LAW2106 (LAW2006)

📍 พิกัดสั่งซื้อพร้อมเฉลย
ซื้อข้อสอบ (เล่ม/มีคำอธิบาย): Attorney285 & Sheet and Book
ซื้อหนังสือ: ประมวลกฎหมายอาญา

เพิ่มเติม
1. วิชา LAW (ทั้งหมด)
2. วิชา LAW2016
3. มาตราที่ใช้ตอบ LAW2016

แนวข้อสอบนี้จัดทำเพื่อเป็นแนวทางในการอ่านหนังสือ กรณีต้องการคำอธิบาย/วินิจฉัยรูปแบบเต็ม สามารถสั่งซื้อได้จากลิงก์ด้านบนหรือคลิกด้านล่าง


ข้อ 1: ดำนั่งดื่มกาแฟคนละโต๊ะกับขาวที่ร้านกาแฟหน้าหมู่บ้าน ขณะที่ร้านกาแฟเปิดทีวีถ่ายทอดสดรายการฟุตบอลให้ลูกค้าชม ดำเชียร์ฟุตบอลเสียงดัง ขาวคุยกับเพื่อนไม่ได้ยินจึงพูดคำว่า “ช่วยเชียร์ฟุตบอลเสียงเบาๆหน่อย เพราะคนอื่นคุยกันแล้วไม่ได้ยิน” ดำไม่พอใจลุกขึ้นเดินเข้ามาหาขาวแล้วเงื้อมือตบหน้าขาวในระยะประชิดตัว ขาวผลักดำครั้งเดียว ดำหกล้มสะดุดตาขาตัวเองหกล้มขาหัก ดังนี้ ขาวจะต้องรับผิดในทางอาญาฐานใดหรือไม่ เพราะเหตุใด

มาตรา 59 – * บุคคลจะต้องรับผิดในทางอาญาก็ต่อเมื่อได้กระทำโดยเจตนา เว้นแต่จะได้กระทำโดยประมาท ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้ต้องรับผิดเมื่อได้กระทำโดยประมาท หรือเว้นแต่ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยแจ้งชัดให้ต้องรับผิดแม้ได้กระทำโดยไม่มีเจตนา

*กระทำโดยเจตนา ได้แก่กระทำโดยรู้สำนึกในการที่กระทำและในขณะเดียวกันผู้กระทำประสงค์ต่อผล หรือย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำนั้น

มาตรา 68 – ผู้ใดจำต้องกระทำการใดเพื่อป้องกันสิทธิของตนหรือของผู้อื่นให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง ถ้าได้กระทำพอสมควรแก่เหตุ การกระทำนั้นเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นไม่มีความผิด

คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)

สรุป: ขาวไม่ต้องรับผิดทางอาญาเพราะเป็นการกระทำเพื่อป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย


ข้อ 2: ม่วงกับส้มขัดใจกันเรื่องผลประโยชน์ธุรกิจที่ทำร่วมกัน วันเกิดเหตุม่วงพบส้มที่ตลาด ขณะส้มกำลังยืนซื้อของม่วงเดินมาข้างหลังส้มแล้วหยิบแอลกฮอล์ (จุดไฟติด) เทราดส้มตั้งแต่ศีรษะลงมาถึงเท้า แล้วใช้ไฟแช็คจุดไฟที่ต้นคอส้มไฟไหม้ตามตัวส้มร้อยละ 90 ชาวบ้านเห็นเหตุการณ์เข้าห้ามและช่วยนำตัวส้มส่งโรงพยาบาลส้มบาดเจ็บ ดังนี้ม่วงจะต้องรับผิดในทางอาญาใดหรือไม่ เพราะเหตุใด

มาตรา 59 – * บุคคลจะต้องรับผิดในทางอาญาก็ต่อเมื่อได้กระทำโดยเจตนา เว้นแต่จะได้กระทำโดยประมาท ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้ต้องรับผิดเมื่อได้กระทำโดยประมาท หรือเว้นแต่ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยแจ้งชัดให้ต้องรับผิดแม้ได้กระทำโดยไม่มีเจตนา

*กระทำโดยเจตนา ได้แก่กระทำโดยรู้สำนึกในการที่กระทำและในขณะเดียวกันผู้กระทำประสงค์ต่อผล หรือย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำนั้น

มาตรา 80 วรรคหนึ่ง – ผู้ใดลงมือกระทำความผิดแต่กระทำไปไม่รอด หรือกระทำไปตลอดแล้ว แต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผล ผู้นั้นพยายามกระทำความผิด

คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)

