LAW2106 (LAW2006)
📍 พิกัดสั่งซื้อพร้อมเฉลย
ซื้อข้อสอบ (เล่ม/มีคำอธิบาย): Attorney285 & Sheet and Book
ซื้อหนังสือ: ประมวลกฎหมายอาญา
เพิ่มเติม
1. วิชา LAW (ทั้งหมด)
2. วิชา LAW2016
3. มาตราที่ใช้ตอบ LAW2016
แนวข้อสอบนี้จัดทำเพื่อเป็นแนวทางในการอ่านหนังสือ กรณีต้องการคำอธิบาย/วินิจฉัยรูปแบบเต็ม สามารถสั่งซื้อได้จากลิงก์ด้านบนหรือคลิกด้านล่าง
ข้อ 1: นายชนะชลได้ชวนนางสาวเมขลาซึ่งเป็นคู่รักไปเที่ยวนั่งรถชมวิวด้วยกัน โดยให้นางสาวเมขลาซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ที่นายชนะชลเป็นผู้ขับขี่ซึ่งนายชนะชลขับด้วยความเร็วสูงมาก และเมื่อขับมาถึงทางโค้งก็ไม่ได้ลดความเร็วลง ทำให้รถคันดังกล่าวล้มลงเป็นเหตุให้นางสาวเมขลาตกจากรถได้รับอันตรายสาหัส นอนหมดสติในพยงหญ้าข้างทาง นายชนะชลตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยหลบหนีไปไม่ให้ความช่วยเหลือและไม่ได้แจ้งให้ผู้ใดทราบ นางสาวเมขลานอนหมดสติในที่เกิดเหตุเป็นเวลา 5 วัน จนพลเมืองดีมาพบและแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาช่วยเหลือพานางสาวเมขลาไปช่วยเหลือจนรอดชีวิต จงวินิจฉัยความรับผิดทางอาญาของนายชนะชล
มาตรา 59 – *บุคคลจะต้องรับผิดในทางอาญาก็ต่อเมื่อได้กระทำโดยเจตนา เว้นแต่จะได้กระทำโดยประมาท ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้ต้องรับผิดเมื่อได้กระทำโดยประมาท หรือเว้นแต่ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยแจ้งชัดให้ต้องรับผิดแม้ได้กระทำโดยไม่มีเจตนา
*กระทำโดยเจตนา ได้แก่กระทำโดยรู้สำนึกในการที่กระทำและในขณะเดียวกันผู้กระทำประสงค์ต่อผล หรือย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำนั้น
ถ้าผู้กระทำมิได้รู้ข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบของความผิด จะถือว่าผู้กระทำประสงค์ต่อผล หรือย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำนั้นมิได้
กระทำโดยประมาท ได้แก่กระทำความผิดมิใช่โดยเจตนา แต่กระทำโดยปราศจากความระมัดระวังซึ่งบุคคลในภาวะเช่นนั้นจักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์ และผู้กระทำอาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นได้ แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่
*การกระทำ ให้หมายความรวมถึงการให้เกิดผลอันหนึ่งอันใดขึ้นโดยงดเว้นการที่จักต้องกระทำเพื่อป้องกันผลนั้นด้วย
มาตรา 80 วรรคหนึ่ง – ผู้ใดลงมือกระทำความผิดแต่กระทำไปไม่รอด หรือกระทำไปตลอดแล้ว แต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผล ผู้นั้นพยายามกระทำความผิด
คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)
สรุป: นายชนะชลมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาตามมาตรา 59 วรรคหนึ่ง วรรคสอง วรรคห้า ประกอบกับมาตรา 80 วรรคหนึ่ง
