LAW2106 (LAW2006)

📍 พิกัดสั่งซื้อพร้อมเฉลย
ซื้อข้อสอบ (เล่ม/มีคำอธิบาย): Attorney285 & Sheet and Book
ซื้อหนังสือ: ประมวลกฎหมายอาญา

เพิ่มเติม
1. วิชา LAW (ทั้งหมด)
2. วิชา LAW2016
3. มาตราที่ใช้ตอบ LAW2016

แนวข้อสอบนี้จัดทำเพื่อเป็นแนวทางในการอ่านหนังสือ กรณีต้องการคำอธิบาย/วินิจฉัยรูปแบบเต็ม สามารถสั่งซื้อได้จากลิงก์ด้านบนหรือคลิกด้านล่าง


ข้อ 1: ดำไม่พอใจท่าเดินกวนประสาทของขาวขณะเดินซื้อของที่ตลาด เมื่อขาวเดินมาใกล้ ดำตบและชกหน้าขาว ขาวล้มลง ดำกระชากคอเสื้อขาวจะชกซ้ำ ขาวผวาเข้ากอดดำ กัดหูดำแหว่ง ดำทนเจ็บไม่ไหว ปล่อยขาว ดังนี้ ขาวจะต้องรับผิดชอบอาญาอย่างไรหรือไม่ เพราะเหตุใด

มาตรา 59 – บุคคลจะต้องรับผิดในทางอาญาก็ต่อเมื่อได้กระทำโดยเจตนา เว้นแต่จะได้กระทำโดยประมาท ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้ต้องรับผิดเมื่อได้กระทำโดยประมาท หรือเว้นแต่ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยแจ้งชัดให้ต้องรับผิดแม้ได้กระทำโดยไม่มีเจตนา

กระทำโดยเจตนา ได้แก่กระทำโดยรู้สำนึกในการที่กระทำและในขณะเดียวกันผู้กระทำประสงค์ต่อผล หรือย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำนั้น

มาตรา 68 – ผู้ใดจำต้องกระทำการใดเพื่อป้องกันสิทธิของตนหรือของผู้อื่นให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง ถ้าได้กระทำพอสมควรแก่เหตุ การกระทำนั้นเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นไม่มีความผิด

คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)

สรุป: ขาวไม่ต้องรับผิดทางอาญาเพราะเป็นการกระทำเพื่อป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย


ข้อ 2: หนึ่งกับสองเป็นวัยรุ่นชอบขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ซิ่ง หนึ่งยืนดูช่างซ่อมรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ของตน ที่อู่ประจำเห็นสองนำรถมอเตอร์ไซค์ 100 ซีซี เข้ามาให้ช่างซ่อม ขณะที่สองนั่งคุยกับช่างซ่อม หนึ่งเดินเข้ามาหาแล้วพูดว่า อู่นี้ไม่รับซ่อมรถกระจอก 100 ซีซี เสียเวลาช่าง ไม่มีเงินซื้อบิ๊กไบค์ ก็อย่ามาซ่อม ทุเรศ และเอาเท้าลูบศีรษะสอง สองลุกขึ้นมาชกหน้าหนึ่ง หนึ่งคิ้วแตก ดังนี้ สองต้องรับโทษอาญาอย่างไรหรือไม่ เพราะเหตุใด

มาตรา 59 – บุคคลจะต้องรับผิดในทางอาญาก็ต่อเมื่อได้กระทำโดยเจตนา เว้นแต่จะได้กระทำโดยประมาท ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้ต้องรับผิดเมื่อได้กระทำโดยประมาท หรือเว้นแต่ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยแจ้งชัดให้ต้องรับผิดแม้ได้กระทำโดยไม่มีเจตนา

กระทำโดยเจตนา ได้แก่กระทำโดยรู้สำนึกในการที่กระทำและในขณะเดียวกันผู้กระทำประสงค์ต่อผล หรือย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำนั้น

มาตรา 72 – ผู้ใดบันดาลโทสะโดยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม จึงกระทำความผิด ต่อผู้ข่มเหงในขณะนั้น ศาลจะลงโทษผู้นั้นน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้

คำวินิจฉัย: การกระทำความผิดที่ผู้กระทำสามารถอ้างเหตุ “บันดาลโทสะ” เพื่อให้ศาลลดหย่อนผ่อนโทษ ตามมาตรา 72 นั้น จะต้องประกอบด้วยหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

  1. ถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม
  2. การข่มเหงเช่นนั้นเป็นเหตุให้ผู้กระทำผิดบันดาลโทสะ
  3. ผู้กระทำได้กระทำความผิดต่อผู้ข่มเหงในขณะนั้น