สรุป: ม่วงจะต้องรับผิดทางอาญาฐานพยายามฆ่าส้มโดยเจตนา


ข้อ 3: นายโก๋เคยมีเรื่องโกรธเคืองกับนายดำมาก่อน เห็นนายดำเดินมาจึงเข้าไปชกต่อยจนนายดำล้มลง แล้วตามเข้าไปจะเตะซ้ำอีก นายขาวเห็นเหตุการณ์เข้าห้ามไม่ให้นายโก๋ทำร้ายนายดำ นายโก๋ไม่พอใจจึงชักมีดแทงนายขาวได้รับบาดเจ็บล้มลง แล้วนายโก๋ใช้มีดจะเข้าไปทำร้ายนายดำอีก นายขาวจึงคว้าไม้ตีนายโก๋ศีรษะแตก ล้มลง และไม้ยังหักกระเด็นไปถูกนายดำได้รับบาดเจ็บอีกด้วย ดังนี้ นายขาวจะต้องรับผิดทางอาญาอย่างไร หรือไม่ เพราะเหตุใด

มาตรา 59 – * บุคคลจะต้องรับผิดในทางอาญาก็ต่อเมื่อได้กระทำโดยเจตนา เว้นแต่จะได้กระทำโดยประมาท ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้ต้องรับผิดเมื่อได้กระทำโดยประมาท หรือเว้นแต่ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยแจ้งชัดให้ต้องรับผิดแม้ได้กระทำโดยไม่มีเจตนา

*กระทำโดยเจตนา ได้แก่กระทำโดยรู้สำนึกในการที่กระทำและในขณะเดียวกันผู้กระทำประสงค์ต่อผล หรือย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำนั้น

มาตรา 60 – ผู้ใดเจตนาที่จะกระทำต่อบุคคลหนึ่ง แต่ผลของการกระทำเกิดแก่อีกบุคคลหนึ่งโดยพลาดไป ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำโดยเจตนาแก่บุคคลซึ่งได้รับผลร้ายจากการกระทำนั้น แต่ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้ลงโทษหนักขึ้น เพราะฐานะของบุคคลหรือเพราะความสัมพันธ์ระหว่างผู้กระทำกับบุคคลที่ได้รับผลร้าย มิให้นำกฎหมายนั้นมาใช้บังคับเพื่อลงโทษผู้กระทำให้หนักขึ้น

มาตรา 68 – ผู้ใดจำต้องกระทำการใดเพื่อป้องกันสิทธิของตนหรือของผู้อื่นให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง ถ้าได้กระทำพอสมควรแก่เหตุ การกระทำนั้นเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นไม่มีความผิด

คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)

สรุป: นายขาวไม่ต้องรับผิดทางอาญาต่อนายโก๋และนายดำ เพราะเป็นการกระทำเพื่อป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย


ข้อ 4: หนึ่งกับสองร่วมกันวางแผนขโมยวัวในตอนกลางคืน หนึ่งเข้าไปจูงวัวจากคอกของนายช้างไปส่งให้สองซึ่งรออยู่ชายทุ่ง ห่างจากคอกนายช้างประมาณ 2 กิโลเมตร เมื่อหนึ่งขโมยวัวมาส่งให้สอง แล้วหนึ่งก็กลับบ้านไป สองจูงวัวไปขายให้สาม สามรู้ว่าเป็นวัวที่ขโมยมาแต่เห็นว่าราคาถูกก็รับซื้อไว้ ดังนี้ สองและสามจะต้องรับผิดทางอาญาในความผิดที่หนึ่งขโมยวัวจากคอกของนายช้างในฐานเป็นตัวการ ผู้ใช้ ผู้สนับสนุนหรือไม่ อย่างไร

มาตรา 83 – ในกรณีความผิดใดเกิดขึ้นโดยการกระทำของบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไป ผู้ที่ได้ร่วมกระทำความผิดด้วยกันนั้นเป็นตัวการ ต้องระวางโทษตามที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น

มาตรา 84 – ผู้ใดก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดไม่ว่าด้วยการใช้ บังคับ ขู่เข็ญ จ้าง วานหรือยุยงส่งเสริม หรือด้วยวิธีอื่นใด ผู้นั้นเป็นผู้ใช้ให้กระทำความผิด

ถ้าความผิดมิได้กระทำลงไม่ว่าจะเป็นเพราะผู้ถูกใช้ไม่ยอมกระทำ ยังไม่ได้กระทำ หรือเหตุอื่นใด ผู้ใช้ต้องระวางโทษเพียงหนึ่งในสามของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น

