LAW2101
📍 พิกัดสั่งซื้อพร้อมเฉลย
ซื้อข้อสอบ (เล่ม/มีคำอธิบาย):
Attorney285
Sheet and Book
ซื้อหนังสือ: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พร้อมหัวข้อเรื่องทุกมาตรา
เพิ่มเติม
1. วิชา LAW (ทั้งหมด)
2. วิชา LAW2101
3. มาตราที่ใช้ตอบ LAW2101
แนวข้อสอบนี้จัดทำเพื่อเป็นแนวทางในการอ่านหนังสือ กรณีต้องการคำอธิบาย/วินิจฉัยรูปแบบเต็ม สามารถสั่งซื้อได้จากลิงก์ด้านบนหรือคลิกด้านล่าง
ข้อ 1: แมวครอบครองที่ดินมีโฉนดของหมูเพื่อปลูกข้าว จนได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินของหมู โดยอายุความครอบครองปรปักษ์ แต่ยังไม่ได้นำไปจดทะเบียนการได้มาต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ต่อมาหมูได้ทราบเรื่องดังกล่าว หมูจึงวางแผนกับนกซึ่งเป็นเพื่อนสนิทว่าตนเองจะยกที่ดินแปลงดังกล่าวของตนให้แก่นก โดยสัญญาให้ทำถูกต้องตามแบบของกฎหมายทุกประการ (ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่) เมื่อนกได้รับที่ดินมาแล้วนกจึงไปฟ้องขับไล่แมว ดังนี้ จงวินิจฉัยว่า แมวจะอ้างได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ที่ดินของหมู ขึ้นต่อสู้กับนกได้หรือไม่ เพราะเหตุใด
มาตรา 1299 วรรคสอง – “ถ้ามีผู้ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์หรือทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์โดยทางอื่นนอกจากนิติกรรม สิทธิของผู้ได้มานั้น ถ้ายังมิได้จดทะเบียนไซร้ ท่านว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนไม่ได้ และสิทธิอันยังมิได้จดทะเบียนนั้น มิให้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกผู้ได้สิทธิมาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริต และได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้ว”
คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)
สรุป: แมวสามารถอ้างการได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ที่ดินของหมูขึ้นต่อสู้กับนกได้
—–
ข้อ 2: A B และ C เป็นเจ้าของรวมในที่ดินและตึกแถวขนาด 3 คูหาแห่งหนึ่ง โดยทั้ง A B และ C มีสัดส่วนความเป็นเจ้าของในที่ดินและตึกแถวนั้นเท่าๆกัน ในวันหนึ่ง A พบว่าฝ้าเพดานภายในตึกแถวนั้น ผุพังและอาจถล่มลงมาทำให้เกิดความเสียหายได้ A จึงเรียกช่างให้มาซ่อมแซมฝ้าเพดานโดย ไม่ได้ปรึกษา B และ C และชำระค่าซ่อมเพดานไปเป็นจำนวนเงิน 15,000 บาท A จึงมาเรียกเก็บค่าซ่อมฝ้าเพดานกับ B และ C B และ C ปฏิเสธการจ่ายเงินโดยอ้างว่า A ไม่ได้มาปรึกษาพวกตนก่อนการซ่อมฝ้าเพดาน ดังนี้ จงวินิจฉัยว่า A จะสามารถเรียกเก็บค่าซ่อมฝ้าเพดานจาก B และ C ได้หรือไม่ เป็นจำนวนเงินเท่าใด
มาตรา 1356 – ถ้าทรัพย์สินเป็นของบุคคลหลายคนรวมกัน ท่านให้ใช้บทบัญญัติในหมวดนี้บังคับ เว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น
