📍 พิกัดสั่งซื้อพร้อมเฉลย
ซื้อข้อสอบ (เล่ม/มีคำอธิบาย):
Sheet Ram
The Best Center
เพิ่มเติม
1. วิชา MGT (ทั้งหมด)
2. วิชา MGT2101
แนวข้อสอบนี้จัดทำเพื่อเป็นแนวทางในการอ่านหนังสือ กรณีต้องการคำอธิบายรูปแบบเต็ม สามารถสั่งซื้อได้จากลิงก์ด้านบนหรือคลิกด้านล่าง
ข้อ 1 : เราจะทำอย่างไรเพื่อลดการเกิด Groupthink
(1) เพิ่มความหลากหลายของมุมมอง
(2) ยึดความคิดเห็นของผู้นำกลุ่มเป็นหลัก
(3) ไม่ชอบการแสดงความคิดเห็น
(4) แสดงความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกัน
(5) สร้างกลุ่มให้มีขนาดใหญ่
ข้อ 2 : ข้อใดไม่ใช่หลักการที่ผู้บริหารควรนำมาพัฒนาองค์การ
(1) การกำหนดเป้าหมาย
(2) ความเข้าใจในสถานการณ์
(3) การปรับปรุงสัมพันธภาพ
(4) การตัดสินใจเบ็ดเสร็จอยู่ที่ผู้บริหาร
(5) การบริหารแบบเผด็จการ
ข้อ 3 : ข้อใดคือข้อดีของการตัดสินใจเป็นกลุ่ม
(1) ได้ข้อมูลครบถ้วน
(2) เพิ่มความหลากหลายของมุมมอง
(3) คุณภาพของการตัดสินใจสูงขึ้น
(4) Solution ที่กลุ่มตัดสินใจลงไปได้รับการยอมรับมากขึ้น
(5) ถูกทุกข้อ
ข้อ 4 : มัวร์เฮดและกริฟฟินได้ให้ความหมายองค์การว่าอย่างไร
(1) การจัดบุคคลเพื่อให้บรรลุจุดมุ่งหมายเฉพาะอย่าง
(2) กลุ่มบุคคลที่มาทำงานเพื่อให้บรรลุจุดมุ่งหมายร่วมกัน
(3) เป็นกลุ่มบุคคลที่มาทำงานร่วมกันภายใต้โครงสร้างที่กำหนด
(4) การศึกษาพฤติกรรมของมนุษย์
(5) ถูกทุกข้อ
ข้อ 5 : ข้อใดไม่ใช่คุณลักษณะที่สำคัญ 4 ประการของกลุ่ม
(1) ต้องมีคนสองคนหรือมากกว่าที่มีปฏิสัมพันธ์กัน
(2) มีโครงสร้างกลุ่มที่คงที่
(3) ต่างคนต่างจุดมุ่งหมาย
(4) สมาชิกรับรู้ถึงการเป็นกลุ่มของตน
(5) บุคคลในองค์การทำงานร่วมกันให้บรรลุเป้าหมายขององค์กร
ข้อ 6 : ความหมายพฤติกรรมองค์การ คือ
(1) การรวมคำสองคำเข้าด้วยกัน คำว่า “พฤติกรรม” กับ “องค์การ”
(2) กลุ่มขนาดใหญ่
(3) การจูงใจแบบกลุ่ม
(4) พฤติกรรมพนักงานในองค์การ
(5) ถูกทุกข้อ
ข้อ 7 : ลักษณะของ Command Group คืออะไร
(1) มีการทำงานเป็นทีม ช่วยกันคิดหากลยุทธ์ เพื่องานที่มีความเฉพาะด้าน
(2) เป็นกลุ่มของคนทำงานที่มีหัวหน้าคนเดียวกัน
(3) เป็นการทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ให้ความสนใจ
(4) เป็นกลุ่มคนที่มาทำงานร่วมกัน เพราะมีความชอบในตัวกันและกัน
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ข้อ 8 : สาเหตุที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์การได้แก่ข้อใด
(1) ผู้นำคนเดิม
(2) องค์การมีขนาดใหญ่
(3) เกิดวิกฤติการณ์หรือเจอปัญหาใหญ่
(4) กิจการก่อตั้งมาอย่างยาวนาน
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ข้อ 9 : การสื่อสารข้ามหน่วยงานภายในองค์การซึ่งมีความจำเป็นต่อการประสานงานและการหลอมรวมหน้าที่สายงานภายในองค์การที่ต่างกันเข้ามาด้วยกันคือกระบวนการในการสื่อสารแบบใด
(1) การสื่อสารจากบนลงล่าง
(2) การสื่อสารจากล่างขึ้นบน
(3) การสื่อสารในแนวนอน
(4) การสื่อสารแบบต่างหน่วยงาน
(5) การสื่อสารระบบทางเดียว
ข้อ 10 : ข้อใดคือการระดมสมองเพื่อให้ได้ความคิดเห็นให้มากที่สุดก่อนจะเริ่มวิพากษ์วิจารณ์
(1) Group Shift
(2) Interacting
(3) Nominal Group
(4) Brainstorming
(5) Electronic Meeting
ข้อ 11 : ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ (MIS) หมายถึงอะไร
(1) ระบบที่รวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ทั้งภายนอกและภายใน
(2) ระบบที่มีการใช้คอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์เพื่อประมวลผลข้อมูล
(3) ระบบที่ช่วยสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหาร
(4) ถูกทุกข้อ
(5) คำตอบในข้อ 2 ถูกเพียงข้อเดียว
ข้อ 12 : บทบาทที่เกี่ยวข้องกับการประกอบการ การขจัดปัญหา การจัดสรรทรัพยากร และการเจรจาต่อรองจัดว่าเป็นบทบาทที่เกี่ยวกับข้อใด
(1) การปฏิสัมพันธ์กับบุคคลต่อบุคคล (Interpersonal Roles)
(2) ข้อมูลข่าวสาร (Informational Roles)
(3) การตัดสินใจ (Decisional Roles)
(4) การเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneurial Roles)
(5) ทูตสันถวไมตรี (Liaison Roles)
ข้อ 13 : Frank and Lilian Gilbreth จัดว่าเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงในด้านการศึกษาการจัดการในเรื่องของ
