LAW2102
📍 พิกัดสั่งซื้อพร้อมเฉลย
ซื้อข้อสอบ (เล่ม/มีคำอธิบาย):
Sheet Ram
Attorney285
ซื้อหนังสือ: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พร้อมหัวข้อเรื่องทุกมาตรา
เพิ่มเติม
1. วิชา LAW (ทั้งหมด)
2. วิชา LAW2102
3. มาตราที่ใช้ตอบ LAW2102
แนวข้อสอบนี้จัดทำเพื่อเป็นแนวทางในการอ่านหนังสือ กรณีต้องการคำอธิบาย/วินิจฉัยรูปแบบเต็ม สามารถสั่งซื้อได้จากลิงก์ด้านบนหรือคลิกด้านล่าง
ข้อ 1: จันทร์เป็นลูกหนี้ตามสัญญาเช่า อังคารเป็นเจ้าหนี้ สัญญาเช่ากำหนดให้จันทร์ชำระค่าเช่าจำนวนเงิน 20,000 บาทให้แก่อังคารในวันที่ 30 มกราคม 2564 โดยชำระที่บ้านของอังคาร เมื่อถึงกำหนดวันที่ 30 มกราคม 2564 ปรากฎว่าจันทร์ได้ชำระหนี้ให้แก่อังคารจำนวน 20,000 บาทด้วยเงินสด แต่อังคารปฏิเสธไม่ยอมรับโดยอ้างว่าไม่สะดวกจะรับ ดังนี้ ให้วินิจฉัยว่าอังคารตกเป็นผู้ผิดนัดหรือไม่ เพราะเหตุใด
มาตรา 207 – ถ้าลูกหนี้ขอปฏิบัติการชำระหนี้ และเจ้าหนี้ไม่รับชำระหนี้นั้นโดยปราศจากมูลเหตุอันจะอ้างกฎหมายได้ไซร้ ท่านว่าเจ้าหนี้ตกเป็นผู้ผิดนัด
มาตรา 208 วรรคหนึ่ง – การชำระหนี้จะให้สำเร็จผลเป็นอย่างใด ลูกหนี้จะต้องขอปฏิบัติการชำระหนี้ต่อเจ้าหนี้เป็นอย่างนั้นโดยตรง
คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)
สรุป: อังคารเจ้าหนี้ตกเป็นผู้ผิดนัด
–
ข้อ 2: จันทร์เช่าปั๊มน้ำมันของอังคารมาดำเนินกิจการ พุธทำละเมิดให้หลังคาปั๊มน้ำมันเสียหาย จันทร์ได้ใช้ค่าซ่อมแซมจำนวนเงิน 200,000 ให้แก่อังคารแล้ว ดังนี้ให้วินิจฉัยว่า จันทร์จะเรียกร้องให้พุธผู้ทำละเมิดรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายจำนวน 200,000 บาทนั้นให้แก่ตนได้หรือไม่ เพราะเหตุใด
มาตรา 226 วรรคหนึ่ง – บุคคลผู้รับช่วงสิทธิของเจ้าหนี้ ชอบที่จะใช้สิทธิทั้งหลายบรรดาที่เจ้าหนี้มีอยู่โดยมูลหนี้ รวมทั้งประกันแห่งหนี้นั้นได้ในนามของตนเอง
มาตรา 227 – เมื่อเจ้าหนี้ได้รับค่าสินไหมทดแทนความเสียหายเต็มตามราคาทรัพย์หรือสิทธิซึ่งเป็นวัตถุแห่งหนี้นั้นแล้ว ท่านว่าลูกหนี้ย่อมเข้าสู่ฐานะเป็นผู้รับช่วงสิทธิของเจ้าหนี้อันเกี่ยวกับทรัพย์หรือสิทธินั้น ๆ ด้วยอำนาจกฎหมาย
คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)
