LAW2104
📍 พิกัดสั่งซื้อพร้อมเฉลย
ซื้อข้อสอบ (เล่ม/มีคำอธิบาย):
Attorney285
Sheet and Book
ซื้อหนังสือ: กฎหมายรัฐธรรมนูญ
เพิ่มเติม
1. วิชา LAW (ทั้งหมด)
2. วิชา LAW2104
3. มาตราที่ใช้ตอบ LAW2104
แนวข้อสอบนี้จัดทำเพื่อเป็นแนวทางในการอ่านหนังสือ กรณีต้องการคำอธิบาย/วินิจฉัยรูปแบบเต็ม สามารถสั่งซื้อได้จากลิงก์ด้านบนหรือคลิกด้านล่าง
ข้อ 1: การปกครองในระบบรัฐสภามีสาระสำคัญอย่างไร และตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ถือได้ว่าปัจจุบันประเทศไทยมีการปกครองในระบบใด เพราะเหตุใด ขอให้อธิบาย พร้อมยกหลักกฎหมายประกอบ
คำตอบ: การปกครองในระบบรัฐสภา เป็นรูปแบบหนึ่งของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งองค์กร ฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติจะมาจากการเลือกตั้งของประชาชน และมีความสัมพันธ์กันค่อนข้างใกล้ชิด และตามทัศนะของนักนิติศาสตร์ชาวฝรั่งเศส เช่น ศาสตราจารย์โมริ โฮริอู (Maurice Hauriou) การปกครองในระบบ รัฐสภาจะมีสาระสำคัญ 3 ประการ คือ
- ประมุขของรัฐซึ่งไม่ต้องรับผิดทางการเมืองในระบบรัฐสภา ฝ่ายบริหาร ประกอบด้วย 2 องค์กร คือ ประมุขของรัฐและคณะรัฐมนตรี ประมุขของรัฐอาจมีฐานะเป็นกษัตริย์ หรือประธานาธิบดี และทำหน้าที่เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร
- คณะรัฐมนตรีซึ่งต้องรับผิดชอบต่อรัฐสภา เนื่องจากคณะรัฐมนตรีเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ในทางบริหารประเทศแทนประมุข เป็นผู้ควบคุมบังคับบัญชางานประจำกระทรวงต่างๆ ให้สอดคล้องกับนโยบายที่คณะรัฐมนตรีจะต้องรับผิดต่อรัฐสภา กล่าวคือ สภาผู้แทนราษฎรมีสิทธิเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายตัวหรือทั้งคณะ และถ้ามีมติไม่ไว้วางใจ รัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรี ต้องออกจากตำแหน่ง
- เพื่อให้อำนาจบริหารและอำนาจนิติบัญญัติสมดุลกัน ระบบรัฐสภาได้ให่้อำนาจคณะรัฐมนตรียุบสภานิติบัญญัติได้
สำหรับประเทศไทยในปัจจุบันนั้น ภายหลังจากได้มีการเลือกตั้งและมีรัฐบาลชุดใหม่แล้ว ย่อมถือว่า มีการปกครองในระบบรัฐสภา เพราะคณะรักษาความสงบแห่งชาติไดหมดอำนาจไปแล้วตามมาตรา 265 ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 และที่ถือว่าประเทศไทยมีการปกครองในระบบรัฐสภานั้น เพราะมีลักษณะเข้าเกณฎ์ของการปกครองในระบบรัฐสภาตามที่กล่าวไว้ข้างต้น
ข้อ 2: การออกเสียงประชามติ (Referendum) มีแนวความคิดในทางทฤษฎีอย่างไร และภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2560 กำหนดให้การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในกรณีร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมในกรณีใดบ้างที่จะต้องจัดให้มีการออกเสียงประชามติ
คำตอบ: ตามกฎหมายว่าด้วยการออกเสียงประชามติ