(1) การเคลื่อนไหว (Motion Study)
(2) การจูงใจ (Motivation)
(3) การประหยัดเวลาการทำงาน
(4) การปกป้องแรงงานเด็กในโรงงาน
(5) การก่อสร้างโดยเฉพาะในการวางอิฐ
ข้อ 14 : การศึกษาแนวคิด ทฤษฎีทางการจัดการในอดีตมีประโยชน์ต่อการจัดการในปัจจุบัน คือ
(1) ทำให้รู้ถึงเรื่องราวในอดีต
(2) เข้าใจองค์ประกอบของแนวคิดนั้นๆ
(3) ได้รู้จักบุคคลสำคัญที่เสนอแนวคิดทฤษฎีนั้นๆ
(4) ได้เข้าใจถึงพัฒนาการของมนุษย์
(5) เป็นแนวทางเพื่อนำแนวคิดทฤษฎีต่างๆ มาประยุกต์ใช้ในปัจจุบัน
ข้อ 15 : การจัดการเป็นกระบวนการที่เกี่ยวกับ
(1) การประสานงานและการผสมผสานกิจกรรมต่างๆ ให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล
(2) การบริหารงานอย่างราบรื่นโดยเกิดประโยชน์สูงสุด
(3) การวางแผนและการจัดองค์การเพื่อบรรลุเป้าหมายหลักขององค์การ
(4) การควบคุมดูแลและการสั่งการให้เป็นไปตามที่ผู้บริหารได้วางแผนไว้
(5) การใช้คนอย่างถูกต้องกับตำแหน่งงานและจัดสรรทรัพยากรอย่างเหมาะสม
ข้อ 16 : เหตุที่นักวิชาการกล่าวว่า “การบริหารนั้นถือเป็นหลักสากลนิยมและอาจจะโยกย้ายสับเปลี่ยนกันได้”
(1) สามารนำไปใช้ได้ในองค์การทุกประเภท
(2) อาจมอบหมายให้คนอื่นไปทำแทนตน
(3) ผู้บริหารไม่จำเป็นต้องเรียนรู้อะไรใหม่ๆก็ได้ เพราะเป็นหลักเดิมที่นำมาใช้ได้ทุกปัญหา
(4) เป็นศาสตร์แห่งความเป็นจริงอันเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไป
(5) ถูกทุกข้อ
ข้อ 17 : นักสังคมวิทยาชาวเยอรมันที่เป็นผู้ให้แนวคิดเกี่ยวกับ “ระบบราชการ” ซึ่งเป็นลักษณะหนึ่งในการนำมาจัดองค์การได้ นักสังคมวิยาผู้นี้คือ
(1) Ralph C. Davis
(2) Max Weber
(3) Henri Fayol
(4) Chester Barnard
(5) Robert Katz
ข้อ 18 : Frank Gilbreth ได้สร้างผลงานทางการบริหารไว้หลายประการ ยกเว้นข้อใด
(1) เขียนหนังสือชื่อ “เหมาโหลถูกกว่า” (Cheaper by the Dozen) อันเป็นการนำเอาหลักการด้านวิทยาศาสตร์ไปใช้ในการบริหารงานในครอบครัวของตน
(2) ทำการศึกษาวิธีการเคลื่อนไหวส่วนต่างๆ ของร่างกายในขณะทำงาน (Motion Study)
(3) หาหนทางทำงานที่ดีที่สุดเพื่อลดการเคลื่อนไหวที่ไม่จำเป็น
(4) เป็นวิศวกรชาวฝรั่งเศสทำงานอยู่ในบริษัทถ่านหินและเหล็กกล้ามาเป็นเวลานานพอสมควร
(5) กำหนดชื่อของวิธีการเคลื่อนไหวซึ่งมีอยู่ 17 แบบ ภายใต้ชื่อ Therbligs
ข้อ 19 : ปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Groupthink ในกรณีที่พิจารณาปัญหาของพนักงานโดยใช้รูปคณะกรรมการ หมายถึง
(1) ทุกคนในกลุ่มสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่
(2) การประสานงานทางความคิดของกลุ่ม
(3) ปัญหาต่างๆ ได้นำมาพิจารณาถึงเหตุถึงผลจนได้ข้อสรุปที่เหมาะสมที่สุด
(4) พฤติกรรมประเภทพวกมากลากไปจนลืมเหตุผลที่ควรจะเป็น
(5) ทุกคนในกลุ่มสามารถอภิปราย แต่หาข้อสรุปไม่ได้อย่างชัดเจน
ข้อ 20 : ความเชื่อ ค่านิยม และรูปแบบของพฤติกรรมร่วมของกลุ่มที่เห็นพ้องต้องกันและยึดถือปฏิบัติสืบทอดกัน เรียกว่า
(1) เจตคติ
(2) ความเชื่อ
(3) วัฒนธรรม
(4) ค่านิยม
(5) ปทัสถาน
ข้อ 21 : องค์การเป็นระบบที่ประกอบด้วย
(1) การรวมกันของระบบย่อยต่างๆ ในองค์การที่ดำเนินงานโดยมีเป้าหมายที่แตกต่างกัน
(2) กลุ่มของนโยบายและกระบวนการขององค์การ
(3) การรวมกันของกลุ่มเนื้องานที่ต้องกระทำ
(4) ส่วนต่างๆ ที่ต้องพึ่งพากันซึ่งมีหน้าที่ร่วมกันในการทำให้บรรลุเป้าหมาย
(5) ระบบย่อยที่พึ่งพากันซึ่งปฏิสัมพัทธ์กับสภาวะแวดล้อมภายนอก
ข้อ 22 : ผู้ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น “First Lady of Manangement” คือ
(1) Mary Parker Follett
(2) Lillian Gilbreth
(3) Indra Nooyi
(4) Hilary Clinton
(5) Ursula Burns
ข้อ 23 : ความรับผิดชอบขั้นต้นที่ธุรกิจต้องมีในการประกอบธุรกิจคือ ความรับผิดชอบด้าน
(1) ด้านเศรษฐกิจและสังคม
(2) ด้านกฎหมายและเศรษฐกิจ
(3) ด้านกฎหมายและจริยธรรม
(4) ด้านเศรษฐกิจและจริยธรรม
(5) ด้านจริยธรรมและตอบสนองสังคม
ข้อ 24 : การตัดสินใจโดยคำนึงถึงความน่าจะเป็นของผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น เป็นการตัดสินใจภายใต้เงื่อนไขดังนี้
(1) ความไม่แน่นอน
(2) ความแน่นอน
(3) ความเสี่ยง