ถ้าผู้ถูกใช้ได้กระทำความผิดนั้น ผู้ใช้ต้องรับโทษเสมือนเป็นตัวการ และถ้าผู้ถูกใช้เป็นบุคคลอายุไม่เกินสิบแปดปี ผู้พิการ ผู้ทุพพลภาพ ลูกจ้างหรือผู้ที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของผู้ใช้ ผู้ที่มีฐานะยากจน หรือผู้ต้องพึ่งพาผู้ใช้เพราะเหตุป่วยเจ็บหรือไม่ว่าทางใด ให้เพิ่มโทษที่จะลงแก่ผู้ใช้กึ่งหนึ่งของโทษที่ศาลกำหนดสำหรับผู้นั้น

มาตรา 86 – ผู้ใดกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการช่วยเหลือ หรือให้ความสะดวกในการที่ผู้อื่นกระทำความผิดก่อนหรือขณะกระทำความผิด แม้ผู้กระทำความผิดจะมิได้รู้ถึงการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกนั้นก็ตาม ผู้นั้นเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด ต้องระวางโทษสองในสามส่วนของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดที่สนับสนุนนั้น

คำวินิจฉัย: กรณีตามอุทาหรณ์ สองและสามจะต้องรับผิดทางอาญาในความผิดที่หนึ่งขโมยวัวจากคอกของนายช้างในฐานเป็นตัวการ ผู้ใช้ ผู้สนับสนุนหรือไม่ อย่างไร แยกวินิจฉัยได้ดังนี้

  • กรณีของสอง
    แม้ขอเท็จจริงจะปรากฎว่าสองได้ร่วมกับหนึ่งวางแผนขโมยวัวในตอนกลางคืนจากคอกของนายช้างในตอนแรกก็ตาม แต่ตอนที่หนึ่งเข้าไปขโมยวัวจากคอกของนายช้างนั้น สองไม่ได้อยู่ร่วมกระทำความผิดด้วย เนื่องจากสองได้รออยู่ชายทุ่งห่างประมาณ 2 กิโลเมตร ซึ่งไม่สามารถมองเห็นหรือช่วยเหลือได้ สองจึงมิใช่ตัวการที่จะต้องร่วมรับผิดกับหนึ่งตามมาตรา 83 เพื่อนำไปขายให้นายสามนั้น แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อหนึ่งได้เข้าไปขโมยวัวจากคอกของนายช้างแล้ว ได้จูงวัวไปส่งให้นายสอง การร่วมกันวางแผนขโมยวัวและการไปรอรับวัวอยู่ที่ชายทุ่งของสอง ย่อมถือว่าเป็นการกระทำอันเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกก่อนการกระทำความผิดแล้ว เมื่อหนึ่งได้ลงมือกระทำความผิดสำเร็จ สองจึงต้องรับผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนตามมาตรา 86
  • กรณีของสาม
    แม้สามจะได้รับซื้อวัวไว้และรู้ว่าเป็นวัวที่ถูกขโมยมา สามก็ไม่มีความผิดฐานเป็นตัวการตามมาตรา 83 หรือเป็นผู้ใช้ตามมาตรา 84 แต่อย่างใด เพราะสามไม่ได้ร่วมกันกระทำความผิดกับหนึ่ง แต่เป็นผู้ก่อให้หนึ่งกระทำความผิด และสามก็ไม่มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนตามมาตรา 86 เพราะสามไม่ได้กระทำการใดๆ อันเป็นการช่วยเหลือ หรือให้ความสะดวกในการที่หนึ่งกระทำความผิดก่อนหรือขณะกระทำความผิดแต่อย่างใด แต่การกระทำดังกล่าวของสามย่อมเป็นความผิดฐานใหม่ คือ ความผิดฐานรับของโจร

สรุป: สองมีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนตามมาตรา 86 ส่วนสามไม่มีความผิดฐานเป็นตัวการ ผู้ใช้ หรือสนับสนุนแต่อย่างใด แต่สามจะมีความผิดฐานใหม่ คือ ความผิดฐานรับของโจร


สั่งซื้อแนวข้อสอบพร้อมคำอธิบาย, คำวินิจฉัย, หนังสือ
แนวข้อสอบ law2106
แนวข้อสอบและวินิจฉัย
Attorney285
แนวข้อสอบ law2106
แนวข้อสอบและวินิจฉัย
Sheet and Book
หนังสือ ป.อาญา และ ป.วิอาญา
หนังสือประมวลกฎหมายอาญา

We’re Moving!

PNSHEETRAM กำลังก้าวสู่การพัฒนาที่ดียิ่งขึ้น
เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงองค์ความรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราจึงได้ย้าย platform ไปที่
| thinksphere.co

PNSHEETRAM is evolving to deliver a better learning experience. To expand access to quality educational resources, we have transitioned our platform to
| thinksphere.co

102,060 views