ข้อ 2: นายพายุคึกคะนองจึงได้ใช้ก้อนหินที่มีน้ำหนักหนึ่งกิโลกรัมเศษและครึ่งกิโลกรัมจำนวนหลายก้อนทุ่มลงมาจากสะพานข้ามแม่น้ำซึ่งอยู่สูงจากระดับพื้นน้ำ 9 เมตร ลงไปยังเรือโดยสารลำหนึ่ง ซึ่งมีผู้โดยสายอยู่เป็นจำนวนมาก ในขณะที่เรือแล่นลอดใต้สะพาน หินก้อนหนึ่งถูกนายสายฟ้า ผู้โดยสารในเรือลำนั้นได้รับอันตรายสาหัส และหินอีกก้อนหนึ่งได้กระเด็นไปถูกนายฝนตก ผู้โดยสารในเรืออีกลำหนึ่งซึ่งแล่นสวนทางมาถูกบริเวณตาข้างซ้ายซึ่งทำให้นายฝนตกตาบอด จงวินิจฉัยความรับผิดทางอาญาของนายพายุ
มาตรา 59 – *บุคคลจะต้องรับผิดในทางอาญาก็ต่อเมื่อได้กระทำโดยเจตนา เว้นแต่จะได้กระทำโดยประมาท ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้ต้องรับผิดเมื่อได้กระทำโดยประมาท หรือเว้นแต่ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยแจ้งชัดให้ต้องรับผิดแม้ได้กระทำโดยไม่มีเจตนา
*กระทำโดยเจตนา ได้แก่กระทำโดยรู้สำนึกในการที่กระทำและในขณะเดียวกันผู้กระทำประสงค์ต่อผล หรือย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำนั้น
มาตรา 60 – ผู้ใดเจตนาที่จะกระทำต่อบุคคลหนึ่ง แต่ผลของการกระทำเกิดแก่อีกบุคคลหนึ่งโดยพลาดไป ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำโดยเจตนาแก่บุคคลซึ่งได้รับผลร้ายจากการกระทำนั้น แต่ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้ลงโทษหนักขึ้น เพราะฐานะของบุคคลหรือเพราะความสัมพันธ์ระหว่างผู้กระทำกับบุคคลที่ได้รับผลร้าย มิให้นำกฎหมายนั้นมาใช้บังคับเพื่อลงโทษผู้กระทำให้หนักขึ้น
มาตรา 80 วรรคหนึ่ง – ผู้ใดลงมือกระทำความผิดแต่กระทำไปไม่รอด หรือกระทำไปตลอดแล้ว แต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผล ผู้นั้นพยายามกระทำความผิด
คำวินิจฉัย: กรณีตามอุทาหรณ์ การที่นายพายุคึกคะนองจึงได้ใช้ก้อนหินที่มีน้ำหนักถึงหนึ่งกิโลกรัมเศษและครึ่งกิโลกรัมจำนวนหลายก้อนทุ่มลงมาจากสะพานข้ามแม่น้ำซึ่งอยู่สูงจากระดับพื้นน้ำ 9 เมตร ลงไปยังเรือโดยสาร ลำหนึ่งซึ่งมีผู้โดยสารอยู่เป็นจำนวนมากและอยู่ในพื้นที่จำกัดขณะที่เรือแล่นลอดใต้สะพานนั้น นายพายุย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำนั้นได้ว่าก้อนหินอาจไปถูกศีรษะซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญของร่างกายคนในเรือลำนั้น และอาจเป็นผลทำให้ถึงตายได้ จึงถือได้ว่านายพายุมีเจตนาฆ่าคนในเรือลำนั้นตามมาตรา 59 วรรคหนึ่งและวรรคสอง เมื่อก้อนหินก้อนหนึ่งถูกนายสายฟ้าผู้โดยสารในเรือลำนั้นจนได้รับอันตรายสาหัส นายพายุจึงมีความผิดฐานพยายามฆ่านายสายฟ้าตามมาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 วรรคหนึ่ง
และเมื่อถือว่านายพายุมีเจตนาฆ่านายสายฟ้า การที่ก้อนหินอีกก้อนหนึ่งกระเด็นไปถูกนายฝนตก ผู้โดยสารในเรืออีกลำหนึ่งซึ่งแล่นสวนทางมาถูกบริเวณตาข้างซ้ายทำให้นายฝนตกตาบอด ก็ต้องถือว่านายพายุมีเจตนาฆ่านายฝนตกด้วย เพราะเป็นการกระทำโดยพลาดตามมาตรา 60 ดังนั้น นายพายุจึงมีความผิดฐาน พยายามฆ่านายฝนตกตามมาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 วรรคหนึ่งและมาตรา 60 ร่วมด้วย