(4) ความสลับซับซ้อน
(5) ความแปรปวน
ข้อ 25 : การศึกษาความแตกต่างของวัฒนธรรมของแต่ละประเทศตามแนวคิดของ Hofstede นั้น ถ้าวัฒนธรรมของประเทศนั้นเน้นเรื่อง Feminity หมายถึง
(1) การเน้นเพศหญิงเป็นสำคัญ
(2) การเน้นด้านคุณภาพของวัตถุ
(3) การเน้นด้านคุณภาพชีวิต
(4) การเน้นด้านคุณภาพในการทำงาน
(5) การเน้นด้านความยืดหยุ่นในการทำงาน
ข้อ 26 : ผู้เสนอทฤษฎีการบริหารโดยวัตถุประสงค์ (Manangement by Objectives) คือ
(1) Peter Drucker
(2) Abraham Maslow
(3) Milton Friedman
(4) Henri Fayol
(5) Chester Barnard
ข้อ 27 : ข้อความใดที่ไม่ถูกต้อง
(1) การวางแผนเป็นเรื่องของจิตใจ เป็นกระบวนการของความนึกคิดก่อนลงมือทำ
(2) การวางแผนเป็นเรื่องที่จะต้องทำก่อนเรื่องอื่นๆ
(3) การวางแผนเป็นเรื่องของการกำหนดเป้าหมายและวัตถุประสงค์ขององค์การ และการกำหนดวิธีปฏิบัติเพื่อบรรลุเป้าหมายขององค์การ
(4) การวางแผนเป็นเรื่องของการบังคับบัญชาบุคคลต่างๆ ภายในองค์การ
(5) การวางแผนคือการกำหนดรูปแบบอนาคตตามที่ต้องการพร้อมทั้งการกำหนดแนวทาง
ข้อ 28 : เหตุผลที่สำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้ผู้บริหารต้องมีการจัดการเชิงกลยุทธนั้น ได้แก่
(1) ต้องการความเจริญก้าวหน้า
(2) ต้องการขยายกิจการ
(3) ต้องการสร้างความแตกต่าง
(4) ต้องการสร้างความได้เปรียบเชิงการแข่งขัน
(5) ต้องการสร้างความมั่งคั่งให้แก่ผู้ถือหุ้น
ข้อ 29 : ผู้ที่มีบทบาทในการค้นคว้า The Hawthorne Studies ที่สามารถสรุปผลและนำผลที่ได้จากการวิจัยมาเป็นแนวคิดในด้านการจัดการในระยะเวลาต่อมาคือนักวิจัยจาก Harvard Business School ที่ชื่อว่า
(1) Peter F. Drucker
(2) Douglas McGregor
(3) Hugo Munsterberg
(4) Abraham Maslow
(5) Elton Mayo
ข้อ 30 : การเข้าสู่ตลาดต่างประเทศเพื่อขยายโอกาสทางการค้าโดยป้องกันความเสี่ยงจากการลงทุนและได้รับความคุ้มครองจากผู้ร่วมลงทุนใน Host Country จะกระทำได้โดยลักษณะ
(1) การส่งออก (Exporting)
(2) การให้สิทธิในการผลิตสินค้า (Licensing)
(3) การร่วมทุน (Joint Venture)
(4) การเปิดกิจการ ณ ประเทศนั้นๆ
(5) การจ้างตัวแทนชาวต่างชาติให้ทำหน้าที่แทนเราในประเทศคู่ค้า
ข้อ 31 : ผู้ที่ได้ศึกษาการเคลื่อนไหวของร่างกาย (Motion Study) ซึ่งมีอยู่ 17 แบบ และกำหนดชื่อว่า Therbligs คือ
(1) Taylor
(2) Fayol
(3) Gilbreth
(4) Mayo
(5) Gantt
ข้อ 32 : ทักษะทางการบริหาร (Management Skills) ที่ทำให้ผู้บริหารส่วนใหญ่ประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว คือ
(1) ทักษะด้านความคิดรวบยอด (Conceptual Skills)
(2) ทักษะด้านเทคนิคการปฏิบัติการ (Technical Skills)
(3) ทักษะด้านการแก้ปัญหา (Problem-Solving Skills)
(4) ทักษะด้านกลยุทธ์ (Strategic Skills)
(5) ทักษะด้านมนุษยสัมพันธ์ (Human Relations Skills)
ข้อ 33 : คนที่จะมีคุณสมบัติในการเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneur) นั้นจะต้องมีคุณสมบัติดังนี้ ยกเว้น
(1) พยายามเสาะแสวงหาโอกาสและนำโอกาสเหล่านี้มาใช้ให้เป็นประโยชน์
(2) กล้าเสี่ยง ยอมแม้กระทั่งใช้ทรัพยากรที่มีของตนมาใช้ในสิ่งที่เชื่อมั่น
(3) มีแรงจูงใจสูง มีความทะเยอทะยานไปสู่ความสำเร็จ
(4) ไม่ย่อท้อต่อคำนินทา ติเตียน แต่มีความมุ่งมั่นในสิ่งที่ตนเองเชื่อ
(5) มีความรอบคอบ อนุรักษ์ (Conservative) และประหยัดมัธยัสถ์
ข้อ 34 : ลักษณะของปัญหาที่ไม่เกิดขึ้นบ่อยๆ หรือไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลย มักนิยมใช้การตัดสินใจแบบ
(1) Programmed Decision
(2) Progress Decision
(3) Direct Decision
(4) Routine Decision
(5) Nonprogrammed Decision
ข้อ 35 : วิทยาศาสตร์การจัดการ (Management Science) คือ ศาสตร์ที่เกี่ยวกับการใช้อะไร
(1) หลักสังคมศาสตร์ในการบริหาร
(2) หลักวิทยาศาสตร์ธรรมชาติในการบริหาร
(3) หลักคณิตศาสตร์และสถิติในการบริหาร
(4) หลักบริหารและจิตวิทยา
(5) ผิดทุกข้อ
ข้อ 36 : ตามหลักการ 14 ข้อของ Henri Fayol ว่าด้วยความสามัคคี การทำงานเป็นทีมอย่างสันติสุขและมีเอกภาพนั้น ตรงกับคำต่อไปนี้คือ
(1) Order
(2) Equity
(3) Scalar Chain
(4) Unity of Direction
(5) Esprit de Corps
