ดเพื่อนบ้านยืมได้หรือไม่ เพราะเหตุใด

(ข) ในวันที่ 6 พฤษภาคม นางปลาเอารถยนต์ที่ยืมมาไปจอไว้ในลานจอดรถใกล้สถานที่ที่ตนทำงานนอกสถานที่ โดยปิดกระจกล็อกกุญแจและตรวจสอบความเรียบร้อยของรถยนต์เป็นอย่างดี เมื่อทำงานเสร็จกลับมา จึงพบว่ารถถูกทุบกระจก จึงรีบแจ้งความทันที กรณีนี้ นายเกดสามารถเรียกค่าเสียหายจากนางปลาได้หรือไม่ เพราะเหตุใด

มาตรา 641 – การให้ยืมใช้คงรูปนั้น ท่านว่าย่อมบริบูรณ์ต่อเมื่อส่งมอบทรัพย์สินซึ่งให้ยืม

มาตรา 643 – ทรัพย์สินซึ่งยืมนั้น ถ้าผู้ยืมเอาไปใช้การอย่างอื่นนอกจากการอันเป็นปกติแก่ทรัพย์สินนั้น หรือนอกจากการอันปรากฏในสัญญาก็ดี เอาไปให้บุคคลภายนอกใช้สอยก็ดี เอาไปไว้นานกว่าที่ควรจะเอาไว้ก็ดี ท่านว่าผู้ยืมจะต้องรับผิดในเหตุทรัพย์สินนั้นสูญหายหรือบุบสลายไปอย่างหนึ่งอย่างใด แม้ถึงจะเป็นเพราะเหตุสุดวิสัย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าถึงอย่างไร ๆ ทรัพย์สินนั้นก็คงจะต้องสูญหายหรือบุบสลายอยู่นั่นเอง

มาตรา 644 – ผู้ยืมจำต้องสงวนทรัพย์สินซึ่งยืมไปเหมือนเช่นวิญญูชนจะพึงสงวนทรัพย์สินของตนเอง

มาตรา 645 – ในกรณีทั้งหลายดังกล่าวไว้ในมาตรา 643 นั้นก็ดี หรือถ้าผู้ยืมประพฤติฝ่าฝืนต่อความในมาตรา 644 ก็ดี ผู้ให้ยืมจะบอกเลิกสัญญาเสียก็ได้

มาตรา 646 – ถ้ามิได้กำหนดเวลากันไว้ ท่านให้คืนทรัพย์สินที่ยืมเมื่อผู้ยืมได้ใช้สอยทรัพย์สินนั้นเสร็จแล้วตามการอันปรากฏในสัญญา แต่ผู้ให้ยืมจะเรียกคืนก่อนนั้นก็ได้เมื่อเวลาได้ล่วงไปพอแก่การที่ผู้ยืมจะได้ใช้สอยทรัพย์สินนั้นเสร็จแล้ว

ถ้าเวลาก็มิได้กำหนดกันไว้ ทั้งในสัญญาก็ไม่ปรากฏว่ายืมไปใช้เพื่อการใดไซร้ ท่านว่าผู้ให้ยืมจะเรียกของคืนเมื่อไรก็ได้

คำวินิจฉัย:

(ก) การที่นายเกดให้นางปลายืมโน้ตบุ๊กและรถยนต์เพื่อใช้ไปทำงานนอกสถานที่ เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2565 และเมื่อนายเกดได้ส่งมอบโน้ตบุ๊กและรถยนต์ให้นางปลาเรียบร้อยแล้ว สัญญายืมระหว่างนายเกดและนางปลาเป็นสัญญายืมใช้คงรูปตามมาตรา 640 และมีผลสมบูรณ์ตามมาตรา 641 และเป็นสัญญา ยืมใช้คงรูปที่ไม่ได้กำหนดระยะเวลาในการยืมไว้ ซึ่งตามมาตรา 646 กำหนดว่า ถ้ามได้กำหนดระยะเวลายืมกันไว้ ให้คืนทรัพย์สินที่ยืมเมื่อผู้ยืมได้ใช้สอยทรัพย์สินนั้นจนเสร็จแล้วตามการอันปรากฎในสัญญา ดังนั้น เมื่อนางปลาต้องทำงานนอกสถานที่หลายวัน นายเกดจะมาเรียกคืนโน้ตบุ๊ก ตั้งแต่คืนแรกที่นางปลายืมไปเพื่อเอาไปให้นายกู๊ดเพื่อนบ้านยืมไม่ได้

(ข) การที่นางปลานำรถยนต์ที่ยืมไปจอดไว้ในลานจอดรถใกล้สถานที่ที่ตนทำงานนอกสถานที่ โดยปิดกระจกล็อกกุญแจและตรวจสอบความเรียบร้อยของรถยนต์เป็นอย่างดี อีกทั้งเมื่อพบว่ารถยนต์ถูกทุบกระจกก็ได้แจ้งความทันที จึงเป็นกรณีที่นางปลาได้ใช้ความระมัดระวังในการสงวนรถที่ยืมเหมือนเช่นวิญญูชนตามมาตรา 644 แล้ว นอกจากนี้ข้อเท็จจริงยังไม่ปรากฎว่านางปลาได้ใช้ทรัพย์สินที่ยืมผิดหน้าที่ของผู้ยืมตาม มาตรา 643 แต่อย่างใด ดังนั้น นายเกดจึงไม่สามารถเรียกค่าเสียหายจากนางปลาได้