สรุป: จันทร์ไม่อยู่ในฐานะผู้รับช่วงสิทธิ จึงไม่สามารถเรียกร้องให้พุธผู้ทำละเมิดรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายจำนวน 200,000 บาท ให้แก่ตนได้
—–
ข้อ 3: ต้นเป็นหนี้เอกหนึ่งล้านบาท ทรัพย์สินของต้นมีไม่พอชำระหนี้ ต่อมาต้นได้รับมรดกที่ดินมา 10 ไร่ ต้นกลับยกที่ดินดังกล่าวให้กลางและปลาย ซึ่งเป็นน้องของตนโดยเสน่หา กลางและปลายแยกส่วนของตนได้คนละ 5 ไร่ กลางนำส่วนของตนไปจำนองไก่ ไก่รับจำนองไว้โดยสุจริต ส่วนของปลายนำเอาไปขายให้ไข่ ไข่รับซื้อไว้ โดยรู้ว่ามีหนี้ผูกพันกันอยู่ เอกจะบังคับชำระหนี้เอากับต้นลูกหนี้ ได้อย่างไรบ้าง ยกหลักกฎหมายประกอบคำตอบให้ชัดเจน
มาตรา 237 – เจ้าหนี้ชอบที่จะร้องขอให้ศาลเพิกถอนเสียได้ซึ่งนิติกรรมใด ๆ อันลูกหนี้ได้กระทำลงทั้งรู้อยู่ว่าจะเป็นทางให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ แต่ความข้อนี้ท่านมิให้ใช้บังคับ ถ้าปรากฏว่าในขณะที่ทำนิติกรรมนั้น บุคคลซึ่งเป็นผู้ได้ลาภงอกแต่การนั้นมิได้รู้เท่าถึงข้อความจริงอันเป็นทางให้เจ้าหนี้ต้องเสียเปรียบนั้นด้วย แต่หากกรณีเป็นการทำให้โดยเสน่หา ท่านว่าเพียงแต่ลูกหนี้เป็นผู้รู้ฝ่ายเดียวเท่านั้นก็พอแล้วที่จะขอเพิกถอนได้
บทบัญญัติดังกล่าวมาในวรรคก่อนนี้ ท่านมิให้ใช้บังคับแก่นิติกรรมใดอันมิได้มีวัตถุเป็นสิทธิในทรัพย์สิน
มาตรา 238 – การเพิกถอนดังกล่าวมาในบทมาตราก่อนนั้นไม่อาจกระทบกระทั่งถึงสิทธิของบุคคลภายนอก อันได้มาโดยสุจริตก่อนเริ่มฟ้องคดีขอเพิกถอน
การเพิกถอนดังกล่าวมาในบทมาตราก่อนนั้นไม่อาจกระทบกระทั่งถึงสิทธิของบุคคลภายนอก อันได้มาโดยสุจริตก่อนเริ่มฟ้องคดีขอเพิกถอน
มาตรา 239 – การเพิกถอนนั้นย่อมได้เป็นประโยชน์แก่เจ้าหนี้หมดทุกคน
คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)
สรุป: เอกจะบังคับชำระหนี้เอากับต้นได้โดยการฟ้องขอเพิกถอนการฉ้อฉล (นิติกรรมการให้) เพื่อให้ทรัพย์สิน (ที่ดิน) กลับมาเป็นของต้นลูกหนี้และขอบังคับชำระหนี้เอากับที่ดินดังกล่าวต่อไป
—–
ข้อ 4: เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2564 นายหล่อและนายสวยได้ร่วมกันทำสัญญาซื้อรถยนต์มือสองจากเต็นท์รถยนต์ของนายเม้งในราคา 300,000 บาท โดยนายหล่อและนางสวยได้ตกลงเลือกรถยนต์ Honda Civic สีดำ รุ่นปี 2018 เลขทะเบียน กก 2244 จากรถยนต์มือสองสภาพดีกว่า 500 คัน ตกลงส่งมอบรถยนต์วันที่ 7 มกราคม 2565 