ข้อ 37 : องค์การแบบข้ามชาติ (Multinational Corporation) เป็นองค์การซึ่งกำหนดโครงสร้างโดยคำนึงถึงความสำคัญและเชื่อถือคนของประเทศแม่ (Home Country) ซึ่งเป็นแนวคิดแบบ
(1) Polycentric Attitude
(2) Geocentric Attitude
(3) Ethnocentric Attitude
(4) Parochialism
(5) ไม่มีข้อใดถูก
ข้อ 38 : การบริหารหรือการจัดการตามความหมายของนักวิชาการหมายถึงสิ่งต่อไปนี้ ยกเว้นข้อใด
(1) ศิลปะหรือความสามารถในการรวมวัตถุและกำลังคนเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้
(2) การรับผิดชอบต่อความสำเร็จหรือความล้มเหลวของผู้บริโภค
(3) กระบวนการทางสังคมซึ่งประกอบไปด้วยกิจกรรมที่มักจะเกี่ยวกับการติดต่อสัมพันธ์ระหว่างบุคคล
(4) เป็นกระบวนการจัดองค์การและการใช้ทรัพยากรต่างๆ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ล่วงหน้า
(5) การทำงานให้สำเร็จโดยอาศัยผู้อื่น
ข้อ 40 : องค์การธุรกิจจะต้องพยายามสร้างสรรค์เพื่อก่อให้เกิดคุณค่าและประโยชน์ต่างๆ แก่ Stakeholders ที่ธุรกิจดำเนินการเกี่ยวข้องอยู่ คำว่า Stakeholders นี้หมายถึง
(1) ผู้ถือหุ้น หรือเจ้าของกิจการ
(2) ผู้ส่งวัตถุดิบ
(3) ผู้บริหาร พนักงาน ลูกค้า
(4) ชุมชนที่ธุรกิจตั้งอยู่รวมทั้งหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ของรัฐ
(5) ถูกทุกข้อ
ข้อ 41 : วัตถุประสงค์การบริหารจัดการเพื่อทำให้เกิดผลิตภาพ (Productivity) นั้นคือ
(1) ทำให้เกิดประสิทธิภาพ (Efficiency)
(2) ทำให้เกิดประสิทธิผล (Effectiveness)
(3) ทำให้ผลการดำเนินงานบรรลุเป้าหมาย
(4) ทำให้สามารถลดต้นทุน (Cost Reduction)
(5) ถูกทั้ง 1 และ 2
ข้อ 42 : การที่มีผู้กล่าวว่าธุรกิจในปัจจุบันจำเป็นต้องยึดหลักระบบเปิด (Open System) เพราะจำเป็นต้องเกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมรอบตัวมากขึ้น ในขณะที่ธุรกิจในลักษณะปิด (Closed System) มีลักษณะ
(1) Peter F. Drucker
(2) Douglas McGregor
(3) Hugo Munsterberg
(4) Abraham Maslow
(5) Elton Mayo
ข้อ 43 : หากมีผู้กล่าวว่าปัจจัยสำคัญในการบริหารคือ 4 M นั้นหมายถึงสิ่งต่อไปนี้ ยกเว้นข้อใด
(1) คน (Man)
(2) เงิน (Money)
(3) วัสดุ (Materials)
(4) ตลาด (Market)
(5) การบริหาร (Management)
ข้อ 44 : การศึกษา The Hawthorne Studies มีความสำคัญต่อการบริหาร/จัดการ เพราะ
(1) ทำให้ทราบว่าแสงสว่างนั้นมีผลต่อการทำงานเป็นอย่างยิ่ง
(2) ทำให้ทราบว่ากลุ่มนั้นมีอิทธิพลต่อการทำงานและผลผลิตที่ออกมา รวมทั้งมาตรฐานของกลุ่มเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์ที่สำคัญ
(3) ทำให้ทราบว่าแสงสว่างมากหรือน้อยเกินไปทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง
(4) ทำให้ทราบว่าการหยุดพักขณะทำงานมีผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการทำงานเท่าเทียมกับการปรับลดกระแสไฟฟ้า
(5) เป็นการศึกษาเกี่ยวกับการนำปัจจัยอื่นๆ เช่น กระแสไไฟฟ้า ความสะดวกสบายในขณะทำงานมาทดลอง ทำให้เห็นถึงความสำคัญของตัวแปรเหล่านี้
ข้อ 45 : นิเวศวิทยา (Ecology) เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ
(1) ความสัมพันธ์ของคนกับสภาพเศรษฐกิจ
(2) ความสัมพันธ์ของคนกับมลภาวะ
(3) ความสัมพันธ์ของมลภาวะกับชุมชนที่อยู่อาศัย
(4) ความสัมพันธ์ของโลกกับสภาพแวดล้อม
(5) ความสัมพันธ์ของคนกับสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ
ข้อ 46 : พันธะที่จะต้องปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จ เป็นความหมายของ
(1) การมอบหมายงาน
(2) ความรับผิดชอบ
(3) อำนาจหน้าที่
(4) การสั่งการ
(5) ภาระหน้าที่
ข้อ 47 : ผู้ที่ทำการศึกษาค้นคว้าและพบว่าผู้บริหารนั้นมีบทบาท (Management Roles) หลายประการ คือ
(1) Peter Drucker
(2) Henry Mintzberg
(3) Douglas McGregor
(4) Frederick W. Taylor
(5) Henri Fayol
ข้อ 48 : ในการบริหารงานต้องคำนึงถึงหลักประสิทธิภาพ (Efficiency) และหลักประสิทธิผล (Effectiveness) หลักประสิทธิภาพ หมายถึง
(1) การพิจารณาถึงผลสำเร็จที่ธุรกิจสามารถกระทำได้ตามเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้
(2) การพิจารณาถึงทุนที่ลงไปและผลลัพธ์ที่ได้ว่ามีความคุ้มค่ามากน้อยเพียงใด