สรุป: นายพายุมีความผิดฐานพยายามฆ่านายสายฟ้าตามมาตรา 59 วรรคหนึ่งและวรรคสอง ประกอบมาตรา 30 วรรคหนึ่ง และมีความผิดฐานพยายามฆ่านายฝนตกตามมาตรา 60 และมาตรา 80 วรรคหนึ่ง
ข้อ 3: นายนีเวียต้องการฆ่านางวาสลีน จึงวางแผ่นฆ่านางวาสลีนด้วยการซื้อยาเบื่อหนู โดยนำยาเบื่อหนูใส่ไปในโอ่งน้ำดื่มของวาสลีน นายเจอร์เก้น น้องชาวของนางวาสลีนเห็นเหตุการณ์มาโดยตลอดจึงตะโกนร้องบอก นางวาสลีน พี่สาวของตนในทันทีไม่ให้ดื่มน้ำในโอ่งนั้น นายนีเวียตกใจที่ความแตก จึงรีบวิ่งหนี นายเจอร์เก้นโกรธที่นายนีเวียกระทำกับพี่สาวของตน จึงวิ่งไล่ยิงนายนีเวียไปทันที ขณะที่นายนีเวียวิ่งหนีไปตามทางแคบๆ มีรถจักรยานยนต์ของนายยูเซอรีนจอดขวางทางอยู่ นายนีเวียจึงชนรถคันนั้นเพื่อไม่ให้โดนยิง ทำให้รถล้มลงและได้รับความเสียหาย โดยนายเจอร์เก้นยิงถูกนายนีเวีย ได้รับบาดเจ็บสาหัส จงวินิจฉัยความรับผิดทางอาญาของนายนีเวียและนายเจอร์เก้น
มาตรา 59 – *บุคคลจะต้องรับผิดในทางอาญาก็ต่อเมื่อได้กระทำโดยเจตนา เว้นแต่จะได้กระทำโดยประมาท ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้ต้องรับผิดเมื่อได้กระทำโดยประมาท หรือเว้นแต่ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยแจ้งชัดให้ต้องรับผิดแม้ได้กระทำโดยไม่มีเจตนา
*กระทำโดยเจตนา ได้แก่กระทำโดยรู้สำนึกในการที่กระทำและในขณะเดียวกันผู้กระทำประสงค์ต่อผล หรือย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำนั้น
มาตรา 67 – ผู้ใดกระทำความผิดด้วยความจำเป็น
(1) เพราะอยู่ในที่บังคับ หรือภายใต้อำนาจซึ่งไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือขัดขืนได้ หรือ
(2) เพราะเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นพ้นจากภยันตรายที่ใกล้จะถึงและไม่สามารถหลีกเลี่ยง
ให้พ้นโดยวิธีอื่นใดได้ เมื่อภยันตรายนั้นตนมิได้ก่อให้เกิดขึ้นเพราะความผิดของตน
ถ้าการกระทำนั้นไม่เป็นการเกินสมควรแก่เหตุแล้ว ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ
มาตรา 72 – ผู้ใดบันดาลโทสะโดยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม จึงกระทำความผิดต่อผู้ข่มเหงในขณะนั้น ศาลจะลงโทษผู้นั้นน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้
มาตรา 80 วรรคหนึ่ง – ผู้ใดลงมือกระทำความผิดแต่กระทำไปไม่รอด หรือกระทำไปตลอดแล้ว แต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผล ผู้นั้นพยายามกระทำความผิด
คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)
สรุป:
- นายนีเวียมีความผิดฐานพยายามฆ่านางวาสลีนโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และมีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ โดยจะอ้างว่าความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์เป็นการกระทำด้วยความจำเป็นไม่ได้
- นายเจอร์เก้นมีความผิดฐานพยายามฆ่านายนีเวีย แต่อ้างเหตุบันดาลโทสะเพื่อให้ศาลลดหย่อนผ่อนโทษได้
