LAW2109 (LAW2009)
📍 พิกัดสั่งซื้อ
ซื้อข้อสอบ (เล่ม/มีคำอธิบาย): นิติสาสน์ ลุงชาวใต้ | Sheet and Book
ซื้อหนังสือ: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พร้อมหัวข้อเรื่องทุกมาตรา
เพิ่มเติม
1. วิชา LAW (ทั้งหมด)
2. วิชา LAW2109
3. มาตราที่ใช้ตอบ LAW2109
แนวข้อสอบนี้จัดทำเพื่อเป็นแนวทางในการอ่านหนังสือ กรณีต้องการคำอธิบาย/วินิจฉัยรูปแบบเต็ม สามารถสั่งซื้อได้จากลิงก์ด้านบนหรือคลิกด้านล่าง
ข้อ 1: เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2564 นายฟักทองได้ยืมรถบ้านเป็นเวลา 3 เดือน จากนายเห็ดหอม เพื่อนำไปใช้เป็นที่พักภายในรีสอร์ทของนายฟักทองที่จังหวัดราชบุรี ปรากฎว่าเมื่อใกล้วันปีใหม่ รีสอร์ทอีกแห่งหนึ่งของนายฟักทองที่จังหวัดเพชรบูรณ์มีผู้จองเข้าพักจำนวนมาก นายฟักทองจึงนำรถบ้านที่ยืมมาไปจอดเพื่อใช้เป็นที่พักที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ต่อมาในวันที่ 4 มกราคม 2565 รถบ้านที่อยู่ในรีสอร์ทจังหวัดเพชรบูรณ์ถูกนายไข่ต้มซึ่งเมาแล้วขับรถจักรยานยนต์มาชนทำให้รถบ้านเสียหาย ดังนี้ หากวันที่ 15 มกราคม 2565 นายเห็ดหอมทราบเหตุดังกล่าวจะบอกเลิกสัญญาแล้วเรียกให้นายฟักทองคืนรถบ้านก่อนครบกำหนดระยะเวลายืมได้หรือไม่ และนายเห็ดหอมจะเรียกให้นายฟักทองจ่ายค่าเสียหายจำนวน 10,000 บาท ได้หรือไม่ เพราะเหตุใด และหากต้องการฟ้องร้อง จะฟ้องร้องภายในอายุความกี่เดือน
มาตรา 640 – อันว่ายืมใช้คงรูปนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ให้ยืม ให้บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ยืม ใช้สอยทรัพย์สินสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้เปล่า และผู้ยืมตกลงว่าจะคืนทรัพย์สินนั้น เมื่อได้ใช้สอยเสร็จแล้ว
มาตรา 641 – การให้ยืมใช้คงรูปนั้น ท่านว่าย่อมบริบูรณ์ต่อเมื่อส่งมอบทรัพย์สินซึ่งให้ยืม
มาตรา 643 – ทรัพย์สินซึ่งยืมนั้น ถ้าผู้ยืมเอาไปใช้การอย่างอื่นนอกจากการอันเป็นปกติแก่ทรัพย์สินนั้น หรือนอกจากการอันปรากฏในสัญญาก็ดี เอาไปให้บุคคลภายนอกใช้สอยก็ดี เอาไปไว้นานกว่าที่ควรจะเอาไว้ก็ดี ท่านว่าผู้ยืมจะต้องรับผิดในเหตุทรัพย์สินนั้นสูญหายหรือบุบสลายไปอย่างหนึ่งอย่างใด แม้ถึงจะเป็นเพราะเหตุสุดวิสัย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าถึงอย่างไร ๆ ทรัพย์สินนั้นก็คงจะต้องสูญหายหรือบุบสลายอยู่นั่นเอง
มาตรา 645 – ในกรณีทั้งหลายดังกล่าวไว้ในมาตรา 643 นั้นก็ดี หรือถ้าผู้ยืมประพฤติฝ่าฝืนต่อความในมาตรา 644 ก็ดี ผู้ให้ยืมจะบอกเลิกสัญญาเสียก็ได้
