LAW2103
📍 พิกัดสั่งซื้อพร้อมเฉลย
ซื้อข้อสอบ (เล่ม/มีคำอธิบาย):
Attorney285
Sheet and Book
ซื้อหนังสือ: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พร้อมหัวข้อเรื่องทุกมาตรา
เพิ่มเติม
1. วิชา LAW (ทั้งหมด)
2. วิชา LAW2103
3. มาตราที่ใช้ตอบ LAW2103
แนวข้อสอบนี้จัดทำเพื่อเป็นแนวทางในการอ่านหนังสือ กรณีต้องการคำอธิบาย/วินิจฉัยรูปแบบเต็ม สามารถสั่งซื้อได้จากลิงก์ด้านบนหรือคลิกด้านล่าง
ข้อ 1: ในขณะที่นายหล่อและนางสวยซึ่งเป็นสามีภริยากันได้พากันไปเดินเล่นที่ห้าง C นั้น นายโหดซึ่งเสพยาบ้าและเกิดอาคารคลั่งได้ทำการกราดยิงปืนไปทั่วบริเวณห้าง ทำให้ทุกคนวิ่งหนีกันอลหม่าน ต่อมานายโหดได้ใช้ปืนชี้มาที่นางสวย นายหล่อจึงพังประตูเพื่อเข้าช่วยเหลือนางสวยให้พ้นจากวิถีกระสุน แต่ประตูได้พังไปล้มทับนายซวย ทำให้นายซวยได้รับบาดเจ็บขาหัก ดังนี้ ให้วินิจฉัยว่าห้าง C และนายซวยจะเรียกร้องให้ผู้ใดรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นได้หรือไม่ เพราะเหตุใด
มาตรา 420 – ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
มาตรา 449 – บุคคลใดเมื่อกระทำการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายก็ดี กระทำตามคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายก็ดี หากก่อให้เกิดเสียหายแก่ผู้อื่นไซร้ ท่านว่าบุคคลนั้นหาต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนไม่
ผู้ต้องเสียหายอาจเรียกค่าสินไหมทดแทนจากผู้เป็นต้นเหตุให้ต้องป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือจากบุคคลผู้ให้คำสั่งโดยละเมิดนั้นก็ได้
คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)
สรุป: ห้าง C และนายซวย สามารถเรียกให้นายโหดรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ทั้งนี้ ตามเหตุผลและหลักกฎหมายดังกล่าวข้างต้น
—–
ข้อ 2: นายเมฆเป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ในวันเกิดเหตุนางฝนซึ่งตั้งครรภ์ได้ 6 เดือนมีอาการเจ็บท้องได้มาตรวจรักษาที่ห้องฉุกเฉินในโรงพยาบาลแห่งนี้โดยนางฝนได้ลงลายมือชื่อในหนังสือยินยอมให้ทำการรักษาว่า หากนางฝนได้รับอันตราย เนื่องจากการรักษา นางฝนจะไม่เรียกร้องหรือฟ้องร้องแก่พยาบาล แพทย์ และโรงพยาบาล หลังจากนั้นนายเมฆซึ่งเป็นแพทย์เวรอยู่ห้องแพทย์เวรห่างออกไป 20 เมตรจากห้องฉุกเฉินได้รับโทรศัพท์จากพยาบาลว่านางฝนมีอาการปวดท้อง จึงวินิจฉัยโรคและสั่งการให้พยาบาลฉีดยากันมดลูกหด (ยาบริคานิล) และยากันชัก (ยาฟิโนบาร์บ) โดยไม่ได้ตรวจดูประวัติการรักษาของคนไข้ด้วยตัวเอง หลังจากนั้นนางฝนมีอาการแพ้ยาอย่างรุนแรง โดยนางฝนไม่เคยมีประวัติแพ้ยามาก่อนทำให้เกิดแผลพุพองตามผิวหนังของร่างกายและเน่าเฟะ ตาเกิดอาการพร่ามัวทำให้ขาดสมรรถภาพในการมองเห็น ดังนี้ นางฝนจะสามารถฟ้องนายเมฆและโรงพยาบาลให้รับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอย่างอื่นอันมิใช่ตัวเงินได้หรือไม่ เพราะเหตุใด
มาตรา 420 – ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
มาตรา 425 – นายจ้างต้องร่วมกันรับผิดกับลูกจ้างในผลแห่งละเมิด ซึ่งลูกจ้างได้กระทำไปในทางการที่จ้างนั้น
มาตรา 446 วรรคหนึ่ง – ในกรณีทำให้เขาเสียหายแก่ร่างกายหรืออนามัยก็ดี ในกรณีทำให้เขาเสียเสรีภาพก็ดี ผู้ต้องเสียหายจะเรียกร้องเอาค่าสินไหมทดแทนเพื่อความที่เสียหายอย่างอื่นอันมิใช่ตัวเงินด้วยอีกก็ได้ สิทธิเรียกร้องอันนี้ไม่โอนกันได้ และไม่ตกสืบไปถึงทายาท เว้นแต่สิทธินั้นจะได้รับสภาพกันไว้โดยสัญญาหรือได้เริ่มฟ้องคดีตามสิทธินั้นแล้ว
คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)