ข้อ 4: นายเตารีดไอน้ำจ้างนายหม้อทอดไร้น้ำมันไปฆ่านายพัดลมไอเย็น นายหม้อทอดไร้น้ำมันไปบ้าน นายพัดลมไอเย็นเห็นนายพัดลมไอเย็นยืนคุยกับนายเครื่องซักผ้าฝนบน แต่นายหม้อทอดไร้น้ำมันไม่รู้จักนายพัดลมไอเย็นมาก่อน จึงถามนายพัดลมไอเย็นว่าคนไหนคือนายพัดลมไอเย็น นายพัดลมไอเย็นรู้ว่านายหม้อทอดไร้น้ำมันเป็นมือปืนรับจ้างจะมาฆ่าตน จึงได้ชี้ไปที่นายเครื่องซักผ้าฝนบนและบอกว่านี่คือนายพัดลมไอเย็น นายหม้อทอดไร้น้ำมันเข้าใจผิดว่านายเครื่องซักผ้าฝาบนเป็นนายพัดลมไอเย็นจึงใช้ปืนยิงนายเครื่องซักผ้าฝาบนถึงแก่ความตาย จงวินิจฉัยความรับผิดทางอาญาของนายเตารีดไอน้ำ นายหม้อทอดไร้น้ำมัน และนายพัดลมไอเย็น
มาตรา 59 – *บุคคลจะต้องรับผิดในทางอาญาก็ต่อเมื่อได้กระทำโดยเจตนา เว้นแต่จะได้กระทำโดยประมาท ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้ต้องรับผิดเมื่อได้กระทำโดยประมาท หรือเว้นแต่ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยแจ้งชัดให้ต้องรับผิดแม้ได้กระทำโดยไม่มีเจตนา
*กระทำโดยเจตนา ได้แก่กระทำโดยรู้สำนึกในการที่กระทำและในขณะเดียวกันผู้กระทำประสงค์ต่อผล หรือย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำนั้น
มาตรา 61 – ผู้ใดเจตนาจะกระทำต่อบุคคลหนึ่ง แต่ได้กระทำต่ออีกบุคคลหนึ่งโดยสำคัญผิด ผู้นั้นจะยกเอาความสำคัญผิดเป็นข้อแก้ตัวว่ามิได้กระทำโดยเจตนาหาได้ไม่
มาตรา 67 – ผู้ใดกระทำความผิดด้วยความจำเป็น
(1) เพราะอยู่ในที่บังคับ หรือภายใต้อำนาจซึ่งไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือขัดขืนได้ หรือ
(2) เพราะเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นพ้นจากภยันตรายที่ใกล้จะถึงและไม่สามารถหลีกเลี่ยง
ให้พ้นโดยวิธีอื่นใดได้ เมื่อภยันตรายนั้นตนมิได้ก่อให้เกิดขึ้นเพราะความผิดของตน
ถ้าการกระทำนั้นไม่เป็นการเกินสมควรแก่เหตุแล้ว ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ
มาตรา 84 – ผู้ใดก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดไม่ว่าด้วยการใช้ บังคับ ขู่เข็ญ จ้าง วานหรือยุยงส่งเสริม หรือด้วยวิธีอื่นใด ผู้นั้นเป็นผู้ใช้ให้กระทำความผิด
ถ้าความผิดมิได้กระทำลงไม่ว่าจะเป็นเพราะผู้ถูกใช้ไม่ยอมกระทำ ยังไม่ได้กระทำ หรือเหตุอื่นใด ผู้ใช้ต้องระวางโทษเพียงหนึ่งในสามของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น
ถ้าผู้ถูกใช้ได้กระทำความผิดนั้น ผู้ใช้ต้องรับโทษเสมือนเป็นตัวการ และถ้าผู้ถูกใช้เป็นบุคคลอายุไม่เกินสิบแปดปี ผู้พิการ ผู้ทุพพลภาพ ลูกจ้างหรือผู้ที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของผู้ใช้ ผู้ที่มีฐานะยากจน หรือผู้ต้องพึ่งพาผู้ใช้เพราะเหตุป่วยเจ็บหรือไม่ว่าทางใด ให้เพิ่มโทษที่จะลงแก่ผู้ใช้กึ่งหนึ่งของโทษที่ศาลกำหนดสำหรับผู้นั้น
คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)
สรุป:
- นายเตารีดไอน้ำและนายพัดลมไอเย็น มีความผิดฐานเป็นผู้ใช้ และต้องรับโทษเสมือนเป็นตัวการตามมาตรา 84 วรรคหนึ่งและวรรคสาม
- นายหม้อทอดไร้น้ำมันมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนาตามมาตรา 59 วรรคหนึ่งและวรรคสอง ประกอบมาตรา 61