มาตรา 649 – ในข้อความรับผิดเพื่อเสียค่าทดแทนอันเกี่ยวกับการยืมใช้คงรูปนั้นท่านห้ามมิให้ฟ้องเมื่อพ้นเวลาหกเดือนนับแต่วันสิ้นสัญญา
คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)
สรุป:
(1) นายเห็ดหอมสามารถบอกเลิกสัญญาแล้วเรียกให้นายฟักทองคืนรถบ้านก่อนครบกำหนดได้
(2) นายเห็ดหอมสามารถเรียกให้นายฟักทองจ่ายค่าเสียหาย จำนวน 10,000 บาทได้
(3) หากนายเห็ดหอมต้องการฟ้องร้อง ต้องฟ้องร้องภายใน 6 เดือนนับตั้งแต่วันสิ้นสัญญา
ข้อ 2: นายแดงได้กู้ยืมเงินจากนายดำจำนวน 100,000 บาท โดยทำหลักฐานการกู้ยืมเงินตามกฎหมาย และได้นำเอาพระเครื่องทองคำมาจำนำเป็นประกันการกู้แก่นายดำไว้ด้วย สัญญากู้มีกำหนด เวลาหนึ่งปี และตกลงให้ดอกเบี้ยร้อยละสิบห้าต่อปี เมื่อหนี้ถึงกำหนดชำระ นายแดงโอนเงินเข้าบัญชีนายดำจำนวน 115,000 บาท เพื่อชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยทั้งหมด นายดำจึงคืนพระเครื่องเลี่ยมทองคำให้นายแดง แต่ยังคงเก็บหลักฐานการกู้ไว้กับตน ภายหลังนายแดงทะเลาะกับนายดำอย่างรุนแรง นายดำจึงนำเอาหลักฐานการกู้ยืมเงินดังกล่าวมาฟ้องให้นายแดงชำระเงินที่กู้ยืมอีก นายแดงให้การต่อสู้ว่าได้ชำระหนี้ทั้งหมดให้นายดำแล้ว และขอนำสืบถึงการชำระหนี้ดังกล่าวต่อศาล ดังนี้ หากท่านเป็นศาล ท่านจะอนุญาติให้นายแดงนำสืบว่าได้ชำระหนี้ทั้งหมดแล้วหรือไม่ เพราะเหตุใด
มาตรา 321 วรรคหนึ่ง – ถ้าเจ้าหนี้ยอมรับการชำระหนี้อย่างอื่นแทนการชำระหนี้ที่ได้ตกลงกันไว้ ท่านว่าหนี้นั้นก็เป็นอันระงับสิ้นไป
มาตรา 650 – อันว่ายืมใช้สิ้นเปลืองนั้น คือสัญญาซึ่งผู้ให้ยืมโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินชนิดใช้ไปสิ้นไปนั้นเป็นปริมาณมีกำหนดให้ไปแก่ผู้ยืม และผู้ยืมตกลงว่าจะคืนทรัพย์สินเป็นประเภท ชนิด และปริมาณเช่นเดียวกันให้แทนทรัพย์สินซึ่งให้ยืมนั้น
สัญญานี้ย่อมบริบูรณ์ต่อเมื่อส่งมอบทรัพย์สินที่ยืม
มาตรา 653 – การกู้ยืมเงินกว่าสองพันบาทขึ้นไปนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ จะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่
ในการกู้ยืมเงินมีหลักฐานเป็นหนังสือนั้น ท่านว่าจะนำสืบการใช้เงินได้ต่อเมื่อมีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ให้ยืมมาแสดงหรือเอกสารอันเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมนั้นได้เวนคืนแล้ว หรือได้แทงเพิกถอนลงในเอกสารนั้นแล้ว
คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)
สรุป: อนุญาติให้นายแดงนำสืบพยานหลักฐานแสดงถึงการชำระหนี้ทั้งหมด
ข้อ 3: นายสุขเข้าพักที่โรงแรมนอนสงบ โดยนำรถยนต์ของตนเข้าจอดในลานจอดรถของโรงแรมหลับสนิท ซึ่งทางโรงแรมนอนสงบขอเช่าเป็นพื้นที่จอดรถเอาไว้ และในขณะลงทะเบียนเข้าพัก นายสุขมิได้ระบุเลขทะเบียนรถยนต์ของตกลงในแบบคำขอเข้าพักของโรงแรมนอนสงบ ต่อมา ปรากฎข้อเท็จจริงว่ารถยนต์ของนายสุขถูกคนร้ายลักเอาไปจากลานจอดรถของโรงแรมหลับสนิท ในเวลา 03.00 น. แต่นายสุขมาพบว่ารถยนต์ของตนหายไปในเวลา 07.00 น. และเดินหาอยู่เป็น เวลา 20 นาที จึงทำการแจ้งให้ผู้จัดการของโรงแรมนอนสงบทราบ แต่ทางโรงแรมนอนสงบปฏิเสธความรับผิด โดยให้เหตุผลว่า รถยนต์ของนายสุขมิได้อยู่ในพื้นที่ของทางโรงแรม และนายสุขก็มิได้แจ้งต่อโรงแรมว่าตนได้นำรถยนต์เข้ามา ทั้งเมื่อรถยนต์หายนายสุขมิได้แจ้งในทันที ดังนี้ ให้ท่านวินิจฉัยว่า การปฏิเสธความรับผิดของโรงแรมนอนสงบทั้งสามประการฟังขึ้นหรือไม่ เพราะเหตุใด
มาตรา 674 – เจ้าสำนักโรงแรมหรือโฮเต็ล หรือสถานที่อื่นทำนองเช่นว่านั้น จะต้องรับผิดเพื่อความสูญหายหรือบุบสลายอย่างใดๆ อันเกิดแก่ทรัพย์สินซึ่งคนเดินทางหรือแขกอาศัยหากได้พามา
มาตรา 675 – เจ้าสำนักต้องรับผิดในการที่ทรัพย์สินของคนเดินทางหรือแขกอาศัยสูญหายหรือบุบสลายไปอย่างใดๆ แม้ถึงว่าความสูญหายหรือบุบสลายนั้นจะเกิดขึ้นเพราะผู้คนไปมาเข้าออก ณ โรงแรม โฮเต็ล หรือสถานที่เช่นนั้น ก็คงต้องรับผิด
ความรับผิดนี้ ถ้าเกี่ยวด้วยเงินทองตรา ธนบัตร ตั๋วเงิน พันธบัตร ใบหุ้น ใบหุ้นกู้ ประทวนสินค้า อัญมณี หรือของมีค่าอื่นๆ ให้จำกัดไว้เพียงห้าพันบาท เว้นแต่จะได้ฝากของมีค่าเช่นนี้ไว้แก่เจ้าสำนักและได้บอกราคาแห่งของนั้นชัดแจ้ง
แต่เจ้าสำนักไม่ต้องรับผิดเพื่อความสูญหายหรือบุบสลายอันเกิดแต่เหตุสุดวิสัย หรือแต่สภาพแห่งทรัพย์สินนั้น หรือแต่ความผิดของคนเดินทาง หรือแขกอาศัยผู้นั้นเอง หรือบริวารของเขา หรือบุคคลซึ่งเขาได้ต้อนรับ
มาตรา 676 – ทรัพย์สินซึ่งมิได้นำฝากบอกราคาชัดแจ้งนั้น เมื่อพบเห็นว่าสูญหายหรือบุบสลายขึ้น คนเดินทางหรือแขกอาศัยต้องแจ้งความนั้นต่อเจ้าสำนักโรงแรม โฮเต็ล หรือสถานที่เช่นนั้นทันที มิฉะนั้นท่านว่าเจ้าสำนักย่อมพ้นจากความรับผิดดังบัญญัติไว้ในมาตรา 674 และ 675
คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)
สรุป: การปฏิเสธความรับผิดของโรงแรมนอนสงบทั้ง 3 ประการฟังไม่ขึ้น โรงแรมนอนสงบต้องรับผิดชอบต่อนายสุข





