LAW2108 (LAW2008)

📍 พิกัดสั่งซื้อพร้อมเฉลย
ซื้อข้อสอบ (เล่ม/มีคำอธิบาย): นิติสาสน์ ลุงชาวใต้ | The Best Center

ซื้อหนังสือ: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พร้อมหัวข้อเรื่องทุกมาตรา

เพิ่มเติม
1. วิชา LAW (ทั้งหมด)
2. วิชา LAW2108
3. มาตราที่ใช้ตอบ LAW2108

แนวข้อสอบนี้จัดทำเพื่อเป็นแนวทางในการอ่านหนังสือ กรณีต้องการคำอธิบาย/วินิจฉัยรูปแบบเต็ม สามารถสั่งซื้อได้จากลิงก์ด้านบนหรือคลิกด้านล่าง


ข้อ 1: แดงได้ทำสัญญาเช่าเป็นหนังสือแต่ไม่ได้จดทะเบียนการเช่าให้ขาวเช่าอาคารพาณิชย์ของแดง มีกำหนดเวลา 6 ปี ตกลงชำระค่าเช่าทุกๆสิ้นเดือน และสัญญาเช่าข้อ 5 ระบุว่า “หากสัญญาเช่าครบ 6 ปี ซึ่งตรงกับวันที่ 31 ตุลาคม 2563 ผู้ให้เช่าให้คำมั่นจะให้ผู้เช่า เช่าอาคารพาณิชย์ต่อไปอีก 3 ปี” หากปรากฎข้อเท็จจริงว่า

(ก) ในวันที่ 31 ตุลาคม 2563 ขาวได้แจ้งความประสงค์ไปยังแดงว่าขาวต้องการเช่าอาคารต่อไปอีก 4 ปี แต่แดงอ้างว่าไม่มีคำมั่นจะให้เช่าแล้ว จึงไม่ต้องปฏิบัติตาม การปฏิเสธของแดงชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ จงวินิจฉัย

(ข) ขาวเช่าอาคารพาณิชย์มาได้ 1 ปีเท่านั้น แดงได้ขายอาคารพาณิชย์ให้กับดำ การซื้อขายทำโดยชอบด้วยกฎหมาย ทำให้ขาวเช่าอาคารพาณิชย์จนครบ 6 ปี ครั้นถึงวันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 ดำฟ้องขับไล่ขาวออกจากอาคาร และให้ขาวส่งมอบอาคารคืน เพราะขาวยังอยู่ในอาคารพาณิชย์ โดยที่ดำมิได้บอกเลิกสัญญาเช่าก่อน คำอ้างว่าครบกำหนดเวลาเช่า 6 ปีแล้ว ดังนี้ การกระทำของดำชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ จงวินิจฉัย

คำวินิจฉัย:

คำตอบ (ก)

(ก) มาตรา 538 – เช่าอสังหาริมทรัพย์นั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใดลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่ ถ้าเช่ามีกำหนดกว่าสามปีขึ้นไป หรือกำหนดตลอดอายุของผู้เช่าหรือผู้ให้เช่าไซร้ หากมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ท่านว่าการเช่านั้นจะฟ้องร้องให้บังคับคดีได้แต่เพียงสามปี

กรณีตามอุทาหรณ์ การที่แดงได้ทำสัญญาเช่าเป็นหนังสือ แต่ไม่ได้จดทะเบียนการเช่าให้ขาวเช่า อาคารพาณิชย์ของแดงมีกำหนดเวลา 6 ปีนั้น สัญญาเช่าอาคารพาณิชย์ระหว่างแดงและขาวมีผลสมบูรณ์ แต่สามารถใช้ฟ้องร้องบังคับคดีกันได้เพียง 3 ปี ตามมาตรา 538 ดังนั้น แม้ในสัญญาเช่าข้อ 5 จะระบุว่า “หากสัญญาเช่าครบ 6 ปี ซึ่งตรงกับวันที่ 31 ตุลาคม 2563 ผู้ให้เช่าให้คำมั่นจะให้ผู้เช่าเช่าอาคารพาณิชย์ต่อไปอีก 3 ปี” ก็ตาม แต่เมื่อการเช่าดังกล่าวนั้นได้มีการเช่ากันครบ 3 ปีแล้ว สัญญาเช่าและคำมั่นจะให้เช่าดังกล่าว ย่อมไม่มีผลบังคับกันอีกต่อไป เมื่อขาวได้แจ้งความประสงค์ไปยังแดงในวันที่ 31 ตุลาคม 2563 ว่า ขาวต้องการเช่าอาคารต่อไปอีก 3 ปี แต่แดงอ้างว่าไม่มีคำมั่นจะให้เช่าแล้ว จึงไม่ต้องปฏิบัติตามนั้น การปฏิเสธของแดงจึงชอบด้วยกฎหมาย