(3) การพิจารณาถึงปัจจัยต่างๆ ที่ลงทุนไปว่ามีต้นทุนต่ำสุดหรือไม่
(4) การพิจารณาถึงผลสัมฤทธิ์ที่ได้รับว่าเป็นไปตามแผนหรือไม่
(5) การประหยัดค่าใช้จ่ายในการลงทุน
ข้อ 49 : Culture Shock หมายถึง
(1) วัฒนธรรมที่น่าสะพรึงกลัว
(2) วัฒนธรรมที่แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว
(3) การยึดถือวัฒนธรรมที่ตรงข้ามกัน
(4) สิ่งที่ขัดขวางการเจริญเติบโตของวัฒนธรรม
(5) การที่ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมใหม่ได้
ข้อ 50 : วัตถุประสงค์ทางธุรกิจโดยทั่วไปมักกำหนดวัตถุประสงค์ไว้ดังนี้ ยกเว้นข้อใด
(1) เพื่อหาผลกำไร
(2) เพื่อให้มีทักษะเหนือกว่าคู่แข่งขัน
(3) เพื่อรักษาวัฒนธรรมขององค์การ
(4) เพื่อหาความมั่งคั่ง
(5) เพื่อหาทางเจริญก้าวหน้า
ข้อ 51 : หลักการ แนวคิดที่ Adam Smith ผู้เขียนหนังสือ The Wealth of Nations ในปี ค.ศ. 1776 ได้กำหนดไว้ที่สำคัญคือ
(1) การแบ่งงานกันทำ (Division of Labour) เพื่อประสิทธิภาพในการผลิตและเพิ่มทักษะพนักงาน
(2) การวางแผน การจัดการ การชักนำ และการควบคุม
(3) การทำงานเป็นทีม (Teamwork)
(4) การปฏิรูประบบการทำงานเป็นกลุ่มคณะ
(5) การลดต้นทุนเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของชาติ
ข้อ 52 : ความมั่นคงในหน้าที่การงาน (Stability of Tenure) ตามความหมายของ Henri Fayol หมายถึง
(1) คนงานจะสามารถทำงานได้ดีย่อมต้องการเวลาหรือเพื่อเรียนรู้งานสักระยะหนึ่ง ดังนั้นจึงไม่ควรโยกย้ายหรือออกจากงานนั้นก่อนเวลาอันควร
(2) ผู้บริหารควรยึดหลักความสามัคคี (Esprit de Corps) ทำให้พนักงานมีความสมานสามัคคีมั่นคงต่อวิชาชีพของตนเอง
(3) ผู้บริหารควรให้สวัสดิการพื้นฐานเพื่อสร้างความมั่นคงในเส้นทางอาชีพของพนักงาน
(4) ควรยึดหลักคุณธรรมและความพอใจของพนักงาน รวมทั้งการสนับสนุนให้ผู้ใต้บังคับบัญชา มีความคิดริเริ่มเพื่อความเป็นปึกแผ่นของธุรกิจ
(5) การออกคำสั่งจำเป็นต้องระบุเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อให้ปฏิบัติงานถูกต้องแม่นยำ
ข้อ 53 : หน้าที่ของผู้จัดการที่นักวิชาการยอมรับกันโดยทั่วไปได้แก่หน้าที่ต่อไปนี้ ยกเว้น
(1) การควบคุมดูแล (Controlling)
(2) การจัดองค์การ (Organizing)
(3) การบังคับบัญชา (Directing)
(4) การฝึกอบรม (Training)
(5) การวางแผน (Planning)
ข้อ 54 : ผู้บริหารของบริษัทหนึ่งตัดสินใจพยุงราคาสินค้าโดยไม่ปรับราคาขึ้นตามกระแส ด้วยเหตุผลเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้บริโภคในภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยนั้น การตัดสินใจเช่นนี้เป็นเรื่องที่ต้องคำนึงถึงจริยธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคมโดยยึดหลัก
(1) ความยุติธรรมและความเสมอภาค
(2) สิทธิประโยชน์
(3) สัญญาประชาคม
(4) อรรถประโยชน์
(5) ผลลัพธ์ต่อตนเอง
ข้อ 55 : การปรับลดขนาดขององค์การ (Downsizing) หมายถึง
(1) การตัดลดจำนวนพนักงานให้เหลือเท่าที่จำเป็น
(2) การลดขนาดขององค์กรให้เล็กลงกะทัดรัด
(3) วิธีการปรับปรุงประสิทธิภาพในการบริหารงาน
(4) เป็นการลดขั้นตอนในการทำงานให้น้อยลง
(5) ถูกทุกข้อ
ข้อ 56 : ตามความหมายของ Henri Fayol คำว่า เอกภาพในการบังคับบัญชา (Unity of Command) หมายถึง
(1) ความสามัคคีกันระหว่างผู้บังคับบัญชาที่ออกคำสั่งทุกระดับ
(2) การมีผู้บังคับบัญชาหลายๆคน แต่ทุกคนต้องสามัคคี
(3) ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในการสั่งงาน
(4) การมีผู้บังคับบัญชาเพียงหนึ่งเดียวที่เป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรง (เหนือหัว)
(5) การที่ผู้บังคับบัญชาสามารถเข้ากันได้อย่างสนิทสนมดูเสมือนเป็นคนๆเดียวกันทั้งองค์กร
ข้อ 57 : Chester Barnard ได้ศึกษาแนวคิดของ Taylor และ Weber จึงได้สรุปแนวคิดที่ได้ต่อยอดจากผลงานดังกล่าวโดยเขียนเป็นหนังสือชื่อ
(1) Science Management
(2) In Search of Excellence
(3) Cheaper by the Dozen
(4) The Functions of the Executive
(5) General Administrative
ข้อ 58 : ถ้าพิจารณาด้านจริยธรรม (Ethics) การโกหกสีขาว (White Lie) หมายถึง
(1) การนำหลักการด้านศีลธรรมเข้ามาปฏิบัติ
(2) การใช้ข่าวสารที่ไม่ก่อให้เกิดการตื่นตระหนก
(3) การใช้ข่าวสารที่เป็นเท็จ