มาตรา 1358 – ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเจ้าของรวมมีสิทธิจัดการทรัพย์สินรวมกัน
ในเรื่องจัดการตามธรรมดา ท่านว่าพึงตกลงโดยคะแนนข้างมากแห่งเจ้าของรวม แต่เจ้าของรวมคนหนึ่ง ๆ อาจทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งในทางจัดการตามธรรมดาได้ เว้นแต่ฝ่ายข้างมากได้ตกลงไว้เป็นอย่างอื่น แต่เจ้าของรวมคนหนึ่ง ๆ อาจทำการเพื่อรักษาทรัพย์สินได้เสมอ
ในเรื่องจัดการอันเป็นสาระสำคัญ ท่านว่าต้องตกลงกันโดยคะแนนข้างมากแห่งเจ้าของรวม และคะแนนข้างมากนั้นต้องมีส่วนไม่ต่ำกว่าครึ่งหนึ่งแห่งค่าทรัพย์สิน
การเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ที่ประสงค์นั้น ท่านว่าจะตกลงกันได้ก็แต่เมื่อเจ้าของรวมเห็นชอบทุกคน
มาตรา 1362 – เจ้าของรวมคนหนึ่ง ๆ จำต้องช่วยเจ้าของรวมคนอื่น ๆ ตามส่วนของตนในการออกค่าจัดการ ค่าภาษีอากร และค่ารักษา กับทั้งค่าใช้ทรัพย์สินรวมกันด้วย
คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)
สรุป: A สามารถเรียกเก็บค่าซ่อมฝ้าเพดานจาก B และ C ได้คนละ 5,000 บาท
—–
ข้อ 3: กุมภาครอบครองทำนาในที่ดินมีโฉนดของมีนาที่อยู่ในจังหวัดสุรินทร์ติดต่อกันได้ 7 ปี และบอกกับชาวบ้านในบริเวณที่ดินนั้นว่าตนเป็นเจ้าของที่ดิน โดยที่มีนาไม่ทราบเรื่องดังกล่าว พอขึ้นปีที่ 8 เมษาได้มาชักชวนให้กุมภาไปทำงานที่กรุงเทพฯ กุมภาตอบตกลงไปทำงานที่กรุงเทพฯ เป็นเวลา 6 เดือน แล้วถูกเลิกจ้างเนื่องจากเศรษฐกิจไม่ดี กุมภาจึงกลับมาทำนาในที่ดินแปลงเดิมของมีนา มีนารู้เรื่องจึงแจ้งให้กุมภาออกไปจากที่ดินนั้น แต่กุมภาอ้างว่าตนเองไม่มีงานอื่นทำแล้ว จึงขอครอบครองที่ดินเพื่อทำนาหาเลี้ยงชีพ ต่อไปโดยจะให้ข้าวที่เก็บเกี่ยวได้บางส่วนแก่มีนาเป็นการตอบแทน มีนาสงสารจึงตอบตกลง เมื่อกุมภาทำนาในที่ดินของมีนาและส่งมอบข้าวให้มีนาอย่างต่อเนื่องไปอีก 3 ปี กุมภาก็เลิกส่งมอบข้าวให้มีนา เมื่อมีนามาทวงถาม กุมภาจึงอ้างว่าที่ดินตกเป็นกรรมสิทธิ์ของตนแล้ว ดังนั้น ตนจึงไม่จำเป็นต้องส่งข้าวให้มีนาเพื่อเป็นการตอบแทนการใช้ที่ดินอีกต่อไป มีนาโกรธมากจึงฟ้องขับไล่กุมภา ดังนี้ จงวินิจฉัยว่า ระหว่างกุมภากับมีนาผู้ใดมีสิทธิในที่ดินดังกล่าวดีกว่ากัน เพราะเหตุใด
มาตรา 1368 – บุคคลอาจได้มาซึ่งสิทธิครอบครองโดยผู้อื่นยึดถือไว้ให้
มาตรา 1381 – บุคคลใดยึดถือทรัพย์สินอยู่ในฐานะเป็นผู้แทนผู้ครอบครอง บุคคลนั้นจะเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือได้ ก็แต่โดยบอกกล่าวไปยังผู้ครอบครองว่าไม่เจตนาจะยึดถือทรัพย์สินแทนผู้ครอบครองต่อไป หรือตนเองเป็นผู้ครอบครองโดยสุจริต อาศัยอำนาจใหม่อันได้จากบุคคลภายนอก
มาตรา 1382 – บุคคลใดครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นไว้โดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลาสิบปี ถ้าเป็นสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลาห้าปีไซร้ ท่านว่าบุคคลนั้นได้กรรมสิทธิ์