กรณีตามอุทาหรณ์ การที่หนึ่งพูดกับสองว่า “อู่นี้ไม่รับซ่อมรถกระจอก 100 ซีซี เสียเวลาช่าง ไม่มีเงินซื้อบิ๊กไบค์ก็อย่ามาซ่อม ทุเรศ” คำพูดดังกล่าวของหนึ่งที่พูดแซวเสียดสีสองเป็นเพียงคำพูดที่ไม่เหมาะสมยังไม่ถือว่าเป็นการข่มเหงอย่างร้ายแรง แต่การที่หนึ่งเอาเท้าลูบศีรษะสองนั้น ถือว่าเป็นการข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม ตามความรู้สึกของคนธรรมดาทั่วไป ในสภาพภาวะวิสัยและพฤติการณ์อย่างเดียวกับสองแล้ว ดังนั้น การที่สองลุกขึ้นมาชกหน้าหนึ่งบาดเจ็บนั้น แม้จะถือว่าสองได้กระทำโดยเจตนาต่อหนึ่งตามมาตรา 59 วรรคสอง เพราะสองได้กระทำไปโดยรู้สำนึกในการที่กระทำ และในขณะเดียวกันสองก็ได้ประสงค์ต่อผลการกระทำนั้น ซึ่งทำให้สองต้องรับผิดตามมาตรา 59 วรรคหนึ่ง ในความผิดฐานทำร้ายร่างกายหนึ่งก็ตาม แต่เมื่อสองได้กระทำไปเพราะบันดาลโทสะและได้กระทำต่อหนึ่งผู้ข่มเหงตนในขณะนั้น สองย่อมสามารถอ้างได้ว่าตนได้กระทำความผิดเพราะบันดาลโทสะ เพื่อให้ศาลลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้ตามมาตรา 72

สรุป: สองต้องรับโทษทางอาญาฐานทำร้ายร่างกายหนึ่ง แต่สองอ้างได้ว่ากระทำเพราะบันดาลโทสะ เพื่อให้ศาลลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้


ข้อ 3: นายเสือกับนายสิงห์มีปัญหาขัดแย้งกันในเรื่องธุรกิจผิดกฎหมาย นายเสือจึงต้องการฆ่านายสิงห์ วันเกิดเหตุนายเสือไปดักรอนายสิงห์ที่หน้าบ้าน เมื่อนายสิงห์มาจอดรถและกำลังไปเปิดประตูรั้วบ้าน นายเสือได้ใช้ปืนจ้องเล็งไปที่นายสิงห์ นายสิงห์ซึ่งคอยระวังตัวอยู่ก่อนแล้ว ได้ใช้ปืนยิงไปที่นายเสือ กระสุนปืนไม่ถูกนายเสือแต่ถูกเสารั้วแล้วฉลบไปถูกนางนกซึ่งกำลังยืนรดน้ำต้นไม้อยู่บ้านตรงข้ามถึงแก่ความตาย ดังนี้ กรณีนางนกซึ่งถึงความตาย นายสิงห์จะอ้างว่ากระทำเพื่อป้องกันได้หรือ เพราะเหตุใด

มาตรา 59 – บุคคลจะต้องรับผิดในทางอาญาก็ต่อเมื่อได้กระทำโดยเจตนา เว้นแต่จะได้กระทำโดยประมาท ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้ต้องรับผิดเมื่อได้กระทำโดยประมาท หรือเว้นแต่ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยแจ้งชัดให้ต้องรับผิดแม้ได้กระทำโดยไม่มีเจตนา

กระทำโดยเจตนา ได้แก่กระทำโดยรู้สำนึกในการที่กระทำและในขณะเดียวกันผู้กระทำประสงค์ต่อผล หรือย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำนั้น

มาตรา 60 – ผู้ใดเจตนาที่จะกระทำต่อบุคคลหนึ่ง แต่ผลของการกระทำเกิดแก่อีกบุคคลหนึ่งโดยพลาดไป ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำโดยเจตนาแก่บุคคลซึ่งได้รับผลร้ายจากการกระทำนั้น แต่ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้ลงโทษหนักขึ้น เพราะฐานะของบุคคลหรือเพราะความสัมพันธ์ระหว่างผู้กระทำกับบุคคลที่ได้รับผลร้าย มิให้นำกฎหมายนั้นมาใช้บังคับเพื่อลงโทษผู้กระทำให้หนักขึ้น

มาตรา 68 – ผู้ใดจำต้องกระทำการใดเพื่อป้องกันสิทธิของตนหรือของผู้อื่นให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง ถ้าได้กระทำพอสมควรแก่เหตุ การกระทำนั้นเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นไม่มีความผิด

คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)

สรุป: กรณีนางนกถึงแก่ความตาย นายสิงห์สามารถอ้างได้ว่าเป็นการกระทำเพื่อป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายได้


ข้อ 4: นายดำต้องการฆ่านางสมศรีเจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบ วันเกิดเหตุขณะที่นางสมศรีกำลังเดินทวงหนี้แม่ค้าในตลาด นายดำได้มอบปืนให้นายแดงโดยหลอกว่าเป็นปืนปลอมให้ไปยิงล้อเล่นนางสมศรีให้ตกใจ นายแดงหลงเชื่อว่าเป็นปืนปลอมตามที่ถูกหลอกลวงจึงใช้ปืนยิงไปที่นางสมศรี นางสมศรีถูกกระสุนปืนและถึงแก่ความตาย ดังนี้ อยากทราบว่าการกระทำของนายดำเป็นความผิดฐานเป็นผู้ใช้หรือไม่ เพราะเหตุใด

มาตรา 59 – บุคคลจะต้องรับผิดในทางอาญาก็ต่อเมื่อได้กระทำโดยเจตนา เว้นแต่จะได้กระทำโดยประมาท ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้ต้องรับผิดเมื่อได้กระทำโดยประมาท หรือเว้นแต่ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยแจ้งชัดให้ต้องรับผิดแม้ได้กระทำโดยไม่มีเจตนา

กระทำโดยเจตนา ได้แก่กระทำโดยรู้สำนึกในการที่กระทำและในขณะเดียวกันผู้กระทำประสงค์ต่อผล หรือย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำนั้น

ถ้าผู้กระทำมิได้รู้ข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบของความผิด จะถือว่าผู้กระทำประสงค์ต่อผล หรือย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำนั้นมิได้

กระทำโดยประมาท ได้แก่กระทำความผิดมิใช่โดยเจตนา แต่กระทำโดยปราศจากความระมัดระวังซึ่งบุคคลในภาวะเช่นนั้นจักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์ และผู้กระทำอาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นได้ แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่

การกระทำ ให้หมายความรวมถึงการให้เกิดผลอันหนึ่งอันใดขึ้นโดยงดเว้นการที่จักต้องกระทำเพื่อป้องกันผลนั้นด้วย

มาตรา 84 – ผู้ใดก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดไม่ว่าด้วยการใช้ บังคับ ขู่เข็ญ จ้าง วานหรือยุยงส่งเสริม หรือด้วยวิธีอื่นใด ผู้นั้นเป็นผู้ใช้ให้กระทำความผิด

ถ้าความผิดมิได้กระทำลงไม่ว่าจะเป็นเพราะผู้ถูกใช้ไม่ยอมกระทำ ยังไม่ได้กระทำ หรือเหตุอื่นใด ผู้ใช้ต้องระวางโทษเพียงหนึ่งในสามของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น

ถ้าผู้ถูกใช้ได้กระทำความผิดนั้น ผู้ใช้ต้องรับโทษเสมือนเป็นตัวการ และถ้าผู้ถูกใช้เป็นบุคคลอายุไม่เกินสิบแปดปี ผู้พิการ ผู้ทุพพลภาพ ลูกจ้างหรือผู้ที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของผู้ใช้ ผู้ที่มีฐานะยากจน หรือผู้ต้องพึ่งพาผู้ใช้เพราะเหตุป่วยเจ็บหรือไม่ว่าทางใด ให้เพิ่มโทษที่จะลงแก่ผู้ใช้กึ่งหนึ่งของโทษที่ศาลกำหนดสำหรับผู้นั้น

คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)

สรุป: การกระทำของนายดำไม่เป็นความผิดฐานเป็นผู้ใช้ แต่เป็นการกระทำโดยอ้อมของนายดำ


สั่งซื้อแนวข้อสอบพร้อมคำอธิบาย, คำวินิจฉัย, หนังสือ
แนวข้อสอบ law2105
แนวข้อสอบและวินิจฉัย
Attorney285
แนวข้อสอบ law2105
แนวข้อสอบและวินิจฉัย
Sheet and Book
หนังสือประมวลกฎหมายอาญา

We’re Moving!

PNSHEETRAM กำลังก้าวสู่การพัฒนาที่ดียิ่งขึ้น
เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงองค์ความรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราจึงได้ย้าย platform ไปที่
| thinksphere.co

PNSHEETRAM is evolving to deliver a better learning experience. To expand access to quality educational resources, we have transitioned our platform to
| thinksphere.co

102,061 views