คำตอบ (ข)

(ข) มาตรา 538 – เช่าอสังหาริมทรัพย์นั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใดลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่ ถ้าเช่ามีกำหนดกว่าสามปีขึ้นไป หรือกำหนดตลอดอายุของผู้เช่าหรือผู้ให้เช่าไซร้ หากมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ท่านว่าการเช่านั้นจะฟ้องร้องให้บังคับคดีได้แต่เพียงสามปี

มาตรา 566 – ถ้ากำหนดเวลาเช่าไม่ปรากฏในความที่ตกลงกันหรือไม่พึงสันนิษฐานได้ไซร้ ท่านว่าคู่สัญญาฝ่ายใดจะบอกเลิกสัญญาเช่าในขณะเมื่อสุดระยะเวลาอันเป็นกำหนดชำระค่าเช่าก็ได้ทุกระยะ แต่ต้องบอกกล่าวแก่อีกฝ่ายหนึ่งให้รู้ตัวก่อนชั่วกำหนดเวลาชำระค่าเช่าระยะหนึ่งเป็นอย่างน้อยแต่ไม่จำต้องบอกกล่าวล่วงหน้ากว่าสองเดือน

มาตรา 569 – อันสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์นั้นย่อมไม่ระงับไปเพราะเหตุโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินซึ่งให้เช่า

ผู้รับโอนย่อมรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ของผู้โอนซึ่งมีต่อผู้เช่านั้นด้วย

มาตรา 570 – ในเมื่อสิ้นกำหนดเวลาเช่าซึ่งได้ตกลงกันไว้นั้นถ้าผู้เช่ายังคงครองทรัพย์สินอยู่ และผู้ให้เช่ารู้ความนั้นแล้วไม่ทักท้วงไซร้ ท่านให้ถือว่าคู่สัญญาเป็นอันได้ทำสัญญาใหม่ต่อไปไม่มีกำหนดเวลา

กรณีตามอุทาหรณณ์ เมื่อสัญญาเช่าอาคารพาณิชย์ระหว่างแดงและขาวมีผลสมบูรณ์ และสามารถใช้บังคับกันได้ 3 ปีนั้น เมื่อปรากฎขาวได้เช่าอาคารพาณิชย์มาได้ 1 ปี แดงได้ขายอาคารพาณิชย์ที่ขาวเช่าให้แก่ดำ โดยการซื้อขายทำโดยชอบด้วยกฎหมายนั้นย่อมไม่ทำให้สัญญาเช่าระหว่างแดงผู้ให้เช่ากับขาวผู้เช่าระงับสิ้นไปตามมาตรา 569 วรรคหนึ่ง โดยดำผู้รับโอนจะต้องผูกพันรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ของผู้โอนที่มีต่อผู้เช่านั้นด้วย กล่าวคือ ดำจะต้องให้ขาวเช่าอาคารพาณิชย์นั้นต่อไปจนครบกำหนด 3 ปี ตามสัญญาเช่าตามมาตรา 569 วรรคสอง