สรุป: นางฝนสามารถเรียกให้นายเมฆและโรงพยาบาลรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอย่างอื่นอันมิใช่ตัวเงินได้ตามมาตรา 446 วรรคหนึ่ง ทั้งนี้ ตามเหตุผลและหลักกฎหมายดังกล่าวข้างต้น
—–
ข้อ 3: ในเวลากลางวันเกิดเหตุรถไฟชนรถกระบะที่จังหวัดราชบุรี เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน ผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 คน ปรากฎข้อเท็จจริงว่ารถไฟแล่นมาด้วยความเร็วสูงตามเส้นทางยาวไม่มีสถานีรถไฟอยู่ข้างหน้า แต่เมื่อแล่นมาถึงจุดเกิดเหตุพนักงานขับรถไฟได้เปิดเสียงแตรและสัญญาณไฟให้ผู้ขับรถกระบะซึ่งจอดติดอยู่ที่รางรถไฟเคลื่อนย้ายรถออกไป แต่ปรากฎว่ารถกระบะยังจอดติดอยู่ที่เดิมซึ่งภายหลังทราบว่าเป็นรถแต่งโหลดเตี้ยทำให้ตัวรถติดราง และบริเวณดังกล่าวไม่ใช่ทางสำหรับให้รถข้ามรางรถไฟ แต่เป็นทางลัดที่ชาวบ้านในชุมชนทำขึ้นมาใช้กันเอง ให้วินิจฉัยว่า จากเหตุการณ์นี้ผู้ใดที่ต้องรับผิดในทางละเมิด ขอให้อธิบายประกอบข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
มาตรา 420 – ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
มาตรา 437 วรรคหนึ่ง – บุคคลใดครอบครองหรือควบคุมดูแลยานพาหนะอย่างใด ๆ อันเดินด้วยกำลังเครื่องจักรกล บุคคลนั้นจะต้องรับผิดชอบเพื่อการเสียหายอันเกิดแต่ยานพาหนะนั้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการเสียหายนั้นเกิดแต่เหตุสุดวิสัย หรือเกิดเพราะความผิดของผู้ต้องเสียหายนั้นเอง
คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)
สรุป: ผู้ขับรถกระบะต้องรับผิดในทางละเมิดต่อผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บคนอื่น ตามมาตรา 420 ทั้งนี้ ตามเหตุผลและหลักกฎหมายดังกล่าวข้างต้น
—–
ข้อ 4: นายเดชาอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยากับนางสุขใจ มีบุตรด้วยกันสองคน คือ นางสาวนิด อายุ 18 ปี และนายดาว อายุ 22 ปี โดยนายเดชาใช้บุตรทั้งสองคนใช้นามสกุลแต่ไม่ได้ส่งเสียเลี้ยงดู เนื่องจากมีเหตุทำให้นายเดชาและนางสุขใจต้องเลิกรากันไป โดยบุตรทั้งสองคนนั้นได้ไปอาศัยอยู่กับนางหนูซึ่งเป็นพี่น้องร่วมบิดาเดียวกันกับนางสุขใจ โดยนางหนูเป็นผู้ส่งเสียเลี้ยงดูนางสาวนิดและนายดาวมาโดยตลอด วันเกิดเหตุนางสาวนิดและนางหนูได้เดินทางโดยรถยนต์ไปทำธุระที่ต่างจังหวัดด้วยกัน ปรากฎว่านายมานะซึ่งขับรถยนต์บรรทุกมาด้วยความเร็วสูงและไม่ได้ระมัดระวัง รถยนต์บรรทุกเกิดเบรกแตกและเสียหลักชนกับรถยนต์ของนางสาวนิดและนางหนู ทำให้ทั้งสองคนนั้นถึงแก่ความตาย ดังนี้ จงวินิจฉัยว่า ใครบ้างที่มีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนสำหรับค่าปลงศพและค่าขาดไร้อุปการะจากนายมานะในกรณีที่นางสาวนิดและนางหนูถึงแก่ความตาย
มาตรา 443 – ในกรณีทำให้เขาถึงตายนั้น ค่าสินไหมทดแทนได้แก่ค่าปลงศพรวมทั้งค่าใช้จ่ายอันจำเป็นอย่างอื่น ๆ อีกด้วย
ถ้ามิได้ตายในทันที ค่าสินไหมทดแทนได้แก่ค่ารักษาพยาบาลรวมทั้งค่าเสียหายที่ต้องขาดประโยชน์ทำมาหาได้เพราะไม่สามารถประกอบการงานนั้นด้วย
ถ้าว่าเหตุที่ตายลงนั้นทำให้บุคคลหนึ่งคนใดต้องขาดไร้อุปการะตามกฎหมายไปด้วยไซร้ ท่านว่าบุคคลคนนั้นชอบที่จะได้รับค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)
สรุป: ในกรณีที่นางสาวนิดถึงแก่ความตาย ผู้ที่มีสิทธิเรียกค่าปลงศพได้คือ นางสุขใจและนายดาว ส่วนผู้ที่มีสิทธิเรียกค่าขาดไร้อุปการะได้คือ นางสุขใจ
ในกรณีที่นางหนูถึงแก่ความตาย ผู้ที่มีสิทธิเรียกค่าปลงศพได้คือ นางสุขใจ แต่สำหรับค่าขาดไร้อุปการะ ไม่มีผู้ใดที่มีสิทธิเรียกได้ ทั้งนี้ ตามเหตุผลและหลักกฎหมายดังกล่าวข้างต้น