สรุป:
(ก) นายเกดจะเรียกคืนโน้ตบุ๊กจากนางปลาเพื่อเอาไปให้นายกู๊ดยืมไม่ได้
(ข) นายเกดจะเรียกค่าเสียหายจากนางปลาไม่ได้


ข้อ 2: นางสวยซื้อแหวนเพชรจากนายรวย แต่ไม่มีเงินจ่ายค่าแหวนจำนวน 500,000 บาท จึงตกลงทำหนังสือสัญญากู้ยืมเงินให้นายรวยไว้แทน นางสวยพิมพ์ลายนิ้วมือในหนังสือสัญญากู้ยืมเงิน โดยมีพยานได้แก่นายหนึ่งอายุ 18 ปี ลงลายมือชื่อรับรองลายพิมพ์นิ้วมือของนางสวยในขณะนั้นเป็นภาษาเกาหลี และนายสองซึ่งเป็นใบ้อายุ 25 ปี โดยลงลายมือชื่อรับรองภายหลังจากทำสัญญาหนึ่งเดือน หนังสือสัญญากู้มีกำหนดเวลาสามปีและตกลงให้ดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี โดยมีข้อตกลงว่าเมื่อครบกำหนดทุกหนึ่งปี ให้นำเอาดอกเบี้ยที่ค้างชำระทบเข้ากับเงินต้นได้ เมื่อครบกำหนดระยะเวลา นางสวยไม่สามารถชำระหนี้ให้นายรวยได้ นายรวยจึงนำหนังสือสัญญากู้ยืมเงินดังกล่าว มาฟ้องบังคับให้นางสวยชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยทั้งหมดตามสัญญา นางสวยขอให้ศาลยกฟ้อง โดยให้การต่อสู้ว่า

(ก) นางสวยไม่เคยได้รับเงินกู้จำนวน 500,000 บาท จากนายรวย

(ข) หนังสือสัญญากู้ยืมเงินใช้เป็นหลักฐานการกู้ยืมเงินไม่ได้ เพราะพยานรับรองลายพิมพ์นิ้วมือไม่ชอบด้วยกฎหมาย

(ค) ข้อตกลงคิดดอกเบี้ยทบต้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะเป็นการตกลงล่วงหน้าว่าดอกเบี้ยค้างชำระครบหนึ่งปี

ดังนี้ ถ้าท่านเป็นศาล ท่านจะตัดสินคดีนี้อย่างไร เพราะเหตุใด

มาตรา 9 – *เมื่อมีกิจการอันใดซึ่งกฎหมายบังคับให้ทำเป็นหนังสือ บุคคลผู้จะต้องทำหนังสือไม่จำเป็นต้องเขียนเอง แต่หนังสือนั้นต้องลงลายมือชื่อของบุคคลนั้น

*ลายพิมพ์นิ้วมือ แกงได ตราประทับ หรือเครื่องหมายอื่นทำนองเช่นว่านั้นที่ทำลงในเอกสารแทนการลงลายมือชื่อ หากมีพยานลงลายมือชื่อรับรองไว้ด้วยสองคนแล้วให้ถือเสมอกับลงลายมือชื่อ

ความในวรรคสองไม่ใช้บังคับแก่การลงลายพิมพ์นิ้วมือ แกงได ตราประทับหรือเครื่องหมายอื่นทำนองเช่นว่านั้น ซึ่งทำลงในเอกสารที่ทำต่อหน้าพนักงานเจ้าหน้าที่

มาตรา 650 –  อันว่ายืมใช้สิ้นเปลืองนั้น คือสัญญาซึ่งผู้ให้ยืมโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินชนิดใช้ไปสิ้นไปนั้นเป็นปริมาณมีกำหนดให้ไปแก่ผู้ยืม และผู้ยืมตกลงว่าจะคืนทรัพย์สินเป็นประเภท ชนิด และปริมาณเช่นเดียวกันให้แทนทรัพย์สินซึ่งให้ยืมนั้น

สัญญานี้ย่อมบริบูรณ์ต่อเมื่อส่งมอบทรัพย์สินที่ยืม

มาตรา 653 วรรคหนึ่ง – การกู้ยืมเงินกว่าสองพันบาทขึ้นไปนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ จะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่

มาตรา 655 วรรคหนึ่ง – ท่านห้ามมิให้คิดดอกเบี้ยในดอกเบี้ยที่ค้างชำระ แต่ทว่าเมื่อดอกเบี้ยค้างชำระไม่น้อยกว่าปีหนึ่ง คู่สัญญากู้ยืมจะตกลงกันให้เอาดอกเบี้ยนั้นทบเข้ากับต้นเงินแล้วให้คิดดอกเบี้ยในจำนวนเงินที่ทบเข้ากันนั้นก็ได้ แต่การตกลงเช่นนั้นต้องทำเป็นหนังสือ

คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)

สรุป: ถ้าข้าพเจ้าเป็นศาล ข้าพเจ้าจะตัดสินให้นางสวยชำระเงินตามสัญญากู้ยืมเงินจำนวน 500,000 บาท และดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี พร้อมทั้งดอกเบี้ยทบต้นตามสัญญากู้ยืมให้แก่นายรวย


ข้อ 3: นายสงัดเข้าพักที่โรงแรมเย็นสงบเป็นเวลา 3 เดือน โดยได้สิทธิพิเศษจากทางโรงแรมให้จ่ายค่าที่พัก แค่คืนแรกคืนเดียวเท่านั้น ปรากฎว่าในคืนที่สอง นายสงัดได้เข้าไปใช้บริการร้านนวดผ่อนคลายของโรงแรม และได้ทำการเก็บแหวนเพชรราคา 250,000 บาท และแว่นตากรอบทองคำราคา 80,000 บาท ไว้ในตู้เซฟที่ทางโรงแรมตั้งไว้เพื่อให้บริการ โดยบอกกล่าวแก่นายเทพ พนักงานของโรงแรม ให้ช่วยเฝ้าตู้เซฟดังกล่าวให้เป็นอย่างดี เพราะของในตู้เซฟเป็นของราคาแพง ปรากฎว่า มีคนร้ายมาลักเอาแหวนเพชรราคา 250,000 บาท และแว่นตากรอบทองคำราคา 80,000 บาท ของนายสงัดไป เมื่อทราบถึงการสูญหายดังกล่าว นายสงัดจึงรีบแจ้งแก่ผู้จัดการของโรงแรมเย็นสงบในทันที แต่ทางโรงแรมเย็นสงบปฏิเสธความรับผิดต่อนายสงัดโดยอ้างว่าอยู่ในช่วงที่นายสงัดเข้าพักฟรี จึงไม่อยู่ในระบบเวลาที่โรงแรมจะต้องรับผิด ดังนี้ ให้ท่านวินิจฉัยว่า โรงแรมเย็นสงบมีความรับผิดต่อนายสงัดหรือไม่ และหากจะต้องรับผิด จะต้องรับผิดเป็นจำนวนเท่าใด เพราะเหตุใด

มาตรา 674 – เจ้าสำนักโรงแรมหรือโฮเต็ล หรือสถานที่อื่นทำนองเช่นว่านั้น จะต้องรับผิดเพื่อความสูญหายหรือบุบสลายอย่างใดๆ อันเกิดแก่ทรัพย์สินซึ่งคนเดินทางหรือแขกอาศัยหากได้พามา

มาตรา 675 – เจ้าสำนักต้องรับผิดในการที่ทรัพย์สินของคนเดินทางหรือแขกอาศัยสูญหายหรือบุบสลายไปอย่างใดๆ แม้ถึงว่าความสูญหายหรือบุบสลายนั้นจะเกิดขึ้นเพราะผู้คนไปมาเข้าออก ณ โรงแรม โฮเต็ล หรือสถานที่เช่นนั้น ก็คงต้องรับผิด

ความรับผิดนี้ ถ้าเกี่ยวด้วยเงินทองตรา ธนบัตร ตั๋วเงิน พันธบัตร ใบหุ้น ใบหุ้นกู้ ประทวนสินค้า อัญมณี หรือของมีค่าอื่นๆ ให้จำกัดไว้เพียงห้าพันบาท เว้นแต่จะได้ฝากของมีค่าเช่นนี้ไว้แก่เจ้าสำนักและได้บอกราคาแห่งของนั้นชัดแจ้ง

แต่เจ้าสำนักไม่ต้องรับผิดเพื่อความสูญหายหรือบุบสลายอันเกิดแต่เหตุสุดวิสัย หรือแต่สภาพแห่งทรัพย์สินนั้น หรือแต่ความผิดของคนเดินทาง หรือแขกอาศัยผู้นั้นเอง หรือบริวารของเขา หรือบุคคลซึ่งเขาได้ต้อนรับ

คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)

สรุป: โรงแรมเย็นสงบต้องรับผิดต่อนายสงัด โดยจะต้องรับผิดรวมเป็นเงิน 5,000 บาท


สั่งซื้อแนวข้อสอบพร้อมคำอธิบาย, คำวินิจฉัย, หนังสือ
แนวข้อสอบและวินิจฉัย นิติสาสน์ ลุงชาวใต้
แนวข้อสอบและวินิจฉัย
นิติสาสน์ ลุงชาวใต้
แนวข้อสอบและวินิจฉัย Sheet and Book
แนวข้อสอบและวินิจฉัย
Sheet and Book
หนังสือประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
หนังสือประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ทุกมาตรา

109,655 views