มาตรา 1384 – ถ้าผู้ครอบครองขาดยึดถือทรัพย์สินโดยไม่สมัครและได้คืนภายในเวลาปีหนึ่งนับตั้งแต่วันขาดยึดถือหรือได้คืนโดยฟ้องคดีภายในกำหนดนั้นไซร้ ท่านมิให้ถือว่าการครอบครองและสะดุดหยุดลง
คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)
สรุป: มีนามีสิทธิในที่ดินดังกล่าวดีกว่ากุมภา
—–
ข้อ 4: นาคมีที่ดินมีโฉนดแปลงหนึ่ง ทางทิศตะวันออกติดกับที่ดินมีโฉนดของเพชร ซึ่งเป็นพี่ชายของตน โดยนาคเดินผ่านที่ดินของเพชรด้วยความสนิทสนมกับฉัตรญาติมิตรเพื่อออกไปขึ้นรถโดยสารประจำทางที่ถนนใหญ่มาเป็นเวลา 12 ปีแล้ว โดยไม่เคยขออนุญาตเพชรเลย ในปีที่ 13 เพชรต้องการย้อยทางเดินที่นาคเดินออกไปขึ้นรถโดยสารประจำทางไปอีกฟากหนึ่งของที่ดินซึ่งทำให้นาคต้องเดินเป็นระยะทางไกลกว่าเดิม และลดขนาดทางเดินจากเดิมกว้าง 1.5 เมตร เหลือเพียง 1 เมตร เนื่องจากเพชรต้องการสร้างสวนหย่อมในบริเวณที่เป็นทางเดินแต่เดิมนั้น นาคไม่ยินยอมให้เพชรย้ายทางเดินดังกล่าว ดังนี้ จงวินิจฉัยว่า ที่ดินของนาคจะได้สิทธิภาระจำยอมในทางเดินไปขึ้นรถโดยสารประจำทางบนที่ดินของเพชรหรือไม่ และเพชรจะสามารถย้ายทางเดินดังกล่าวไปอีกฟากหนึ่งของที่ดินได้หรือไม่ เพราะเหตุใด
มาตรา 1336 – ภายในบังคับแห่งกฎหมายเจ้าของทรัพย์สินมีสิทธิใช้สอยและจำหน่ายทรัพย์สินของตนและได้ซึ่งดอกผลแห่งทรัพย์สินนั้น กับทั้งมีสิทธิติดตามและเอาคืนซึ่งทรัพย์สินของตนจากบุคคลผู้ไม่มีสิทธิจะยึดถือไว้ และมีสิทธิขัดขวางมิให้ผู้อื่นสอดเข้าเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินนั้นโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
มาตรา 1382 – บุคคลใดครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นไว้โดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลาสิบปี ถ้าเป็นสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลาห้าปีไซร้ ท่านว่าบุคคลนั้นได้กรรมสิทธิ์
มาตรา 1387 – อสังหาริมทรัพย์อาจต้องตกอยู่ในภาระจำยอมอันเป็นเหตุให้เจ้าของต้องยอมรับกรรมบางอย่างซึ่งกระทบถึงทรัพย์สินของตน หรือต้องงดเว้นการใช้สิทธิบางอย่างอันมีอยู่ในกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินนั้น เพื่อประโยชน์แก่อสังหาริมทรัพย์อื่น
มาตรา 1392 – ถ้าภาระจำยอมแตะต้องเพียงส่วนหนึ่งแห่งภารยทรัพย์ เจ้าของทรัพย์นั้นอาจเรียกให้ย้ายไปยังส่วนอื่นก็ได้ แต่ต้องแสดงได้ว่าการย้ายนั้นเป็นประโยชน์แก่ตนและรับเสียค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ต้องไม่ทำให้ความสะดวกของเจ้าของสามยทรัพย์ลดน้อยลง
มาตรา 1401 – ภาระจำยอมอาจได้มาโดยอายุความ ท่านให้นำบทบัญญัติว่าด้วยอายุความได้สิทธิอันกล่าวไว้ในลักษณะ 3 แห่งบรรพนี้ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)
สรุป: ที่ดินของนาคไม่ได้สิทธิภาระจำยอมในทางเดินไปขึ้นรถโดยสารประจำทางบนที่ดินของเพชร และเพชรสามารถย้ายทางเดินดังกล่าวไปอีกฟากหนึ่งของที่ดินได้