(4) การตกแต่งข่าวสารให้เกิดความเป็นเลิศ
(5) การกล่าวหาผู้อื่นโดยแอบแฝง
ข้อ 59 : การจัดการแบบวิทยาศาสตร์ (Scientific Management) คือ การจัดการที่มีลักษณะแบบใด
(1) การนำผลการทดลองมาใช้ทำงานจริง
(2) แบบการจัดการในห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์
(3) แบบใช้วิชาด้านฟิสิกส์ เคมี และชีววิทยา
(4) แบบการหาหลักเกณฑ์ในการทำงานให้มีประสิทธิภาพ
(5) ผิดทุกข้อ
ข้อ 60 : หากเปรียบเทียบผลงานแนวความคิดของ Frederick W. Taylor กับ Henri Fayol แล้ว ความแตกต่างจะอยู่ตรงที่ว่า
(1) Frederick W. Taylor เน้นย้ำบทบาทของนายจ้าง ขณะที่ Henri Fayol เน้นย้ำบทบาทของพนักงานเป็นสำคัญ
(2) Frederick W. Taylor เน้นย้ำเรื่องของการบริหารในระดับโรงงาน (Shop Level) หรือพนักงาน ขณะที่ Fayol เน้นย้ำในระดับของผู้จัดการ (Management Level)
(3) Frederick W. Taylor เน้นย้ำในเรื่องการทำงานตามความถนัด ขณะที่ Fayol เน้นย้ำการแบ่งงานกันทำ
(4) Frederick W. Taylor เน้นย้ำในเรื่องการเอาหลักวิทยาศาสตร์มาใช้ในการทำงาน ขณะที่ Fayol เน้นในเรื่องการปฏิบัติเป็นสำคัญ
(5) ถูกทุกข้อ
ข้อ 61 : การที่ผู้บังคับบัญชามีสิทธิอันชอบธรรมที่จะปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือสั่งให้บุคคลอื่นปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้นั้น เรียกว่า
(1) ความรับผิดชอบ
(2) การมอบอำนาจ
(3) การมอบหมายงาน
(4) อำนาจหน้าที่
(5) ภาระหน้าที่
ข้อ 62 : ข้อใดต่อนี้อธิบายความหมายของงบประมาณรายได้ (Revenue Budgets) ได้อย่างถูกต้อง
(1) งบประมาณรายได้ คือต้นทุนของสินค้าที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
(2) งบประมาณรายได้ คือรายได้ที่จะเกิดขึ้นจริงจากแผนการขายในอนาคต
(3) งบประมาณรายได้ คือส่วนต่างที่เกิดขึ้นจริงเมื่อเทียบกับรายได้คู่แข่ง
(4) งบประมาณรายได้ คือการคาดการณ์จำนวนเงินสดในมือล่วงหน้าขององค์กร
(5) งบประมาณรายได้ คือค่าคงที่ของการขายหรือการผลิตขององค์กร
ข้อ 63 : Gantt Chart แผนภูมิแกนท์ หรือที่เราคุ้นเคยกันคือ Bar Chart ถูกพัฒนาขึ้นระหว่างก่อนปี 1900 โดยนักวิชาการท่านใด
(1) Henry Gantt
(2) Frederick Taylor
(3) Henri Fayol
(4) Max Weber
(5) ผิดทุกข้อ
ข้อ 64 : ข้อใดกล่าวผิด
(1) การวิเคราะห์ต้นทุน คือ เทคนิคการวางแผนที่กำหนดต้นทุนหรือรายได้ที่เพิ่มขึ้นเพื่อการตัดสินใจ
(2) การวิเคราะห์ต้นทุน มีการวิเคราะห์ต้นทุนในระยะสั้น และการวิเคราะห์ต้นทุนในระยะยาว
(3) ต้นทุนที่เห็นได้ชัด (Explicit Cost) หมายถึง ต้นทุนที่จ่ายออกไปจริง สามารถบันทึกลงในบัญชีได้ เช่น ค่าแรงงาน ค่าวัตถุดิบ ค่าโฆษณา
(4) ถูกทั้ง 1, 2, และ 3
(5) ผิดทุกข้อ
ข้อ 65 : ข้อใดคือประโยชน์ที่เกิดจากการใช้ Linear Programming
(1) สามารถพิจารณาเส้นทางการขนส่ง เพื่อให้เกิดค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด
(2) สามารถพิจารณาเลือกจ่ายเงินค่าโฆษณา เมื่อมีสินค้าอยู่หลายตัว
(3) สามารถพิจารณาว่าจะต้องผลิตสินค้าแต่ละชนิดตามจำนวนที่ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด
(4) สามารถจัดสรรทรัพยากรให้ได้ประโยชน์สูงสุดตามวัตถุประสงค์ขององค์การ
(5) ถูกทุกข้อ
ข้อ 66 : ข้อใดคือขั้นตอนในการทำ MBO
(1) การวางวัตถุประสงค์และกลยุทธ์ขององค์การ
(2) วัตถุประสงค์ที่เฉพาะกิจได้ทำร่วมกันโดยสมาชิกในแผนก
(3) แบ่งวัตถุประสงค์หลักไปยังแผนกต่างๆ
(4) แผนงานปฏิบัติถูกนำไปใช้
(5) ถูกทุกข้อ
ข้อ 67 : ข้อใดมิใช่การกำหนดกลยุทธ์ในระดับหน้าที่
(1) Business Strategies
(2) Financial Strategies
(3) Marketing Development Strategy
(4) Research and Development Strategy
(5) Human Resource Management Strategy
ข้อ 68 : กลยุทธ์ใดที่เกิดขึ้นจากการเปรียบเทียบปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก
(1) ยุทธการรุกราน
(2) กลยุทธ์การแข่งขัน
(3) กลยุทธ์การอนุรักษ์
(4) ข้อ 1 และ 3 ถูก
(5) ถูกทุกข้อ
ข้อ 69 : กลยุทธ์ใดต้องใช้ปัจจัยการเจริญเติบโตของตลาดควบคู่ไปกับปัจจัยในการแข่งขัน
(1) กลยุทธ์การแข่งขัน
(2) แมทริกซ์กลยุทธ์หลัก
(3) แมทริกซ์การเจริญเติบโต
(4) แมทริกซ์กลุ่มปฏิกิริยาบอสตัน
