LAW2102
📍 พิกัดสั่งซื้อพร้อมเฉลย
ซื้อข้อสอบ (เล่ม/มีคำอธิบาย):
Sheet Ram
Attorney285
ซื้อหนังสือ: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พร้อมหัวข้อเรื่องทุกมาตรา
เพิ่มเติม
1. วิชา LAW (ทั้งหมด)
2. วิชา LAW2102
3. มาตราที่ใช้ตอบ LAW2102
แนวข้อสอบนี้จัดทำเพื่อเป็นแนวทางในการอ่านหนังสือ กรณีต้องการคำอธิบาย/วินิจฉัยรูปแบบเต็ม สามารถสั่งซื้อได้จากลิงก์ด้านบนหรือคลิกด้านล่าง
ข้อ 1: นายหมีทำสัญญาให้แก่นายแมวกู้ยืมเงินจำนวน 200,000 บาท โดยมีข้อตกลงว่าถ้านายแมวมีเงินเมื่อใดค่อยนำมาชำระคืนให้แก่นายหมีที่บริษัทของนายหมี ต่อมาในวันที่ 17 พฤษภาคม 2565 นายแมวแวะมาทำธุระแถวบริษัทของนายหมี นายแมวจึงได้นำเงินจำนวน 200,000 บาท มาชำระคืนให้แก่นายหมี แต่นายหมีติดประชุมกับลูกค้ารายใหญ่ จึงไม่สะดวกลงมารับชำระหนี้ และขอให้นายแมวกลับบ้านไปก่อน ดังนี้ ให้วินิจฉัยว่า ใครตกเป็นผู้ผิดนัด เพราะเหตุใด
มาตรา 203 – ถ้าเวลาอันจะพึงชำระหนี้นั้นมิได้กำหนดลงไว้ หรือจะอนุมานจากพฤติการณ์ทั้งปวงก็ไม่ได้ไซร้ ท่านว่าเจ้าหนี้ย่อมจะเรียกให้ชำระหนี้ได้โดยพลัน และฝ่ายลูกหนี้ก็ย่อมจะชำระหนี้ของตนได้โดยพลันดุจกัน
ถ้าได้กำหนดเวลาไว้ แต่หากกรณีเป็นที่สงสัย ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเจ้าหนี้จะเรียกให้ชำระหนี้ก่อนถึงเวลานั้นหาได้ไม่ แต่ฝ่ายลูกหนี้จะชำระหนี้ก่อนกำหนดนั้นก็ได้
มาตรา 204 – ถ้าหนี้ถึงกำหนดชำระแล้ว และภายหลังแต่นั้นเจ้าหนี้ได้ให้คำเตือนลูกหนี้แล้ว ลูกหนี้ยังไม่ชำระหนี้ไซร้ ลูกหนี้ได้ชื่อว่าผิดนัดเพราะเขาเตือนแล้ว
ถ้าได้กำหนดเวลาชำระหนี้ไว้ตามวันแห่งปฏิทิน และลูกหนี้มิได้ชำระหนี้ตามกำนดไซร้ ท่านว่าลูกหนี้ตกเป็นผู้ผิดนัดโดยมิพักต้องเตือนเลย วิธีเดียวกันนี้ท่านให้ใช้บังคับแก่กรณีที่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าก่อนการชำระหนี้ ซึ่งได้กำหนดเวลาลงไว้อาจคำนวณนับได้โดยปฏิทินนับแต่วันที่ได้บอกกล่าว
มาตรา 212 – ถ้ามิได้กำหนดเวลาชำระหนี้ไว้ก็ดี หรือถ้าลูกหนี้มีสิทธิที่จะชำระหนี้ได้ก่อนเวลากำหนดก็ดี การที่เจ้าหนี้มีเหตุขัดข้องชั่วคราวไม่อาจรับชำระหนี้ที่เขาขอปฏิบัติแก่ตนได้นั้น หาทำให้เจ้าหนี้ตกเป็นผู้ผิดนัดไม่ เว้นแต่ลูกหนี้จะได้บอกกล่าวชำระหนี้ไว้ล่วงหน้าโดยเวลาอันสมควร
คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)
สรุป: ทั้งนายหมีเจ้าหนี้และนายแมวลูกหนี้ ยังไม่ตกเป็นผู้ผิดนัด
—–
ข้อ 2: นายหนึ่งทำสัญญายืมรถยนต์จากนายสองกำหนดส่งคืนที่บ้านของนายสองในวันที่ 1 มีนาคม 2565 เมื่อถึงกำหนดนัด นายหนึ่งนำรถยนต์มาคืนนายสองที่บ้าน แต่ปรากฎว่านายสองไปเที่ยวต่างจังหวัด นายหนึ่งจึงไม่สามารถคืนรถยนต์ให้แก่นายสองได้ ต่อมาในวันที่ 15 มีนาคม 2565 ขณะที่นายหนึ่งยังมิได้คืนรถยนต์ให้แก่นายสองได้เกิดไฟไหม้รถยนต์คันดังกล่าวเสียหายทั้งคืน โดยไฟลุกไหม้มาจากบ้านข้างเคียงซึ่งไม่ใช่ความผิดของนายหนึ่งเลย ภายหลังจากนั้นในวันที่ 30 พฤษภาคม 2565 นายสองกลับมาจากต่างจังหวัด ดังนี้ ให้วินิจฉัยว่า นายหนึ่งจะต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่นายสองจากการที่ไม่มีรถยนต์ส่งคืนหรือไม่ เพราะเหตุใด