เมื่อพิจารณาในทางทฤษฎีแล้ว การออกเสียงประชามติ (Referendum) เป็นแนวคิดในการส่งเสริมให้ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการปกครองประเทศ โดยการออกเสียงประชามติในการร่างกฎหมายหรือการกำหนดนโยบายที่สำคัญของประเทศ ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงกลไกที่แสดงให้เห็นถึงอำนาจของประชาชนในการเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยที่แท้จริง โดยกำหนดให้ประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็นต่อร่างกฎหมายที่จะบัญญติมาใช้บังคับกับประชาชนหรือการกำหนดนโยบายของฝ่ายบริหารในการบริหารประเทศ และนอกจากนี้ระบบการออกเสียงประชามติยังเป็นระบบที่มีผลทำให้อำนาจในการตัดสินใจในประเด็นปัญหา สำคัญไม่ว่าจะเป็นกรณีทางกฎหมายที่สำคัญหรือการดำเนินกิจการที่สำคัญในการบริหารราชการแผ่นดิน กลับมาสู่การตัดสินใจของประชาชนผู้เป็นที่มาและเจ้าของอำนาจอธิปไตยที่แท้จริง
ในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญนั้น กรณีที่จะต้องจัดให้มีการออกเสียงตามกฎหมายว่าด้วยการ ออกเสียงประชามติตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 256 (8) ได้กำหนดไว้ว่าในกรณีร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเป็นการแก้ไขเพิ่มเติม หมวด 1 บททั่วไป หมวด 2 พระมหากษัตริย์ หรือหมวด 15 การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ หรือเรื่องที่เกี่ยวกับคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งต่างๆ ตามรัฐธรรมนูญ หรือเรื่องที่เกี่ยวกับคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่ง ต่างๆ ตามรัฐธรรมนูญ หรือเรื่องที่เกี่ยวกับหน้าที่หรืออำนาจของศาลหรือองค์กรอิสระหรือเรื่องที่ทำให้ศาลหรือองค์กรอิสระไม่อาจปฏิบัติหน้าที่หรืออำนาจได้ ก่อนที่จะดำเนินการตามมาตรา 256 (7) ให้จัดให้มีการออกเสียง ตามกฎหมายว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ถ้าผลของการออกเสียงประชามติเห็นชอบดวยกับร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม ก็ให้ดำเนินการตามมาตรา 256 (7) ต่อไป
แต่อย่างไรก็ตาม การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 256 นั้น จะต้องอยู่ภายใต้บังคับแห่งมาตรา 255 ด้วย กล่าวคือ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่เป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ จะกระทำมิได้
ข้อ 3: จงอธิบายอย่างละเอียดว่า รัฐธรรมนูญมีความเกี่ยวข้องและมีความสำคัญกับนักศึกษาอย่างไร พร้อมยกตัวอย่างประกอบให้ชัดเจน
คำตอบ: “รัฐธรรมนูญ” เป็นกฎหมายสูงสุดหรือกฎหมายหลักที่มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการวางระเบียบ การปกครองของรัฐในทางการเมือง โดยจะกำหนดโครงสร้างรัฐ ระบบการปกครอง การใช้อำนาจอธิปไตย และการดำเนินงานของสถาบันสูงสุดของรัฐที่ใช้อำนาจอธิปไตย และนอกจากนั้น ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ยังได้กำหนดขอบเขตเกี่ยวกับการให้ความคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน รวมทั้งหน้าที่ของประชาชนที่พึงต้องปฏิบัติว่ามีอย่างไรบ้าง
อำนาจอธิปไตยซึ่งเป็นอำนาจในการปกครองประเทศนั้น จะแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่