และเมื่อสัญญาเช่าครบกำหนด 3 ปีแล้ว แต่ยังคงให้ขาวเช่าอาคารพาณิชย์ดังกล่าวต่อไปจนครบกำหนด 6 ปี ถือว่าสัญญาเช่า 3 ปีหลังจากนั้นเป็นสัญญาเช่าที่ไม่มีกำหนดระยะเวลาตามมาตรา 570 ซึ่งสิทธิและหน้าที่ของคู่สัญญาให้นำสัญญาเดิมมาใช้บังคับ และเมื่อเป็นสัญญาเช่าที่ไม่มีกำหนดเวลา ดำย่อมมีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าได้ แต่ต้องบอกกล่าวให้ขาวรู้ตัวก่อนชั่วกำหนดเวลาชำระค่าเช่าระยะหนึ่งเป็นอย่างน้อย แต่ไม่จำเป็นต้องบอกกล่าวล่วงหน้ากว่า 2 เดือน ตามมาตรา 566 แต่ตามข้อเท็จจริงปรากฎว่าในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 ดำได้ฟ้องขับไล่ขาวออกจากอาคาร และให้ขาวส่งมอบอาคารคืนโดยที่ดำยังมิได้บอกเลิกสัญญาเช่าก่อน โดยอ้างว่า ครบกำหนดเวลาเช่า 6 ปีนั้น การกระทำของดำย่อมไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจาดำยังไม่ได้บอกกล่าวให้ขาวรู้ตัวก่อนล่วงหน้าตามมาตรา 566

สรุป:
(ก) การปฏิเสธของแดงชอบด้วยกฎหมาย
(ข) การกระทำของดำไม่ชอบด้วยกฎหมาย


ข้อ 2: (ก) น้ำเงินได้ทำสัญญาเช่าเป็นหนังสือให้เหลืองเช่าที่ดินของน้ำเงิน มีกำหนดเวลา 3 ปี นับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 เป็นต้นไป โดยตกลงชำระค่าเช่าทุกๆวันที่ 15 ของเดือน เป็นค่าเช่าเดือนละ 25,000 บาท ในวันทำสัญญาเช่า เหลืองได้ชำระเงินมัดจำค่าเช่าไว้ 75,000 บาท หลังจากนั้นเหลืองไม่ได้ชำระเค่าเช่าให้น้ำเงินอีกเลยจนถึงปัจจุบันนี้ ดังนั้น น้ำเงินจึงบอกเลิกสัญญาเช่ากับเหลืองในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 และให้เหลืองส่งมอบที่ดินคืนในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 พร้อมกับชำระเงินค่าเช่าที่ค้างด้วย การบอกเลิกสัญญาของน้ำเงิน ดังกล่าว ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เพราะเหตุใด

(ข) ถ้าข้อเท็จจริงตามข้อ (ก) เป็นสัญญาเช่าซื้อ คำตอบของท่านจะแตกต่างไปหรือไม่ เพียงใด

มาตรา 560 – ถ้าผู้เช่าไม่ชำระค่าเช่า ผู้ให้เช่าจะบอกเลิกสัญญาเสียก็ได้

แต่ถ้าค่าเช่านั้นจะพึงส่งเป็นรายเดือน หรือส่งเป็นระยะเวลายาวกว่ารายเดือนขึ้นไป ผู้ให้เช่าต้องบอกกล่าวแก่ผู้เช่าก่อนว่าให้ชำระค่าเช่าภายในเวลาใด ซึ่งพึงกำหนดอย่าให้น้อยกว่าสิบห้าวัน

มาตรา 574 วรรคหนึ่ง -ในกรณีผิดนัดไม่ใช้เงินสองคราวติด ๆ กัน หรือกระทำผิดสัญญาในข้อที่เป็นส่วนสำคัญ เจ้าของทรัพย์สินจะบอกเลิกสัญญาเสียก็ได้ ถ้าเช่นนั้นบรรดาเงินที่ได้ใช้มาแล้วแต่ก่อน ให้ริบเป็นของเจ้าของทรัพย์สินและเจ้าของทรัพย์สินชอบที่จะกลับเข้าครองทรัพย์สินนั้นได้ด้วย

คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)

สรุป:
(ก) การบอกเลิกสัญญาเช่าทรัพย์ทันทีของน้ำเงินไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่น้ำเงินสามารถเรียกค่าเช่าที่ค้างชำระ 2 เดือนได้
(ข) การบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อทันทีของน้ำเงินชอบด้วยกฎหมาย แต่น้ำเงินจะเรียกค่าเช่าซื้อที่เหลืองค้างชำระ 2 เดือนไม่ได้


