LAW2107 (LAW2007)
📍 พิกัดสั่งซื้อพร้อมเฉลย
ซื้อข้อสอบ (เล่ม/มีคำอธิบาย): Attorney285 & Sheet and Book
ซื้อหนังสือ: ประมวลกฎหมายอาญา
เพิ่มเติม
1. วิชา LAW (ทั้งหมด)
2. วิชา LAW2107
3. มาตราที่ใช้ตอบ LAW2107
แนวข้อสอบนี้จัดทำเพื่อเป็นแนวทางในการอ่านหนังสือ กรณีต้องการคำอธิบาย/วินิจฉัยรูปแบบเต็ม สามารถสั่งซื้อได้จากลิงก์ด้านบนหรือคลิกด้านล่าง
ข้อ 1: นายสุดหล่อลอบเสพยาบ้าในเวลากลางคืน มีไฟฟ้าให้แสงสว่าง ตำรวจสายตรวจไปพบเข้าจึงล้อมจับ นายสุดหล่อได้สับคัทเอ้าท์ลงทำให้ไฟฟ้าทั้งหลังดับ แล้วจึงอาศัยความมืดหลบหนีไป ดังนี้ นายสุดหล่อมีความผิดต่อเจ้าพนักงานประการใดหรือไม่ เพราะเหตุใด
มาตรา 138 – ผู้ใดต่อสู้ หรือขัดขวางเจ้าพนักงานหรือผู้ซึ่งต้องช่วยเจ้าพนักงานตามกฎหมายในการปฏิบัติการตามหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ถ้าการต่อสู้หรือขัดขวางนั้น ได้กระทำโดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)
สรุป: นายสุดหล่อไม่มีความผิดต่อเจ้าพนักงานฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน
ข้อ 2: อย่างไรเป็นความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยสุจริต จงอธิบายหลักกฎหมายอย่างละเอียด และยกตัวอย่างประกอบ
มาตรา 157 – ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
คำอธิบาย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)
ข้อ 3: ชาย 11 คน ชุมนุมกันที่หน้าโรงงานแป้งมัน กล่าวโจมตีและด่าทอเจ้าของโรงงานที่ปล่อยน้ำเน่าลงคลอง จากนั้นได้เผาโรงงาน และขู่ว่าถ้าเจ้าของโรงงานไม่ยอมย้ายโรงงานไปจะฆ่าให้ตาย ต่อมาความทราบถึงตำรวจ ตำรวจได้ไปยังสถานที่เกิดเหตุและสั่งให้สลายตัว ปรากฎว่าชาย 11 คน ไม่ยอมสลายตัว ดังนี้ ชาย 11 คน มีความผิดเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชนประการใดบ้าง เพราะเหตุใด
มาตรา 215 – ผู้ใดมั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ถ้าผู้กระทำความผิดคนหนึ่งคนใดมีอาวุธ บรรดาผู้ที่กระทำความผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ถ้าผู้กระทำความผิดเป็นหัวหน้า หรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการในการกระทำความผิดนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 216 – เมื่อเจ้าพนักงานสั่งผู้ที่มั่วสุมเพื่อกระทำความผิดตามมาตรา 215 ให้เลิกไป ผู้ใดไม่เลิก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)
สรุป: ชาย 11 คนนั้น มีความผิดฐานมั่วสุมกันทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองตามมาตรา 215 แต่ไม่มีความผิดตามมาตรา 216
ข้อ 4: นายแดงกู้เงินจากนาย ก. จำนวน 100,000 บาท นายแดงทำสัญญากู้ส่งมอบให้นาย ก. เก็บรักษาไว้ วันเกิดเหตุ นาย ก. นำสัญญากู้ขึ้นมาอ่าน พบว่าสัญญากู้ไม่ได้มีพยานลงนามในสัญญา นาย ก. จึงขอให้นายขาวช่วยลงนามเป็นพยานในสัญญากู้ นายขาวจึงเซ็นชื่อลงไปในสัญญากู้และเขียน ข้อความต่อท้ายว่า “พยานผู้ให้การรับรอง” ข้อเท็จจริงได้ความว่า การที่นายขาวเซ็นชื่อในฐานพยานนั้น นายแดงผู้กู้ไม่ได้ยินยอมด้วยแต่ประการใด ดังนี้ นาวขาวมีความผิดเกี่ยวกับเอกสารหรือไม่ เพราะเหตุใด
มาตรา 264 วรรคหนึ่ง – ผู้ใดทำเอกสารปลอมขึ้นทั้งฉบับหรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนใด เติมหรือตัดทอนข้อความ หรือแก้ไขด้วยประการใด ๆ ในเอกสารที่แท้จริง หรือประทับตราปลอม หรือลงลายมือชื่อปลอมในเอกสาร โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ถ้าได้กระทำเพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานปลอมเอกสาร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 265 – ผู้ใดปลอมเอกสารสิทธิ หรือเอกสารราชการ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท
คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)
สรุป: นายขาวไม่มีความผิดฐานปลอมเอกสารตามมาตรา 264, 265