- อำนาจนิติบัญญัติ หมายถึง อำนาจในการออกกฎหมายเพื่อบังคับใช้กับประชาชนในฐานะ ผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย ซึ่งผู้ใช้อำนาจดังกล่าวนี้คือ “รัฐสภา” และโดยทั่วไปแล้วรัฐสภาจะประกอบไปด้วย สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาก็จะต้องมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน (เว้นแต่รัฐธรรมนูญบางฉบับอาจจะกำหนดให้สมาชิกวุฒิสภามาจากการแต่งตั้ง) โดยจำนวนสมาชิกของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา จะมีจำนวนเท่าใด และมีวิธีการเลือกตั้งอย่างไรนั้นก็จะต้องเป็นไปตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ
และในการออกกฎมายของฝ่ายนิติบัญญัติ (รัฐสภา) เพื่อให้บังคับกับประชาชนั้น ฝ่ายนิติบัญญัติก็จะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และขั้นตอนที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญด้วย โดยเฉพาะที่สำคัญคือ กฎหมายที่ออกมานั้น จะต้องไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญด้วย มิฉะนั้นแล้วกฎหมายที่ออกมาก็ย่อมไม่มีผลบังคับใช้ - อำนาจบริหาร หมายถึง อำนาจในการจัดให้มีการปฏิบัติตามกฎหมาย โดยมีรัฐบาลหรือคณะรัฐมนตรีเป็นผู้ใช้อำนาจนี้ในการใช้อำนาจของฝ่ายบริหารนั้น ให้หมายความรวมถึงการใช้อำนาจในทางปกครองเพื่อการออกกฎ ออกคำสั่ง รวมทั้งการกระทำทางปกครองในรูปแบบอื่นๆ เพื่อการบริหารราชการแผ่นดินและเพื่อการจัดทำบริการสาธารณะ เพื่อประโยชน์แก่ประชาชนส่วนรวมด้วย ซึ่งอำนาจของฝ่ายบริหารมีอย่างไรบ้างนั้น ก็ต้องเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายอื่นๆ ได้กำหนดไว้
รัฐบาลหรือคณะรัฐมนตรีนั้น โดยหลักๆทั่วไป ก็จะประกอบด้วยนายกรัฐมนตรี 1 คน และคณะรัฐมนตรีอีกไม่เกิน ___ คน ตามที่รัฐธรรมนูญได้กำหนดไว้ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะมาจากการเลือกตั้งของประชาชน เช่นเดียวกันกับฝ่ายนิติบัญญัติ - อำนาจตุลาการ หมายถึง อำนาจในการตัดสินและพิพากษาอรรถคดี ซึ่งองค์กรที่ช้อำนาจนี้ คือ “ศาล” ซึ่งศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาหรือมีคำสั่งในกรณีที่ประชาชนมีข้อพิพาทเกิดขึ้น หรือมีความจำเป็นที่จะต้องใช้สิทธิทางศาลนั้น หมายถึง ศาลใดก็ต้องเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายอื่นๆ ได้กำหนดไว้ด้วย
ซึ่งในการใช้อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการโดยองค์กรต่างๆ ดังกล่าวนั้น เป็นการใช้อำนาจต่อประชาชนและมีผลกระทบต่อประชาชนทุกคน (รวมทั้งข้าพเจ้าในฐานะประชาชนคนหนึ่งด้วย) ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ดังนั้น ในการได้มาซึ่งอำนาจและการใช้อำนาจดังกล่าว จึงต้องเป็นการได้มาซึ่งอำนาจ รวมทั้งเป็นการใช้อำนาจที่ถูกต้องตามหลักของกฎหมายมหาชนด้วย โดยเฉพาะ “หลักนิติธรรม” หรือ หลักการปกครอง ด้วยกฎหมาย ซึ่งเป็นหลักที่มแนวคิดว่า ผู้ใชอำนาจปกครองและการได้มาซ่งอำนาจปกครองจะะต้องอยู่ภายใต้ กฎหมายและปกครองประเทศอย่างมีคุณธรรมด้วยวิถีทางของกฎหมาย จะต้องมีการปกป้องคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชนไม่ว่าจะเป็นด้านการเมือง สังคมและเศรษฐกิจ ในการใช้อำนาจของฝ่ายปกครอง ต้องสามารถตรวจสอบได้โดยประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจหรือโดยหน่วยงานหรือองค์กรที่กฎหมายไดบัญญัติไว้ เป็นต้น