ข้อ 3: (ก) นายพิชิตทำสัญญาจ้างนายสมัยเป็นลูกจ้างตำแหน่งช่างเครื่อง โดยตกลงทำสัญญาด้วยวาจา ทำเป็นสัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลาจ้างอย่างต่ำ 6 เดือน และไม่เกิน 2 ปี ให้เริ่มสัญญาตั้งแต่เดือนมกราคม 2563 มีข้อสัญญาว่าให้ชำระสินจ้างเดือนละ 15,000 ทุกๆวันสิ้นเดือน ปรากฎว่าในวันที่ 31 ตุลาคม 2563 นายจ้างได้ทำหนังสือบอกกล่าวแก่นายสมัยว่าจะทำการเลิกสัญญาจ้างนายสมัยด้วยเหตุผลเศรษฐกิจไม่ค่อยดีนัก ไม่มีลูกค้าสั่งซื้อสินค้า และจะเลิกสัญญาจ้างในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2563 นายสมัยเห็นว่าไม่ถูกต้อง เนื่องจากสัญญาจ้างยังไม่ครบกำหนด คือ เดือนธันวาคม 2564 เช่นนี้ ท่านเห็นว่าอย่างไร ที่ถูกต้องเป็นอย่างไร เพราะเหตุใด จงอธิบาย

(ข) “ถ้าผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาสัมภาระ” ในประมวลฏกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ลักษณะ 7 จ้างทำของ ได้กำหนด “หน้าที่และความรับผิด” ของผู้รับจ้างทำของไว้อย่างไรบ้าง ตามมาตราใด ให้อธิบายตามสมควร

คำวินิจฉัย:

คำตอบ (ก)

มาตรา 575 – อันว่าจ้างแรงงานนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าลูกจ้าง ตกลงจะทำงานให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่านายจ้าง และนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้

มาตรา 582 – ถ้าคู่สัญญาไม่ได้กำหนดลงไว้ในสัญญาว่าจะจ้างกันนานเท่าไร ท่านว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะเลิกสัญญาด้วยการบอกกล่าวล่วงหน้าในเมื่อถึงหรือก่อนจะถึงกำหนดจ่ายสินจ้างคราวใดคราวหนึ่ง เพื่อให้เป็นผลเลิกสัญญากันเมื่อถึงกำหนดจ่ายสินจ้างคราวถัดไปข้างหน้าก็อาจทำได้ แต่ไม่จำต้องบอกกล่าวล่วงหน้ากว่าสามเดือน

อนึ่ง ในเมื่อบอกกล่าวดังว่านี้ นายจ้างจะจ่ายสินจ้างแก่ลูกจ้างเสียให้ครบจำนวนที่จะต้องจ่ายจนถึงเวลาเลิกสัญญาตามกำหนดที่บอกกล่าวนั้นทีเดียว แล้วปล่อยลูกจ้างจากงานเสียในทันทีก็อาจทำได้

กรณีตามอุทาหรณ์ การที่นายพิชิตทำสัญญาจ้างนายสมัยเป็นลูกจ้างตำแหน่งช่างเครื่อง โดยตกลงทำสัญญาจ้างด้วยวาจา และตกลงชำระสินจ้างเดือนละ 15,000 ทุกๆ วันสิ้นเดือนนั้น ถือเป็นสัญญาจ้างแรงงานตามมาตรา 575 ซึ่งสามารถทำได้ เพราะการทำสัญญาจ้างแรงงานนั้น กฎหมายไม่ได้กำหนดแบบไว้ ดังนั้นการทำสัญญาจ้างแรงงานจึงอาจตกลงกันด้วยวาจาหรือเป็นลายลักษณ์อักษรก็ได้ และเมื่อมีการทำสัญญาจ้าง มีกำหนดระยะเวลาจ้างอย่างต่ำ 6 เดือน และไม่เกิน 2 ปี ซึ่งนายจ้างมีสิทธิเลิกจ้างลูกจ้างภายในกำหนดเวลาดังกล่าวเมื่อใดก็ได้ กำหนดเวลานั้นจึงไม่ใช่กำหนดระยะเวลาการจ้างที่แน่นอน จึงเป็นสัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา ตามมาตรา 582 (คำพิพากษาฏีกาที่ 1504/2528)