(5) แมทริกซ์ความดึงดูดทางอุตสาหกรรม
ข้อ 70 : ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ขั้นตอนการทำ Benchmarking ในการปรับปรุงงาน
(1) ขั้นตอนการวางแผน (Planning Stage)
(2) ขั้นตอนการวิเคราะห์ข้อมูล (Analysis Stage)
(3) ขั้นตอนการบูรณาการ (Integration Stage)
(4) ขั้นตอนการปฏิบัติ (Action Stage)
(5) ขั้นตอนการเปรียบเทียบข้อมูล (Compilation Stage)
ข้อ 71 : ข้อใดคือหลักการสำคัญในการออกแบบองค์กร
(1) ต้องมีข้อมูลและการประสานงานที่ดี
(2) ต้องทราบจุดมุ่งหมายหลักขององค์การ
(3) ต้องวิเคราะห์งบการเงิน
(4) ต้องทราบงบประมาณขององค์การ
(5) ถูกทุกข้อ
ข้อ 72 : ปัจจัยใดที่มีผลกระทบต่อการออกแบบองค์การ
(1) คน
(2) โครงสารขององค์การ
(3) งาน
(4) สภาพแวดล้อม
(5) ค่าใช้จ่าย
ข้อ 73 : ข้อใดเป็นองค์ประกอบของระบบสารสนเทศ
(1) ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์
(2) ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ข้อมูล
(3) ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ข้อมูล บุคลากร
(4) ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ข้อมูล ขั้นตอนการปฏิบัติงาน
(5) ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ข้อมูล บุคลากร ขั้นตอนการปฏิบัติงาน
ข้อ 74 : ข้อใดเขียนคำว่าเทคโนโลยีสารสนเทศได้ถูกต้อง
(1) Techno Information
(2) Information Techno
(3) Information Technology
(4) Technology Information
(5) Information System
ข้อ 75 : ข้อใดไม่ใช่กิจกรรมหลักของการบริหารทรัพยากรมนุษย์ที่ใช้ประโยชน์จากผลการประเมินการปฏิบัติงาน
(1) การสรรหาและคัดเลือกบุคลากร
(2) การเลื่อนตำแหน่ง
(3) การพัฒนาบุคลากรรายบุคคล
(4) การปรับปรุงงาน
(5) การสนับสนุนให้มีการรับฟังความคิดเห็นข้อเสนอแนะจากบุคลากร
ข้อ 76 : ข้อใดไม่ใช่กิจกรรมในการสรรหาและคัดเลือกบุคลากร
(1) การรับสมัครงาน
(2) การจัดสอบข้อเขียนและสัมภาษณ์
(3) การตรวจสอบหลักฐานและบุคคลที่อ้างอิง
(4) การทำประกันสุขภาพและอุบัติเหตุให้บุคลากร
(5) การว่าจ้างและติดตามผลการปฏิบัติงานระหว่างทดลองงาน
ข้อ 77 : หลักการสืบทอดตำแหน่งงานทางสายโลหิต เป็นการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ประเภทใด
(1) ระบบคุณธรรม
(2) ระบบอุปถัมภ์
(3) ระบบนักบริหารระดับสูง
(4) ระบบคุณธรรมและระบบอุปถัมภ์
(5) ถูกทุกข้อ
ข้อ 78 : ข้อใดถูกต้องที่สุด
(1) ระบบอุปถัมภ์และระบบคุณธรรม คือการสรรหาคนเข้าทำงานในรูปแบบเดียวกัน
(2) ระบบอุปถัมภ์และระบบคุณธรรม ขาดเหตุผลที่น่าเชื่อถือในการคัดเลือกคนเก่ง คนดี
(3) ระบบคุณธรรม มีการแทรกแซงทางการเมือง
(4) ระบบอุปถัมภ์ มีความโปร่งใส เป็นธรรม
(5) ระบบอุปถัมภ์ พิจารณาคัดเลือกคนเข้าทำงานตามความชอบของผู้มีอำนาจ คัดเลือกแบบเครือญาติ พรรคพวกเพื่อนฝูง
ข้อ 79 : วิธีใดคือการจัดการเปลี่ยนแปลง
(1) การให้มีส่วนร่วมหรือเข้ามาเกี่ยวข้อง
(2) การเจรจาต่อรองและการให้รางวัล
(3) การเอามาเป็นพวก
(4) การบังคับ
(5) ถูกทุกข้อ
ข้อ 80 : การบริหารความเครียดข้อใดถูกที่สุด
(1) ทำลักษณะงานให้น่าสนใจ
(2) การให้มีที่ปรึกษา
(3) นั่งสมาธิ
(4) การสร้างบรรยากาศที่ดีในองค์การที่เป็นการสนับสนุนพนักงาน
(5) ถูกทุกข้อ
ข้อ 81 : การควบคุมนอกเวลาปฏิบัติงาน เป็นการควบคุมที่เน้นในด้านใด
(1) การทำงานให้ดีขึ้น
(2) ความปลอดภัยของพนักงาน
(3) งานบริการ
(4) ตรวจสอบพนักงานที่อู้งาน
(5) ปรับปรุงงานให้ดีขึ้น
ข้อ 82 : เราจะทำอย่างไรเพื่อลดการเกิด Groupthink
(1) เพิ่มความหลากหลายของมุมมอง
(2) ยึดความคิดเห็นของผู้นำกลุ่มเป็นหลัก
(3) ไม่ชอบการแสดงความคิดเห็น
(4) แสดงความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกัน
(5) สร้างกลุ่มให้มีขนาดใหญ่
ข้อ 83 : ข้อใดไม่ใช่หลักการที่ผู้บริหารควรนำมาพัฒนาองค์การ
(1) การกำหนดเป้าหมาย
(2) ความเข้าใจในสถานการณ์
(3) การปรับปรุงสัมพันธภาพ
(4) การตัดสินใจเบ็ดเสร็จอยู่ที่ผู้บริหาร
(5) การบริหารแบบเผด็จการ
ข้อ 84 : ข้อใดคือข้อดีของการตัดสินใจเป็นกลุ่ม
(1) ได้ข้อมูลครบถ้วน
(2) เพิ่มความหลากหลายของมุมมอง
(3) คุณภาพของการตัดสินใจสูงขึ้น
(4) Solution ที่กลุ่มตัดสินใจลงไปได้รับการยอมรับมากขึ้น
(5) ถูกทุกข้อ
