LAW2101

📍 พิกัดสั่งซื้อพร้อมเฉลย
ซื้อข้อสอบ (เล่ม/มีคำอธิบาย):
Attorney285
Sheet and Book

ซื้อหนังสือ: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พร้อมหัวข้อเรื่องทุกมาตรา

เพิ่มเติม
1. วิชา LAW (ทั้งหมด)
2. วิชา LAW2101
3. มาตราที่ใช้ตอบ LAW2101

แนวข้อสอบนี้จัดทำเพื่อเป็นแนวทางในการอ่านหนังสือ กรณีต้องการคำอธิบาย/วินิจฉัยรูปแบบเต็ม สามารถสั่งซื้อได้จากลิงก์ด้านบนหรือคลิกด้านล่าง


ข้อ 1: เมฆเป็นเจ้าของสวนมะม่วงในจังหวัดระยองซึ่งอยู่กับติดกับที่ดินว่างเปล่าของฝน เมฆเห็นว่าฝนย้ายไปทำงานที่กรุงเทพฯ ไม่เคยกลับมาที่จังหวัดระยองเป็นเวลาเกือบ 10 ปีแล้ว เมฆจึงได้ปลูกมะม่วงซึ่งเป็นพันธุ์ไม้ที่มีอายุกว่า 3 ปี ลงในที่ดินของฝนโดยไม่ได้รับอนุญาติจากฝนแต่อย่างใด ต่อมาเมื่อต้นมะม่วงโตได้ 2 ปี ฝนทราบว่าเมฆได้ปลูกต้นมะม่วงกว่าร้อยต้นในที่ดินของตน ฝนจึงห้ามไม่ให้เมฆเข้ามายุ่งเกี่ยวกับต้นมะม่วงที่ปลูกในที่ดินของฝนอีกต่อไป เมฆอ้างว่าถึงแม้จนจะไม่ได้รับอนุญาติจากฝนก่อน แต่มะม่วงที่อยู่ในที่ดินของฝนเพิ่งมีอายุเพียง 2 ปีเท่านั้น จึงยังไม่ได้เป็นส่วนควบกับที่ดิน ฝนจึงสามารถถอนต้นมะม่วงไปปลูกในที่ดินแปลงอื่นได้ ดังนี้ จงวินิจฉัยว่า เมฆหรือฝนเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในต้นมะม่วงพิพาทดีกว่ากัน เพราะเหตุใด

มาตรา 144 – “ส่วนควบของทรัพย์ หมายความว่า ส่วนซึ่งโดยสภาพแห่งทรัพย์หรือโดยจารีตประเพณีแห่งท้องถิ่นเป็นสาระสำคัญในความเป็นอยู่ของทรัพย์นั้น และไม่อาจแยกจากกันได้นอกจากจะทำลาย ทำให้บุบสลาย หรือทำให้ทรัพย์นั้นเปลี่ยนแปลงรูปทรงหรือสภาพไป เจ้าของทรัพย์ย่อมมีกรรมสิทธิ์ในส่วนควบของทรัพย์นั้น”

มาตรา 145 วรรคหนึ่ง – “ไม้ยืนต้นเป็นส่วนควบกับที่ดินที่ไม้นั้นขึ้นอยู่”

คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)

สรุป: ฝนเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในต้นมะม่วงที่พิพาท ทั้งนี้ ตามเหตุผลและหลักกฎหมายดังกล่าวข้างต้น

—–

ข้อ 2: นายไก่ซื้อนาฬิกามือสองเรือนหนึ่งในราคา 150,000 บาท จากร้านขายและรับซ่อมนาฬิกาของนายไข่เพื่อนสนิทที่เปิดทำการอยู่ริมถนนลาดพร้าว โดยมาเลือกซื้อในวันหยุดของร้านและเข้าไปเลือกสินค้ากันในห้องรับแขกหลังร้าน หลังจากที่ซื้อมาใช้ได้ 1 เดือน นายปลาซึ่งเป็นเจ้าของนาฬิกาที่แท้จริงได้มาติดต่อที่นายไก่ขอให้นายไก่นำนาฬิกามาคืนให้ตน มิฉะนั้นจะถือว่านายไก่และนายไข่ได้ร่วมกันกระทำความผิดฐานรับของโจร เนื่องจากเป็นนาฬิกาที่ถูกขโมยมา ดังนี้ จงวินิจฉัยว่า นายไก่จะต้องคืนนาฬิกาให้แก่นายปลาหรือไม่ เพราะเหตุใด

มาตรา 1332 – “บุคคลผู้ซื้อทรัพย์สินมาโดยสุจริตในการขายทอดตลาดหรือในท้องตลาด หรือจากพ่อค้าซึ่งขายของชนิดนั้น ไม่จำต้องคืนให้แก่เจ้าของแท้จริง เว้นแต่เจ้าของจะชดใช้ราคาที่ซื้อมา”

คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)

สรุป: นายไก่ไม่สามารถอ้างสิทธิตามมาตรา 1332 ได้ และจะต้องคืนนาฬิกาให้แก่นายปลา ทั้งนี้ ตามเหตุผลและหลักกฎหมายดังกล่าวข้างตน