ตามฤกษ์ที่หมอดูชื่อดังแนะนำ โดยไม่ได้มีการกำหนดสถานที่ส่งมอบไว้แต่อย่างใด พร้อมกับที่นายหล่อและนางสวยจะได้ชำระราคารถยนต์ทั้งหมดให้กับนายเม้งในการซื้อรถยนต์ดังกล่าวนั้น นายหล่อและนางสวยได้ทำข้อตกลงระหว่างกันเองไว้ว่านางสวยไม่ต้องรับผิดแต่อย่างใดเลยในหนี้จำนวนนี้ เมื่อถึงกำหนดนัด นายเม้งได้แจ้งให้นางสวยมารับรถยนต์คันดังกล่าวที่เต็นท์รถยนต์ของนายเม้งพร้อมชำระราคาค่ารถยนต์ทั้งหมดจำนวน 300,000 บาท ให้แก่ตน นางสวยปฏิเสธอ้างว่านายเม้งจะต้องนำรถยนต์คันดังกล่าวมาส่งมอบให้แก่ตนและนายหล่อที่บ้านซึ่งเป็นภูมิลำเนาปัจจุบันตามที่อยู่ซึ่งได้ระบุไว้ในสัญญา อีกทั้งนางสวยไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ ในหนี้ค่ารถยนต์จำนวน 300,000 บาท เนื่องจากได้ทำข้อตกลงไว้กับนายหล่อตั้งแต่ต้นว่านางสวยไม่ต้องรับผิดชอบแต่อย่างใดเลยในหนี้จำนวนนี้ นายเม้งจึงต้องทวงถามค่ารถยนต์ค้างชำระจากนายหล่อเท่านั้น ดังนี้ ให้วินิจฉัยว่า
(ก) นายเม้งจะต้องส่งมอบรถยนต์ให้แก่นายหล่อและนางสวย ณ สถานที่ใด
(ข) นายเม้งมีสิทธิเรียกร้องให้นางสวยเพียงคนเดียวชำระหนี้ค่ารถยนต์ทั้งหมดจำนวน 300,000 บาท ให้แก่ตนได้หรือไม่ เพียงใดเพราะเหตุใด
จงอธิบายพร้อมยกหลักกฎหมายประกอบ
มาตรา 291 – ถ้าบุคคลหลายคนจะต้องทำการชำระหนี้โดยทำนองซึ่งแต่ละคนจำต้องชำระหนี้สิ้นเชิงไซร้ แม้ถึงว่าเจ้าหนี้ชอบที่จะได้รับชำระหนี้สิ้นเชิงได้แต่เพียงครั้งเดียว (กล่าวคือลูกหนี้ร่วมกัน) ก็ดี เจ้าหนี้จะเรียกชำระหนี้จากลูกหนี้แต่คนใดคนหนึ่งสิ้นเชิงหรือแต่โดยส่วนก็ได้ตามแต่จะเลือก แต่ลูกหนี้ทั้งปวงก็ยังคงต้องผูกพันอยู่ทั่วทุกคนจนกว่าหนี้นั้นจะได้ชำระเสร็จสิ้นเชิง
มาตรา 324 – เมื่อมิได้มีแสดงเจตนาไว้โดยเฉพาะเจาะจงว่าจะพึงชำระหนี้ ณ สถานที่ใดไซร้ หากจะต้องส่งมอบทรัพย์เฉพาะสิ่ง ท่านว่าต้องส่งมอบกัน ณ สถานที่ซึ่งทรัพย์นั้นได้อยู่ในเวลาเมื่อก่อให้เกิดหนี้นั้น ส่วนการชำระหนี้โดยประการอื่น ท่านว่าต้องชำระ ณ สถานที่ซึ่งเป็นภูมิลำเนาปัจจุบันของเจ้าหนี้
คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)
สรุป:
(ก) นายเม้งจะต้องส่งมอบรถยนต์ให้แก่นายหล่อและนางสวย ณ เต็นท์รถยนต์ของนายเม้ง
(ข) นายเม้งมีสิทธิเรียกให้นางสวยเพียงคนเดียวชำระหนี้ค่ารถยนต์ทั้งหมดจำนวน 300,000 บาท ให้แก่ตนได้