ข้อ 85 : มัวร์เฮดและกริฟฟินได้ให้ความหมายขององค์การว่าอย่างไร
(1) การจัดบุคคลเพื่อให้บรรลุจุดมุ่งหมายเฉพาะอย่าง
(2) กลุ่มของบุคคลที่มาทำงานเพื่อให้บรรลุจุดมุ่งหมายร่วมกัน
(3) เป็นกลุ่มบุคคลที่มาทำงานร่วมกันภายใต้โครงสร้างที่กำหนด
(4) การศึกษาพฤติกรรมของมนุษย์
(5) ถูกทุกข้อ
ข้อ 86 : ข้อใดไม่ใช่คุณลักษณะที่สำคัญ 4 ประการของกลุ่ม
(1) ต้องมีคนสองคนหรือมากกว่าที่มีปฏิสัมพันธ์กัน
(2) มีโครงสร้างกลุ่มที่คงที่
(3) ต่างคนต่างจุดมุ่งหมาย
(4) สมาชิกรับรู้ถึงการเป็นกลุ่มของตน
(5) การที่บุคคลในองค์การทำงานร่วมกันให้บรรลุเป้าหมายขององค์การ
ข้อ 87 : ความหมายพฤติกรรมขององค์การ คือ
(1) มาจากการรวมคำสองคำเข้าด้วยกัน คำว่า “พฤติกรรม” กับ “องค์การ”
(2) กลุ่มขนาดใหญ่ในองค์การ
(3) การจูงใจแบบกลุ่ม
(4) พฤติกรรมพนักงานในองค์การ
(5) ถูกทุกข้อ
ข้อ 88 : ข้อใดคือข้อดีของการตัดสินใจเป็นกลุ่ม
(1) เพิ่มความหลากหลายของมุมมอง
(2) ใช้เวลาในการตัดสินใจช้า
(3) กลุ่มอาจถูกครอบงำโดยคนบางคน
(4) ความรับผิดชอบไม่ชัดเจน
(5) มีความกดดันมาก
ข้อ 89 : ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์การสื่อสารต่อองค์การ
(1) เพื่อวัดระดับความรู้
(2) เพื่อแจ้งข้อมูลข่าวสาร
(3) เพื่อกระตุ้นและจูงใจ
(4) เพื่อวินิจฉัยและสั่งการ
(5) เพื่อสร้างความสัมพันธ์
ข้อ 90 : องค์ประกอบในการเปลี่ยนแปลงในองค์การข้อใดสำคัญที่สุด
(1) ผู้นำการเปลี่ยนแปลง
(2) การสื่อสาร
(3) การสร้างงาน
(4) การสำรวจองค์การ
(5) นโยบายการเปลี่ยนแปลง
ข้อ 91 : ข้อใดไม่ใช่วัตถุประสงค์ในการพัฒนาองค์การ
(1) การสร้างระบบ
(2) การแก้ไขปัญหาร่วมกัน
(3) การมีอำนาจสูงสุด
(4) สมาชิกพร้อมที่จะเผชิญปัญหาสามารถแก้ปัญหาโดยทีมงาน
(5) ถูกทุกข้อ
ข้อ 92 : ข้อใดคือความหมายของคำว่า “บรรทัดฐาน”
(1) รูปแบบของพฤติกรรมที่ได้รับความคาดหวัง
(2) ระดับชั้น หรือสถานภาพของบุคคลในกลุ่ม
(3) ขนาดของกลุ่มที่มีผลต่อพฤติกรรมโดยรวม
(4) มาตรฐานพฤติกรรมที่เป็นที่ยอมรับ
(5) การดำเนินกิจกรรมที่ต้องใช้ความรู้ความสามารถ
ข้อ 93 : ข้อใดคือการอธิบายคำว่า “จิตวิทยา” ได้ถูกต้อง
(1) เป็นศาสตร์แห่งการเมืองและปกครอง
(2) เป็นศาสตร์ที่เกี่ยวกับความต่างทางวัฒนธรรมของมนุษย์
(3) เป็นศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับจิตใต้สำนึกที่ไม่ได้เกิดจากการใช้ความคิดเป็นสิ่งที่ติดเป็นนิสัย
(4) การอยู่ร่วมกันของคนในสังคม
(5) ถูกทุกข้อ
ข้อ 94 : ปัจจัยเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์การมีอะไรบ้าง
(1) บทบาทของผู้ก่อตั้ง การขัดเกลาทางสังคม
(2) บทบาทของพนักงาน การวางแผนงาน
(3) การทำงานร่วมกันของพนักงานและผู้บริหาร
(4) การวางแผนการตลาด
(5) การดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
ข้อ 95 : ข้อใดคือลักษณะของวัฒนธรรมที่จะทำให้องค์การบรรลุประสิทธิผล
(1) การผูกพัน
(2) การปรับตัว
(3) การประพฤติปฏิบัติได้สม่ำเสมอ
(4) มีวิสัยทัศน์และภารกิจขององค์การที่เหมาะสม
(5) ถูกทุกข้อ
ข้อ 96 : ข้อใดไม่ใช่สื่อสิ่งพิมพ์
(1) วารสาร
(2) เอกสาร
(3) หนังสือในโอกาสพิเศษ
(4) รายงานประจำปี
(5) ภาพยนตร์
ข้อ 97 : ข้อใดคือองค์การที่มีวัฒนธรรมที่เน้นเรื่องการทำงานเป็นทีม
(1) Role Culture
(2) Task Culture
(3) Existential Culture
(4) Leader Culture
(5) Bureaucratic Culture
ข้อ 98 : ข้อใดคือความหมายของกลุ่มประเภท “Task Group”
(1) กลุ่มของคนทำงานที่มีหัวหน้าคนเดียวกัน
(2) กลุ่มที่มารวมกันเพื่อทำงานชิ้นใดชิ้นหนึ่งเป็นการเฉพาะ
(3) กลุ่มที่ทำงานร่วมกันเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ทุกคนให้ความสนใจร่วมกัน
(4) กลุ่มคนที่มารวมตัวกันเพราะถูกอัธยาศัยกัน
(5) เป็นกลุ่มงานที่หัวหน้างานเป็นผู้จัดกลุ่มขึ้น
ข้อ 99 : การติดต่อสื่อสารมี 2 ระบบ มีแบบใดบ้าง
(1) One-Way, Three-Way
(2) Two-Way, Four-Way
(3) One-Way, Two-Way
(4) Three-Way, Four-Way
(5) One-Way, Four-Way
ข้อ 100 : ข้อใดที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์การ
(1) เมื่อเกิดปัญหาใหญ่/วิกฤติการณ์
(2) เปลี่ยนผู้นำระดับสูง
(3) องค์การมีขนาดเล็ก
(4) มีการรวมกิจการ
(5) ถูกทุกข้อ