มาตรา 205 – ตราบใดการชำระหนี้นั้นยังมิได้กระทำลงเพราะพฤติการณ์อันใดอันหนึ่งซึ่งลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดชอบ ตราบนั้นลูกหนี้ยังหาได้ชื่อว่าผิดนัดไม่
มาตรา 207 – ถ้าลูกหนี้ขอปฏิบัติการชำระหนี้ และเจ้าหนี้ไม่รับชำระหนี้นั้นโดยปราศจากมูลเหตุอันจะอ้างกฎหมายได้ไซร้ ท่านว่าเจ้าหนี้ตกเป็นผู้ผิดนัด
มาตรา 208 วรรคหนึ่ง – การชำระหนี้จะให้สำเร็จผลเป็นอย่างใด ลูกหนี้จะต้องขอปฏิบัติการชำระหนี้ต่อเจ้าหนี้เป็นอย่างนั้นโดยตรง
มาตรา 219 วรรคหนึ่ง – ถ้าการชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยเพราะพฤติการณ์อันใดอันหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นภายหลังที่ได้ก่อหนี้ และซึ่งลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดชอบนั้นไซร้ ท่านว่าลูกหนี้เป็นอันหลุดพ้นจากการชำระหนี้นั้น
คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)
สรุป: นายหนึ่งไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่นายสองจากการที่ไม่มีรถยนต์ส่งคืน
—–
ข้อ 3: นายกิตติ เจ้าของที่ดินทำสัญญาซื้อขายที่ดินแปลงหนึ่งกับนายเรื่องราคา 300,000 บาท ปรากฎว่าก่อนวันนัดโอนไม่กี่วัน นายกิตติกลับนำที่ดินดังกล่าวไปทำสัญญาจำนองกับนายพฤกษาแลกกับเงินจำนวน 250,000 บาท โดยนายพฤกษารู้ว่านายกิตติทำสัญญาซื้อขายไปกับนายเรื่องแล้ว นายเรื่องจะใช้มาตรการทางกฎหมายในการควบคุมกองทรัพย์สินของลูกหนี้ได้บ้างหรือไม่ เพราะเหตุใด
มาตรา 237 วรรคหนึ่ง – เจ้าหนี้ชอบที่จะร้องขอให้ศาลเพิกถอนเสียได้ซึ่งนิติกรรมใด ๆ อันลูกหนี้ได้กระทำลงทั้งรู้อยู่ว่าจะเป็นทางให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ แต่ความข้อนี้ท่านมิให้ใช้บังคับ ถ้าปรากฏว่าในขณะที่ทำนิติกรรมนั้น บุคคลซึ่งเป็นผู้ได้ลาภงอกแต่การนั้นมิได้รู้เท่าถึงข้อความจริงอันเป็นทางให้เจ้าหนี้ต้องเสียเปรียบนั้นด้วย แต่หากกรณีเป็นการทำให้โดยเสน่หา ท่านว่าเพียงแต่ลูกหนี้เป็นผู้รู้ฝ่ายเดียวเท่านั้นก็พอแล้วที่จะขอเพิกถอนได้
คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)
สรุป: นายเรื่องสามารถใช้มาตรการทางกฎหมายในการควบคุมกองทรัพย์สินของลูกหนี้ได้ โดยการร้องขอให้ศาลเพิกถอนเสียได้ซึ่งนิติกรรมจำนองดังกล่าวตามมาตรา 237
—–
ข้อ 4: นายหนึ่งเป็นเจ้าหนี้ในหนี้เงินจำนวน 600,000 บาท โดยมีนายสองและนายสามเป็นลูกหนี้ร่วมกันในสัญญากู้ฉบับนี้ ครั้นเมื่อหนี้ถึงกำหนดชำระ นายหนึ่งได้ฟ้องนายสองเพียงคนเดียวให้ชำระหนี้เต็มจำนวน นายสองสู้ว่า นายสองต้องรับผิดเพียงครึ่งเดียว ส่วนอีกครึ่งหนึ่งเป็นความรับผิดของนายสาม ดังนี้ให้วินิจฉัยว่า นายหนึ่งฟ้องเรียกให้นายสองชำระหนี้ได้หรือไม่ เพียงใด เพราะเหตุใด
มาตรา 291 – ถ้าบุคคลหลายคนจะต้องทำการชำระหนี้โดยทำนองซึ่งแต่ละคนจำต้องชำระหนี้สิ้นเชิงไซร้ แม้ถึงว่าเจ้าหนี้ชอบที่จะได้รับชำระหนี้สิ้นเชิงได้แต่เพียงครั้งเดียว (กล่าวคือลูกหนี้ร่วมกัน) ก็ดี เจ้าหนี้จะเรียกชำระหนี้จากลูกหนี้แต่คนใดคนหนึ่งสิ้นเชิงหรือแต่โดยส่วนก็ได้ตามแต่จะเลือก แต่ลูกหนี้ทั้งปวงก็ยังคงต้องผูกพันอยู่ทั่วทุกคนจนกว่าหนี้นั้นจะได้ชำระเสร็จสิ้นเชิง
คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)
สรุป: นายหนึ่งสามารถฟ้องรียกให้นายสองชำระหนี้เต็มจำนวนคือ 600,000 บาทได้