—–

ข้อ 3: นายนกและนายนาคบุตรชายครอบครองปรปักษ์ทำเกษตรกรรมในที่ดินมีโฉนดของนายเพชรที่จังหวัดลำปางมาได้ 5 ปี นายนกก็ถึงแก่ความตาย นายนาคบุตรชายของนายนกไม่สนใจที่จะทำเกษตรต่อ นายนาคจึงไปเปิดร้านอาหารที่เชียงใหม่ตามที่ตั้งใจไว้ โดยมิได้กลับมาดูแลที่ดินดังกล่าวเลย อีก 1 ปีต่อมาเศรษฐกิจตกต่อร้านอาหารของนายนาคขาดทุน จนต้องปิดกิจการ นายนาคจึงกลับมาทำเกษตรบนที่ดินแปลงเดิมของนายเพชรต่อ เมื่อนายนาคกลับมาปลูกข้าวบนที่ดินของนายเพชรได้ 4 ปี นายเพชรทราบเรื่องจึงมาไล่นายนาคให้ออกไปจากที่ดินของตน แต่นายนาคไม่ยอมออกจากที่ดินของนายเพชร จนเมื่อนายนาคครอบครองที่ดินของนายเพชรโดยใช้ปลูกข้าวต่อไปอีก  1 ปี นายเพชรจึงฟ้องขับไล่นายนาค แต่นายนาคอ้างว่าตนได้ครอบครองปรปักษ์ที่ดินของนายเพชร เนื่องจากนายนาคได้ครอบครองที่ดินของนายเพชรจนครบ 10 ปีแล้ว ดังนี้ จงวินิจฉัยว่า นายนาคจะอ้างว่าตนมีกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ที่ดินของนายเพชรขึ้นเป็นข้อต่อสู้กับนายเพชรได้หรือไม่ เพราะเหตุใด

มาตรา 1382 – “บุคคลใดครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นไว้โดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลาสิบปี ถ้าเป็นสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลาห้าปีไซร้ ท่านว่าบุคคลนั้นได้กรรมสิทธิ์”

มาตรา 1384 – “ถ้าผู้ครอบครองขาดยึดถือทรัพย์สินโดยไม่สมัครและได้คืนภายในเวลาปีหนึ่งนับตั้งแต่วันขาดยึดถือหรือได้คืนโดยฟ้องคดีภายในกำหนดนั้นไซร้ ท่านมิให้ถือว่าการครอบครองและสะดุดหยุดลง”

คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)

สรุป: นายนาคไม่สามารถอ้างว่าตนมีกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ขึ้นเป็นข้อต่อสู้กับนายเพชรได้ ทั้งนี้ ตามเหตุผลและหลักกฎหมายดังกล่าวข้างต้น

—–

ข้อ 4: ส้มเช่าที่ดินแปลงหนึ่งของแตงโมเพื่อปลูกบ้านอยู่อาศัย โดยส้มได้ใช้ทางผ่านที่ดินของชมพู่เพื่อนสนิทของตนซึ่งมีที่ดินติดกันกับที่ดินของแตงโมเพื่อเดินไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อ และยังใช้ทางเดินรถที่อยู่ในที่ดินของชมพู่เป็นทางผ่านในการขับรถไปทำงานด้วย โดยชมพู่อนุญาติให้ส้มใช้ที่ดินของตนเพื่อการดังกล่าวได้ เมื่อส้มใช้ที่ดินไปได้ 12 ปี ชมพู่ต้องการย้ายทางเดินรถให้ไปอยู่อีกฟากหนึ่งของที่ดินซึ่งจะทำให้ส้มต้องใช้เวลานานขึ้นในการผ่านที่ดินของชมพู่ออกไปสู่ถนน ดังนี้ ส้มจะอ้างได้หรือไม่ว่าตนเองได้ภาระจำยอมโดยอายุความแล้ว และการย้ายทางเดินรถของชมพู่จะทำให้ส้มได้รับความสะดวกลดลง จึงมิอาจกระทำได้

มาตรา 1382 – “บุคคลใดครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นไว้โดยความสงบ และโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลาสิบปี ถ้าเป็นสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลาห้าปีไซร้ ท่านว่าบุคคลนั้นได้กรรมสิทธิ์”

มาตรา 1392 – “ถ้าภาระจำยอมแตะต้องเพียงส่วนหนึ่งแห่งภารยทรัพย์ เจ้าของทรัพย์นั้นอาจเรียกให้ย้ายไปยังส่วนอื่นก็ได้ แต่ต้องแสดงได้ว่าการย้ายนั้นเป็นประโยชน์แก่ตนและรับเสียค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ต้องไม่ทำให้ความสะดวกของเจ้าของสามยทรัพย์ลดน้อยลง”

มาตรา 1401 – “ภาระจำยอมอาจได้มาโดยอายุความ ท่านให้นำบทบัญญัติว่าด้วยอายุความได้สิทธิอันกล่าวไว้ในลักษณะ 3 แห่งบรรพนี้ มาใช้บังคับโดยอนุโลม”

คำวินิจฉัย: (ขึ้นอยู่กับการพิจารณา)

สรุป: ส้มไม่ได้ภาระจำยอมโดยอายุความ และชมพู่สามารถย้ายทางเดินรถให้ไปอยู่อีกฟากหนึ่งของที่ดินได้ ตามเหตุผลและหลักกฎหมายดังกล่าวข้างต้น


สั่งซื้อแนวข้อสอบพร้อมคำอธิบาย, คำวินิจฉัย, หนังสือ
แนวข้อสอบและคำวินิจฉัย
Attorney 285
แนวข้อสอบและคำวินิจฉัย
Sheet and Book
หนังสือ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

We’re Moving!

PNSHEETRAM กำลังก้าวสู่การพัฒนาที่ดียิ่งขึ้น
เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงองค์ความรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราจึงได้ย้าย platform ไปที่
| thinksphere.co

PNSHEETRAM is evolving to deliver a better learning experience. To expand access to quality educational resources, we have transitioned our platform to
| thinksphere.co

102,055 views