ดังนั้น จะเห็นได้ว่ารัฐธรรมนูญมีความสำคัญและเกี่ยวข้องกับประชาชน รวมทั้งข้าพเจ้าในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ดังที่ได้กล่าวมาข้างต้น
ข้อ 4: ศาลอาญาได้ออกหมายค้นให้กับ พ.ต.อ.สมใจ ผู้กำกับการฯ เพื่อค้นบ้านของนายสมทรง ในการตรวจค้นเจ้าหน้าที่ฯ ได้มีการตรวจยึดสิ่งของอื่นหลายรายการทั้งโทรศัพท์มือถือ เครื่องคอมพิวเตอร์ และมีดทำครัวที่สงสัยว่าใช้ในการกระทำความผิดซึ่งเป็นสิ่งของที่นอกเหนือจากคำสั่งศาลตามหมายค้น ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จัดให้มีการแถลงข่าวการตรวจยึดสิ่งของดังกล่าว โดยให้นายสมทรงนั่งร่วมแถลงข่าวในฐานะผู้ต้องหาด้วยทั้งที่นายสมทรงมิได้ยินยอมแต่อย่างใด ซึ่งสื่อมวลชนได้แพร่ภาพดังกล่าวไปทั่วประเทศ ต่อมานายสมทรงเห็นว่าการตรวจค้นไม่ชอบด้วยกฎหมายและตนได้ถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญฯ จึงได้ยื่นร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน
ดังนี้ ให้ท่านวินิจฉัยว่าผู้ตรวจการแผ่นดินมีอำนาจที่จะรับเรื่องไว้พิจารณาได้หรือไม่ เพราะเหตุใด และนายสมทรงได้ถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญฯ พ.ศ. 2560 ในกรณีใดหรือไม่ เพราะเหตุใด ให้ยกหลักกฎหมายประกอบเหตุผลในการตอบโดยชัดแจ้ง
คำตอบ:
มาตรา 4 – ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคลย่อมได้รับความคุ้มครอง
ปวงชนชาวไทยย่อมได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญเสมอกัน
มาตรา 32 – บุคคลย่อมมีสิทธิในความเป็นอยู่ส่วนตัว เกียรติยศ ชื่อเสียง และครอบครัว การกระทำอันเป็นการละเมดหรือกระทบต่อสิทธิของบุคคลตามวรรคหนึ่ง หรือการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ประโยชน์ไม่ว่าในทางใดๆจะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ที่ตราขึ้นเพียงเท่าที่จำเป็นเพื่อประโยชน์สาธารณะ
มาตรา 33 – บุคคลย่อมมีเสรีภาพในเคหสถาน
การเข้าไปในเคหสถานโดยปราศจากความยินยอมของผู้ครอบครอง หรือการค้นเคหสถานหรือรโหฐานจะกระทำมิได้ เว้นแต่มีคำสั่งหรือหมายของศาลหรือมีเหตุอย่างอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ
มาตรา 230 – ผู้ตรวจการแผ่นดินมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้
แสวงหาข้อเท็จจริงเมื่อเห็นว่ามีผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือความไม่เป็นธรรมอันเนื่องมาจาก การไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือปฏิบัตินอกเหนือหน้าที่และอำนาจตามกฎหมายของหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อเสนอแนะต่อหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องให้ขจัดหรือระงับความเดือดร้อน หรือความไม่เป็นธรรมนั้น
คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)
สรุป: ผู้ตรวจการแผ่นดินมีอำนาจที่จะรับเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณาได้ นายสมทรงได้ถูกละเมิดต่อสิทธิในความเป็นอยู่ส่วนตัว เกียรติยศ ชื่อเสยง และครอบครัว ตามมาตรา 4 ประกอบมาตรา 32 แต่ไม่ถูกละเมิดต่อเสรีภาพในเคหสถานตามมาตรา 33