การที่นายจ้างได้ทำหนังสือบอกกล่าวแก่นายสมัยในวันที่ 31 ตุลาคม 2563 ว่าจะทำการเลิกสัญญาจ้างนายสมัยด้วยเหตุผลเศณษฐกิจไม่ค่อยดีนัก ไม่มีลูกค้าสั่งซื้อสินค้า และจะเลิกสัญญาจ้างในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2563 นั้น ไม่ถูกต้องตามมาตรา 582 วรรคหนึ่ง ทั้งนี้เพราะในกรณีที่เป็นสัญญาจ้างไม่มีกำหนดระยะเวลานั้น ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะเลิกสัญญาจะต้องบอกกล่าวล่วงหน้าในเมื่อถึงหรือก่อนจะถึงกำหนดจ่ายสินจ้าง คราวใดคราวหนึ่งเพื่อให้เป็นผลเลิกสัญญากันเมื่อถึงกำหนดจ่ายสินจ้างคราวถัดไปข้างหน้า ดังนั้น การบอกกล่าวเลิกจ้างนายจ้างดังกล่าว จึงให้ถือว่าเป็นการเลิกสัญญาจ้างในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2563

คำตอบ (ข)

มาตรา 589 – ถ้าสัมภาระสำหรับทำการงานที่กล่าวนั้นผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหา ท่านว่าต้องจัดหาชนิดที่ดี

มาตรา 595 – ถ้าผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาสัมภาระไซร้ ความรับผิดของผู้รับจ้างในการบกพร่องนั้น ท่านให้บังคับด้วยบทแห่งประมวลกฎหมายนี้ ลักษณะซื้อขาย

มาตรา 603 – ถ้าผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาสัมภาระ และการที่จ้างทำนั้นพังทลายหรือบุบสลายลงก่อนได้ส่งมอบกันถูกต้องไซร้ ท่านว่าความวินาศอันนั้นตกเป็นพับแก่ผู้รับจ้าง หากความวินาศนั้นมิได้เป็นเพราะการกระทำของผู้ว่าจ้าง

ในกรณีเช่นว่านี้ สินจ้างก็เป็นอันไม่ต้องใช้

  1. (มาตรา 589) ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาสัมภาระที่ดิน คือ ต้องจัดหาสัมภาระที่มีคุณภาพ ได้มาตราฐาน เหมาะสมกับการใช้งาน สามารถนำมาสร้างงานได้โดยไม่บกพร่อง
  2. (มาตรา 595 ประกอบมาตรา 472) ถ้าผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาสัมภาระแล้วจัดหาสัมภาระที่ไม่ดีหรือไม่มีคุณภาพทำให้งานบกพร่อง เช่น ถ้าสัมภาระที่ผู้รับจ้างจัดหามาชำรุดบกพร่องไม่ว่าผู้รับจ้างจะรู้ถึงความชำรุดบกพร่องนั้นหรือไม่ ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบ จะอ้างว่าตนไม่รู้ไม่ได้
  3. (มาตรา 603) ถ้าผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาสัมภาระ และการที่จ้างทำนั้นพังทลายหรือบุบสลายลงก่อนได้ส่งมอบกันถูกต้อง ความเสียหายที่เกิดขึ้นตกเป็นพับแก่ผู้รับจ้าง หากความเสียหายนั้นมิได้เกิดขึ้นเพราะความผิดหรือการกระทำของผู้ว่าจ้าง ทั้งนี้เพราะผู้รับจ้างยังคงเป็นเจ้าของสัมภาระอยู่ จนกว่าจะได้ส่งมอบแก่ผู้ว่าจ้าง และกรณีดังกล่าวนี้ ผู้รับจ้างไม่อาจได้รับสินค้าหรือหากได้รับไปแล้วบางส่วนก็ต้องคืนให้แก่ผู้ว่าจ้าง

สั่งซื้อแนวข้อสอบพร้อมคำอธิบาย, คำวินิจฉัย, หนังสือ
แนวข้อสอบและวินิจฉัย
นิติสาสน์ ลุงชาวใต้
แนวข้อสอบและวินิจฉัย
The Best Center
หนังสือประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
หนังสือประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ทุกมาตรา

We’re Moving!

PNSHEETRAM กำลังก้าวสู่การพัฒนาที่ดียิ่งขึ้น
เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงองค์ความรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราจึงได้ย้าย platform ไปที่
| thinksphere.co

PNSHEETRAM is evolving to deliver a better learning experience. To expand access to quality educational resources, we have transitioned our platform to
| thinksphere.co

102,060 views